ขอขอบพระคุณ “คุณหมู” ที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นงานโภชนาการสำหรับเด็กที่สำคัญ ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่อึดอัด และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

              คำว่า “หมู” มีนัย ๒ ประการ คือทำให้ง่าย (แต่ไม่ใช่มักง่าย) และหมูในที่นี้ หมายถึงชื่อเล่น ของคนๆหนึ่ง ที่ผมจะต้องจดจำ ไปจนกว่าจะเกษียณและจนกว่าชีวิตจะหาไม่...

            ผมเชื่อว่า..มากกว่าร้อยละ ๙๕ ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. มีพัฒนาการในโครงการนี้พอสมควร และมีความโปร่งใสอย่างแน่นอน

            เหตุผลก็คือ โครงการอาหารกลางวัน มีระเบียบการบริหารจัดการไม่ได้ซับซ้อน และกิจกรรมในโครงการเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองและชุมชน เกี่ยวข้องกับปากท้องของนักเรียน..

            ครูมืออาชีพ หรืออาชีพครู ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน จึงมิอาจคิดเล็กคิดน้อยกับเงินทอนในโครงการนี้ แต่อย่างไรก็ตาม “คนชั่ว”ก็ย่อมมีในทุกหน่วยงาน

            ครูและผู้บริหาร ที่คบคิดกันทำผิดในเรื่องนี้ จึงเป็นเนื้อร้ายที่ต้นสังกัดต้องเร่งตัดทิ้งเป็นรายๆไป และไม่ควรทำให้เป็นประเด็นเป็นข่าวที่ทำลายสถาบัน “ครู”โดยรวม

            ทุกวันนี้..เกือบจะวุ่นวายกันไปทุกหย่อมหญ้า อาจนำพาให้กระทบคุณภาพการศึกษา เพราะศึกษานิเทศก์ ที่เคยดูแลวิชาการงานการเรียนการสอน ก็ต้องแวะมาดูเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นหน้าที่โดยตรงของโรงเรียนอยู่แล้ว

            อันที่จริง..โครงการอาหารกลางวัน ในแต่ละเขตพื้นที่ ต้องมีการสุ่มตรวจทุกปี โดย ผอ.เขต หรือรอง ผอ.เขต เป็นผู้นำทีม มีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายส่งเสริมการศึกษาติดตามแล้วประเมินผล บันทึกรายงานสรุปทุกเดือน

            เพื่อจะได้ข้อสังเกต ข้อแนะนำ ให้โรงเรียนนำไปปรับปรุงแก้ไข ให้โครงการอาหารกลางวันนักเรียน เป็นที่เข้าใจ และเป็นไปในแนวเดียวกัน

            ที่ผ่านมา..โรงเรียนและเขตพื้นที่ให้ความสนใจแต่เงินกองทุนฯเท่านั้น เพื่อการเบิกจ่ายและเร่งรัดผลผลิต..เมื่อมีคนทำผิด เรื่องราวมันจึงใหญ่โต..

            หลายฝ่าย..ให้ความสำคัญกับเมนูอาหารกลางวัน (SCHOOL  LUNCH) ที่เป็นโปรแกรมอาหารของฝ่ายโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล..

            ผมไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลย เพราะตำรับอาหาร ดูได้จากหลายแหล่งข้อมูล หากทำตามโปรแกรมฯ ถามว่า..จะเพิ่มงานให้ครูโรงเรียนขนาดเล็กทำไม? และสูตรอาหารตามโปรแกรมเขาทำเต็มที่ แบบที่ไม่หักค่าแม่ครัว ค่าแก๊ส ค่าข้าวสาร อาหารแห้ง..คงทำได้ยากยิ่ง

            ที่โรงเรียน..โครงการอาหารกลางวัน ใช้ “หัวใจ” ทำ ไม่ต้องพึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญตรวจสอบได้ เพราะแม่ครัว เป็นกรรมการสถานศึกษาและเป็นภรรยา..ผู้นำท้องถิ่น..

            การดำเนินงาน..ก็ยึดหลักการตามที่หน่วยตรวจสอบภายในของเขตพื้นที่แนะนำ คือ..อาหารในแต่ละวัน จะแตกต่างกันไป ไม่จำเป็นต้องหัวละ ๒๐ บาททุกวัน แต่มองที่ความเพียงพอและพอเพียง เด็กกินอิ่ม อาหารสะอาด ถูกหลักโภชนาการ..เป็นใช้ได้

            หากจะมีเงินเหลือ เพราะความแตกต่างของอาหารและมีผู้มาจัดเลี้ยงเด็ก  เงินส่วนนี้..จะได้ใช้เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโอนเงินมาล่าช้า..(ทุกปี)

            ผมจึงบอกว่า..อาหารกลางวัน เป็นเรื่องปกติ ที่บริหารจัดการได้ไม่ยาก ถ้าเข้าใจและทำอย่างมีแผนงาน แค่ไม่คิดนอกลู่นอกทาง โครงการก็สามารถดำเนินไปได้อย่างสบายๆ

            ผมและนักเรียนของผมโชคดี..ปีการศึกษานี้ ได้ผู้ใจบุญที่เป็น “เพื่อน”ผมเอง เราเรียนมัธยมมาด้วยกัน เพื่อนผมคนนี้อัธยาศัยดี เรียนเก่ง จึงมีอนาคตไกล..

            เพื่อนผมชื่อ..สมลักษณ์ ทองอินทร์ เรียกกันว่า..คุณหมู..ในไลน์ที่คุยกันทุกวัน ชื่อว่า..หมู..หมู..คุณหมู..ทำให้โครงการอาหารกลางวันมีสีสันและง่ายดาย แบบหมู หมู..จริงๆ

            คุณหมู..ทำธุรกิจที่ฮ่องกง..มีความประสงค์จะทำบุญกับนักเรียนทุกเดือน จึงส่งเงินสนับสนุนโครงการฯเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท เริ่มบริจาคตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑

            ผมบอกคุณหมูว่า..ได้ส่งมอบเงินให้หัวหน้าโครงการอาหารกลางวัน และประชุมชี้แจงคณะครูทุกคน บอกวัตถุประสงค์เป็นที่เรียบร้อย ว่าเงินจำนวนนี้จะใช้เสริมอะไรได้บ้าง?

            คณะครูที่เป็นครูเวรอาหารกลางวัน ตกลงกัน..จะเพิ่มเติม..ขนมหวานและผลไม้ ส่วนอาหารคาวก็มีวันละ ๒ อย่าง ตามปกติ

            ขอขอบพระคุณ “คุณหมู” ที่ช่วยสนับสนุนส่งเสริมโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งเป็นงานโภชนาการสำหรับเด็กที่สำคัญ ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะดำเนินการได้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย ไม่อึดอัด และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๘  มิถุนายน  ๒๕๖๑