ชีวิตที่พอเพียง 3207. สวิส ๒๕๖๑ : ๑. เดินทาง

  

ปีนี้ผมไปสวิส ๑๐ วันออกเดินทางดึกวันที่ ๑๔ กลับถึงกรุงเทพเช้าวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑    โดย มีกำหนดประชุม  ๒ รายการติดต่อกัน    คือวันที่ ๑๖ – ๑๘ ประชุมเตรียมจัด PMAC ที่ Montreux   และวันที่ ๒๑ - ๒๒ ประชุม WHA 71 ที่เจนีวา  

การตระเตรียมทั้งหลายเอื้อความสะดวกโดยทีมPMACsecretariat ทั้งสิ้น   เริ่มตั้งแต่การช่วยให้ได้หนังสือเดินทางราชการ (จะได้ไม่ต้องไปขอวีซ่าสะดวกขึ้นมาก)    การซื้อตั๋วเครื่องบิน   และจองโรงแรม ซึ่งที่มงเทรอซ์ใช้โรงแรม RoyalPlaza อย่างเคย  ส่วนที่เจนีวาใช้โรงแรม Adagio Aparthotel ที่ผมเคยพักเมื่อ๒ ปีที่แล้ว   

เป็นการเดินทางที่แสนจะสะดวกสบายเพราะมีคนจัดการให้หมด

ขาไปใช้สายการบิน Austrian Airline  เที่ยวบิน OS 26 ที่ผมเคยไปผจญภัยเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ดังเล่าไว้ที่ ()    แต่คราวนี้เครื่องบินออกตรงเวลา     ผมได้ที่นั่ง 1G เป็นที่นั่งคู่ตรงกลาง    นั่งคู่กับคนเยอรมันตัวโต พกโทรศัพท์ ๒เครื่อง  ไอแพ็ด ๒ ตัว    เวลานอนแกต้องนอนตะแคงและขดตัวเล็กน้อย    เครื่องบินใหม่ B777-200 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่จุผู้โดยสารได้มากที่สุดในฝูงบินของ AustrianAirline   คือจุผู้โดยสารได้สูงสุด ๓๐๖ คน    สิ่งที่ทันสมัยที่สุดคือจอ แบบ touchscreen    ที่มีเครื่องให้ความบันเทิงหลายอย่าง     ที่แปลกคือมีหนังสือ audio book ให้ฟังด้วย    มีให้เลือก ๒๙เล่ม    ผมเลือกฟังหนังสือ Smile atFear  โดย ChogyamTrungpa     

อาหารค่ำตอนตีหนึ่งบ้านเราอร่อยมาก  ผมกินออร์เดิฟ เนยแข็งนมแพะ    ดื่มไวน์แดง Cabernet Souvignon    และกิน lamb shank เป็นอาหารหลัก  หลังกินผลไม้ผมก็แปรงฟัน กินยาและเข้านอน

ที่นอนเป็นแบบใหม่ปรับนั่งนอนเอนสะดวกมาก   จุดออ่นคือมันแคบไปสำหรับฝรั่งตัวโต   คนไทยตัวโตอย่างผมยังคับที่นิดหน่อย   แต่สาวไทยขนาดมาตรฐานอย่าง อ. บุ๋มนอนสบาย    ผมตื่นไปเข้าห้องน้ำ ๓ ครั้งจากฤทธิ์ไวน์   ที่บ้านผมนอนรวดเดียวตื่นโดยไม่ลุกเข้าห้องน้ำเลยใน ๙๐% ของการนอนกลางคืน    รวมแล้วผมน่าจะนอนได้ประมาณ ๕ - ๖ ชั่วโมง     นอนจนเจ้าหน้าที่มาปลุกให้เตรียมตัวกินอาหารเช้าเวลาราวๆตีสี่ (ที่เวียนนา ซึ่งเวลาช้ากว่าบ้านเรา ๕ ชั่วโมง)

หลังนอนเพียงพอแล้ว ผมไปเจอหนังสารคดีเล่าเรื่องราวของ HubbleSpace Telescope ในช่วง 25 ปี    ได้จากการออกแบบเล็นส์ที่ไวกว่าตามนุษย์ ๔พันล้านเท่า   ที่ทำให้เข้าใจความกว้างใหญ่ของจักรวาล    ประมาณว่ามี ๒ แสนล้าน แกแล็กซี่    แต่ละแกแล็กซี่มีดาว (star) ๑ แสนล้านดวง   ดูแล้วก่อความรู้สึกว่าตัวเราเล็กยิ่งกว่าผงธุลี เมื่อเทียบกับจักรวาล    แต่ผมก็ยังสนุกอยู่กับการทำงานเพื่อให้ “พลังจักรวาล” ออกฤทธิ์สร้างสรรค์สังคมรอบตัว

ความรู้ที่ผมได้อย่างตกใจอย่างหนึ่งคือ black hole หนึ่ง ที่กล้อง Hubble ศึกษา  มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรา ๓ พันล้านเท่า

ที่น่าสนใจยิ่งคือในช่วงเสนองบประมาณของโครงการ ต้องเอาชนะแรงต้านทางการเมืองว่าเป็นการเอาภาษีราษฎรไปผลาญ   และเมื่อปล่อย HubbleSpace Telescope ออกสู่อวกาศ ภาพที่ได้พร่ามัว    มีข่าวเยาะเย้ยถากถางในสื่อมวลชน    ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ NASA ระดมความคิดหาวิธีแก้ไข   ตกลงกันว่าต้องทำส่วนประกอบใหม่ของเลนส์ส่วนที่บกพร่อง  ให้นักบินอวกาศเอาไปเปลี่ยน   เขาบอกว่านักบินอวกาศ ๒ คนที่ไปนั้นโอกาสสูงถึง ๑๐% ที่จะเสียชีวิต   เขาต้องซ้อมแล้วซ้อมอีกเป็นเวลานานมาก    โชคดีที่ซ่อมสำเร็จ

แล้วผลก็คุ้มค่าความพยายาม การซ่อมได้ผล   คราวนี้ภาพที่ได้ชัดเจนแจ๋วแหวว   และให้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับจักรวาลมากมาย    หัวหน้าโครงการได้รับรางวัลโนเบล    เขาบอกว่าหลังจากนั้นมีการปรับปรุงกล้องโทรทัศน์นี้อีก๕ ครั้ง  

 

เครื่องบินลงที่สนามบินเวียนนาตีห้าครึ่ง    เราต้องผ่านตรวจคนเข้าเมือง และผ่านตรวจความปลอดภัย    ซึ่งผ่านได้เร็วมาก แม้จะมีคนไม่น้อย    แล้วเราไปยัง Gate F   โดยยังไม่รู้หมายเลขประตู   เวลานั้น ๕.๕๐ น.  จอบอกว่าจะขึ้นหมายเลขประตูเวลา ๖.๐๐ น.   พอถึงเวลาก็ขึ้นจอว่าประตู F7  การเดินทางราบรื่นแต่ฝนตกฟ้าปิดบรรยากาศหม่นมัว     

เที่ยวบิน OS 571จากเวียนนา – เจนีวา ๗.๑๐ - ๘.๔๕ น.   เป็นเครื่องบินEmbraer E95  ที่นั่ง ๒ +๒   รวมจุผู้โดยสาร ๑๒๐คน   เขารับจองผู้โดยสารเกิน ๑ คนประกาศหาอาสาสมัครไปเที่ยวหลัง ให้คูปอง ๒๕๐ ยูโร   เมื่อขึ้นไปบนเครื่องก็พบว่า ในชั้นธุรกิจเขาให้เรานั่ง ๒ ที่นั่ง    ผมได้ที่นั่ง 2Fริมหน้าต่าง  ที่นั่งติดกัน 2Dเป็นที่สำรองไม่จัดให้คนนั่ง   จึงลุกไปเข้าห้องน้ำสะดวก   ระหว่างทางเขาเลี้ยงอาหารเช้าแบบเต็มรูป คล้ายๆ กับที่กินมาบนเที่ยวบิน OS26   เช้านี้จึงกินอาหารเช้า๒ มื้อ  .

หลังเครื่องบินขึ้น ช่วงแรกฝนตกฟ้าหม่น    แต่เมื่อบินลงใต้ไปราวครึ่งชั่วโมงฟ้าก็เปิด    มองลงไปข้างล่างเห็นเมฆขาวอยู่ทั่วไป   ค่อยสดชื่นขึ้น    แต่พอไปถึงเจนีวาฝนตกอีก อุณหภูมิ ๑๐ องศา   

ที่สนามบินเจนีวา รอกระเป๋าประมาณ ๑๐นาที    แล้วเดินไปที่สถานีรถไฟ    เปิ้ลกับฝนช่วยกันซื้อตั๋วรถไฟไปมงเทรอซ์ชั้น๒   ราคาคนละ ๓๔ ฟรังก์    ไปดูป้ายว่ารถขบวนไหนออกก่อน     แล้วไปขึ้นรถที่ชาลา ๓   นอกจากพวกเราแล้ว มีผู้โดยสารอื่นด้วย   แต่คนไม่ถึงกับแน่น   สักครู่รถไฟก็ออก    แต่วิวไม่สวยเลย เพราะฝนตก    แต่เมื่อใกล้ถึงมงเทรอซ์ฝนหยุดและฟ้าสว่างขึ้น

ที่สถานีรถไฟมงเทรอซ์เราขึ้นรถแท็กซี่แบบ๗ ที่นั่ง    บรรทุกกระเป๋าและคน ๖คนได้พอดี    ไปยังโรงแรม Royal Plaza    แต่ห้องยังไม่เสร็จ    เราจึงฝากกระเป๋าไว้ แล้วเดินไปบนถนน GrandRue ทางไปสถานีรถไฟ (ตอนนี้แดดออกแล้ว)   ไปกินอาหารจีนที่ภัตตาคาร Fuji    สั่งกับข้าว ๗ อย่างและข้าวสวยคนละถ้วย    รวม ๖ คน   อาหารรสดีใช้ได้   ค่าอาหารรวมภาษี TVA 7.7%  เป็นเงิน ๑๔๔ ฟรังก์    ผมขอเป็นเจ้ามือในฐานะผู้อาวุโสที่สุด    

กินเสร็จชวนกันไปเดินริมทะเลสาบ    ถ่ายรูปดอกไม้และวิวสวย    ได้รูปสวยๆ มากมาย    ช่วงนี้เมฆบังภูเขาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบเป็นปื้นหนาเกือบบังภูเขาทั้งหมด   

กลับมาที่โรงแรมต้องรอจน ๑๕.๐๐ น.ตามกำหนดจึงได้ห้อง  ผมได้ห้อง ๔๓๐เห็นวิวทะเลสาบทะแยงๆ    พอบ่ายสี่โมงเศษๆฝนก็ตก   แต่ตกไม่นานก็หยุดและแดดออก   ทำให้ก้อนเมฆที่บังภูเขาเปลี่ยนรูปร่างสวยงามมาก    

บ่ายวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ หนึ่งวันก่อนเดินทางกลับ    ผมได้รับ อีเมล์ จาก PMAC Secretariat แจ้งว่า สวิสแอร์แจ้งขอเปลี่ยนเที่ยวบินจากสวิสแอร์ เจนีวา - ซูริค - สุวรรณภูมิ    เป็น เตอร์กิช แอร์ไลน์ เจนีวา - อิสตันบูล - สุวรรณภูมิ    เวลาใกล้กันมากคือ  ออกจากเจนีวา ๑๔.๕๕ น. (แทนที่จะเป็น ๑๔.๕๕น.)    ถึงกรุงเทพวันที่ ๒๔ เวลา ๙.๔๐แทนที่จะเป็น ๙.๓๐ น.   ถามคนที่เคยใช้สายการบินนี้แล้ว ได้ความว่าบริการคุณภาพดี 

๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ 

เที่ยงตรง ผมเช็คเอ๊าท์จากโรงแรม Adagio    ลากกระเป๋าใบโตที่หนักอึ้ง    สะพายเป้กับกระเป๋าสะพายใบเล็กที่ยัดลงใบใหญ่ไม่ลง เพราะโดนช็อกโลเล็ตและของฝากอื่นๆที่ซื้อจากร้านซาฟี่กินที่    ไปยังสถานีรถไฟ    จับรถเที่ยว ๑๒.๒๐ น. ไปยังสนามบิน    ผมลืมใช้ลิฟท์ หลงยกกระเป๋าขึ้นบันไดแบบพักทีละ๒ ขั้น จนหนุ่มฝรั่งมาทำท่าจะช่วย   เมื่อผมบอกว่ายกเองได้เขาก็ไป   หลังจากนั้นไม่ลำบากแล้ว   เพราะพื้นรถไฟเสมอกับพื้นชาลา ลากกระเป๋าเข้าไปได้เลย    ๗ นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ GenevaAirport    ต้องเดินลากกระเป๋าขึ้นบันไดเลื่อนไปไกล   จึงไปโผล่ที่สนามบิน   

การเช็คอินสะดวกมากผมขอที่นั่งริมหน้าต่างที่ไม่มีคนนั่งคู่ เพราะเข้าห้องน้ำบ่อย    เขาจัดให้      

เริ่มด้วยมี นสพ.จำนวนมากให้เลือกก่อนเข้าไปในเครื่องบิน (A 321-200)   ที่นั่งชั้นธุรกิจ 2 + 2    โดยเจ้าหน้าที่บอกตอนเช็คอินว่าเขาจัดให้ผมนั่งคนเดียวสองที่ คือนั่งที่ 4Fติดหน้าต่าง    โดยที่นั้ง 4E ว่าง   นั่งสักครูเจ้าหน้าที่ก็เอาน้ำมาเสิรพผมเลือกน้ำส้มสดเพื่อพิสูจน์ว่าคั้นสดจริงดังบอกหรือไม่    ผลคือสดจริง   

เครื่องบินขึ้นเรียบร้อย เขาเริ่มเสิร์พอาหารและเครื่องดื่มเวลาราวๆ๑๕.๓๐ น.   ทั้ง entre  ไวน์แดง (เตอร์กิช)  และอาหารหลัก (เนื้อลูกแกะ) อร่อยมาก    ชีสก็อร่อย   ผมสั่งเตอร์กิชคอฟฟี่ มาดื่มสลับกับไวน์แดง และคอนยัค     ไม่เมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว    ผมไม่ได้ดื่มคอนยัคมานาน (เพราะมันแพง) มาดื่มคราวนี้หอมชื่นใจ    คอนยัคสลับกับกาแฟเตอรกีสดชื่นสุดๆ   

 ถึงอิสตันบูลเวลา เกือบ ๑ ทุ่ม   โดยใน boarding pass เดินทางจากอิสตันบูลไปกรุงเทพบอกว่าต้องไปขึ้นเครื่องต่อเวลา๑๙.๑๐ น.   ผมกระหืดกระหอบเดินไปตามป้าย connectingflight   ไปเจอสถานีบริการต่อเครื่องของTurkish Airline ก็เข้าไปถามเบอร์ประตูขึ้นเครื่อง    เขาเขียนให้ว่า Gate 230   แต่ให้ตรวจสอบกับจอประกาศด้วยเพราะอาจมีการเปลี่ยนประตูออก   ไปดูที่จอไม่มีรายการเที่ยวบิน TK 64   จึงตัดสินใจเดินอย่างเร็วไปตามป้ายบอกทางไปGate 230   เดินไกลมาก   ไปถึง Gate 230 เวลา๑๙.๐๘ นาที   ที่ Gate ไม่บอกเที่ยวบิน ไม่บอกว่าจะไปไหน   เดินไปถามเจ้าหน้าที่ว่าไปกรุงเทพใช่ไหม เธอตอบว่าใช่ ผมก็โล่งใจ   

นั่งรอจนเกือบ ๑๙.๓๐ น.จึงเรียกคนขึ้นเครื่อง    ได้เห็นความไม่มีระบบบริการที่ดีของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของTurkishAirline  

ผมได้ที่นั่ง 3J ริมทางเดิน   มีสาวไทยนั่งติดกันที่ 3Kซึ่งเป็น window seat  หลังเครื่องขึ้นผมขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเสียบปลั๊กไฟเข้าคอมพิวเตอร์    เสียบแล้วไม่มีไฟเข้า    เขาคิดว่าปลั๊กเสีย  จะให้ผมย้ายที่นั่ง    ไปลองเสียบที่ที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่ก็ไม่มีไฟ  เจ้าหน้าที่ผู้หญิงจึงไปดูที่แผงสวิตช์ พบว่ายังไม่ได้เปิดสวิตช์    สุดท้ายย้ายกลับที่เดิม    แสดงว่า เจ้าหน้าที่ไม่มี standardprocedure ในการทำงาน  

อาหารเย็น ผมเลือกปลา อร่อยมากเช่นเคยกินกับไวน์แดงฝรั่งเศส   และผมไม่ได้กินจนครบคอร์สก็รีบแปรงฟันเข้านอน   ที่นอนดีกว่าของสายการบินออสเตรียนตอนขาไป คือกว้างกว่า    ผมนอนได้ราวๆ ๕ ชั่วโมง    ตื่นขึ้นมาคนอื่นเขากินอาหารเช้ากันอยู่แล้ว    และเขาเปิดไฟในเครื่องบินแล้ว    เครื่องบินลง ๙.๔๕ น.ก่อนเวลาที่กำหนดเล็กน้อย    รถจากมหาวิทยาลัยบูรพา มารับไปบรรยายเรื่องอาจารย์มืออาชีพในศตวรรษที่ ๒๑ ในตอนบ่าย   

วิจารณ์ พานิช

๒๔ พ.ค. ๖๑

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

648591

เขียน

28 Jun 2018 @ 20:40
()

แก้ไข

28 Jun 2018 @ 21:09
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก