หลายปีที่ผ่านมา ผมพยายามฝึกตนเองด้วยวิธีการอย่างหนึ่ง เพื่อปลูกฝังตนเองให้เป็นผู้เห็นใจชาวบ้านอยู่เสมอ นอกจากจะพยายามปฏบัติด้วยตนเองแล้ว ยังพยายามผ่องถ่ายขยายแนวคิดนี้สู่คนใกล้ชิดลูกศิษย์ใกล้ตัว ...(แต่ไม่รู้ได้ผลหรือเปล่า) ... บันทึกนี้ก็เป็นความพยายามหนึ่ง...
วิธีการคือ "ทุกครั้งที่ซื้อ ให้เหมือนยื่นมือช่วยชาวบ้าน" หากมีโอกาสในการตัดสินใจเลือกซื้อ ให้พิจารณาว่า ใครบ้างที่ได้ประโยชน์จากการซื้อของเรา ผู้ขายเขาเอาเงินของเราไปให้ชาวบ้านบ้างไหม การซื้อครั้งนั้นมีส่วนในการแบ่งปันไปสู่ผู้ผลิตที่แท้จริงหรือไม่ พยามจะลดการซื้อที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ น่าจะบรรลุเป้าหมายนี้อย่างดี ดังนี้เช่น
- นั่งรถทัวร์ที่ตัวจังหวัดแทนนั่งเครื่องบินไปราชการกรุงเทพฯ พี่น้องแท็กซี่ได้ตังค์ด้วย
- ไปพักโรงแรมสวนดุสิตเพลส (คืนละ ๗๐๐) แทนที่จะไปที่ รร.เดอะสุขโกศล (หลายพัน) แล้วนั่งแท๊กซี่ระหว่างกันไปกลับ พี่น้องแท๊กซี่ได้ตังค์ ... ประหยัดตังค์หลวง ... ขอบคุณโรงแรมดีราคาถูกครับ
- นั่งรถมอเตอร์ไซต์เข้าบ้าน แทนการให้ใครมารับส่ง ... พี่น้องวินได้ตังค์
- สมอสด ถุงละ ๒๐ บาท แยกไฟแดงไป อ.วาปี ... คนเดินขายได้ ไม่รู้ว่าเจ้าของต้นสมอได้เท่าไหร่แต่คงได้บ้าง
- ถั่วต้ม ถุงละ ๒๐ (แทนที่จะซื้อมันฝรั่งทอด) ... คนเดินขายที่แยกไฟแดงได้ตังค์ คนต้มถั่ว คนปลูกถั่ว ได้ตังค์
- กล้วยน้ำว้า ๑ หวี ๒๐ บาท (ต้องซื้อห่ามๆ) ดีต่อระบบขับถ่าย ... คนขายคือคนปลูกแน่ๆ
- ต้นหอม ๕ มัดๆ ๑๐ บาท เอามาทำผักส้ม ... คนยายคนขายบอกว่า ปลูกเอง ไม่ใส่ยาใดๆ เลย ... ผักไม่งามแต่ปลอดภัยราคาถูกมาก
- ฯลฯ
ผมเข้าใจว่า หากเราคิดแบบนี้ ยิ่งซื้อมาก เศรษฐกิจยิ่งดี จงอย่าประหยัดจนเกินเหตุ จงประหยัดกับสิ่งที่ไม่จำเป็นและเห็นชัดๆ ว่าเงินเราไหลออกนอกประเทศ ...

มีสูตรผักส้ม อ.ต๋อย ไหมครับ ขอหน่อยสิ
ใส่ ๒ อย่างครับ เกลือกับข้าวเหนียว สำคัญคืออุ่นข้าวร้อนๆ ก่อนขยำครับ …
บางที..เราอาจ ..จะคิด มาก..ไปหน่อย…รึเปล่า…เจ้าคะ…เรา คือ “หมา น้อย ๆ ธรรมดา..! ๆ”…ผู้ใหญ่..ลี บอกว่าอย่างนั้น…สุกร..คือ อะไร!!???….เราจะหนี..ความเหลื่อมล้ำ..ในยุค ทาส ใหม่..ได้ไหม….!!!????..อย่างไร…