หนังสือ The Inner Life ofAnimals : Love, Grief and Compassion – Surprising Observations of a HiddenWorld (1)  เขียนโดย Peter Wohllebenที่ผมเคยตีความหนังสือยอดนิยมที่เขาเขียนชื่อ The HiddenLife of Trees ไว้ในบันทึกชุด ความหมายของไม้ยืนต้น ()    

ความยากลำบากในการทำความเข้าใจสัตว์อยู่ที่ตัวมนุษย์เอง   ที่เราติดนิสัยเอาตัวเราเองเป็นศูนย์กลาง   เอาวิธีคิดและพฤติกรรมของมนุษย์เป็นฐานคิดสำหรับทำความเข้าใจพฤติกรรมของสัตว์    วิธีการเช่นนั้นไม่ช่วยให้เราเข้าใจสัตว์อย่างแท้จริง   

ผู้เขียน (Wohlleben) เขียนหนังสือเล่มนี้จากผลงานวิจัย และจากข้อสังเกตของตนเองที่มีชีวิตอยู่ในป่ามาเป็นเวลานาน   

หลักการด้านวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตบ่งชี้ว่าสัตว์ก็มีอารมณ์เช่นเดียวกันกับมนุษย์   อารมณ์ร่วมอย่างหนึ่งคือความเป็นแม่   สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเมื่อคลอดลูกฮอร์โมน oxytocinจะหลั่งออกมามากเพื่อสร้างอารมณ์ความเป็นแม่ที่จะต้องปกป้องลูก  

หากจะเข้าใจสัตว์อย่างถ่องแท้เราต้องสลัดความเคยชินในการจัดประเภทสัตว์ออกเสียก่อน    ต้องไม่มี “สัตว์ร้าย”  “สัตว์เลี้ยง”   เพื่อจะได้ไม่เอาอคติของเราเข้าไปใช้ในการตีความ   

ตัวอย่างเช่น หมู(ทั้งหมูบ้านและหมูป่า) เป็นสัตว์ที่คล่องแคล่ว ไหวพริบดี และสะอาด   หมูบ้านสามารถบอกได้ว่าหมูป่าก็เป็นพวกเดียวกัน    หมูป่ามีความสามารถลอบกินอาหารจากแร้วโดยไม่ติดกับดักได้  

ในปี 2015 มีรายงานผลการวิจัยในม้า  ว่าม้าส่งเสียงร้องในสองความถี่คลื่นเสียง  ความถี่หนึ่งบอกความพอใจหรือไม่พอใจ  ส่วนอีกความถี่หนึ่งบอกความรุนแรงของอารมณ์นั้นๆ 

มีนักวิทยาศาสตร์สอนภาษาสัญญาณแก่ลิงกอริลลาตัวหนึ่ง  พบว่ากอริลลาสามารถเข้าใจและจดจำสัญญาณได้ถึง๒,๐๐๐ สัญญาณ และยังคิดสัญญาณขึ้นเองได้อีกถึง ๑,๐๐๐ สัญญาณ  

พฤติกรรมของสัตว์เกิดจากสัญชาตญาณ(instinct) หรือจิตใต้สำนึก (subconscious),  ความรู้สึก (feelings),  และสำนึกรู้(consciousness) เช่นเดียวกันกับคน   ความเชื่อว่าอารมณ์ของสัตว์มาจากสารเคมีและสัญชาตญาณเท่านั้นเป็นความเชื่อที่ผิด  สัตว์ก็มีความรู้สึกและสำนึกรู้    และพฤติกรรมของคนก็เกิดจากจิตใต้สำนึกอยู่มาก    มีผลการวิจัยพบว่าจิตใต้สำนึกรู้ว่าเราจะตอบสนองอย่างไร ก่อนเราจะสำนึกรู้ถึง ๗ วินาที   

ความรักและผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เป็นเรื่องที่ซับซ้อน   ดังตัวอย่างสุนัขกับเจ้าของ   แต่เราไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของสัตว์เลี้ยงนั้น ว่าเป็นความรักแบบไร้เงื่อนไขหรือเปล่า   เพราะสุนัขยังมีสัญชาตญาณต้องการหัวหน้าฝูง  และอาจใช้เจ้าของเป็นตัวแทนหัวหน้าฝูง

ความผูกพันที่แน่นแฟ้นที่สุดระหว่างสัตว์กับคนเรียกว่า imprinting    เกิดระหว่างสัตว์ปีกกับคนที่มันฟักออกมาเห็นก็เข้าใจว่าเป็นแม่    ดูวีดิทัศน์ , , ,  

สัตว์บางชนิดรู้จักชื่อที่คนตั้งให้ตัวอย่างคือสุนัข และนก ราเวน (raven)    เขาบอกว่า นกราเวนถึงกับตั้งชื่อให้นกราเวนตัวอื่น   และร้องบอกชื่อของตน  

มีนักวิทยาศาสตร์ทดลองตั้งชื่อให้แก่หมู  พบว่าใช้เวลา ๑สัปดาห์หมูก็จำชื่อตนเองได้   เหล่านี้เป็นหลักฐานว่า สัตว์มีสำนึกรู้ตัวตนของตนเอง

สัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงมีอารมณ์ทางสังคม (socialemotion)    อารมณ์อย่างหนึ่งคือละอายเมื่อตนทำผิด    ความรู้สึกเท่าเทียมกัน (ความแฟร์)   ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจสัตว์ตัวอื่น   มีความเสียสละ และหลอกลวง    ตัวอย่างของการล่อลวงของพ่อไก่ซึ่งตามปกติเมื่อพบอาหารจะทำเสียงกุ๊กๆ เรียกตัวเมียมากิน (แม่ไก่ก็เรียกลูกเจี๊ยบมากินเหยื่อหรืออาหารด้วยเสียงเดียวกัน- ประสบการณ์ส่วนตัวของผมสมัยเด็ก)    แต่บางครั้งพ่อไก่ก็ทำเสียงลวงเรียกตัวเมียมาหาเพื่อผสมพันธุ์   

นก jaybird ซ่อนอาหารไว้เป็นเสบียงในฤดูหนาว  ของใครของมัน แต่มีนกบางตัวเสบียงของตัวเองร่อยหรือ ก็ไปขโมยจากคลังเสบียงของนกตัวอื่น

ผมขอเพิ่มเติมว่า สัตว์ที่ได้ชื่อว่ามีความผูกพันกับคู่ผัวตัวเมียแบบผัวเดียวเมียเดียวเช่นชะนี   มีการวิจัยในประเทศไทยพบว่าชะนีที่เขาใหญ่มีการลักลอบผสมพันธุ์กับตัวผู้ที่ไม่ใช่คู่ของตน   

ที่น่าสนใจยิ่งคือสัตว์ก็ง่วงนอนและฝันเวลานอนหลับ    สัตว์ปีกที่นอนหลับโดยจับคอนบนกิ่งไม้นอนหลับโดยตีนเกาะกิ่งไม้แน่น   และเอาหัวซุกปีก  เขาบอกว่านกนางแอ่นถึงกับสามารถนอนหลับระหว่างบิน   ระหว่างที่สัตว์นอนหลับ ก็มี rapid eye movement(REM) เช่นเดียวกันกับคน   มีหลักฐานว่า แม้แต่แมลงหวี่ก็น่าจะมี REM ระหว่างนอนหลับ   เพราะมันขยับขา   

มีการทดลองในหนูและในแมวที่พิสูจน์ว่ามีการฝันเวลาหลับ   บางการทดลองถึงกับพอเดาได้ว่าหนูฝันถึงข้าวโพด   

เขาบอกว่าสัตว์มีวิญญาณโดยนิยามคำว่าวิญญาณว่า หมายถึงสภาพที่มีความรู้สึก ความคิด และการกระทำ(ไม่ใช่สิ่งที่คงอยู่หลังตาย)   และรู้ตัวเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต   มีการเตรียมตัวตายโดยแยกตัวออกจากฝูงเพื่อไม่ให้เป็นภาระด้านการรักษาความปลอดภัยของฝูง     

วิจารณ์ พานิช

๒ พ.ค. ๖๑