ขอบพระคุณคุณแจ๊คจากรายการทีวีช่องหนึ่งที่ติดตามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้จุดประกายความรู้ในบันทึกนี้ครับผม

เมื่อ 10 ปีที่แล้วกับบันทึก "จิตหลงผิดกับคนทรงเจ้า" ทำให้ผมได้ทำความเข้าใจในปัจจุบันว่า"ในมุมมองของนักกิจกรรมบำบัดควรแสดงบทบาทพัฒนาสุขภาพจิตสังคมได้อย่างไร?"

คำตอบคือ "นักกิจกรรมบำบัดควรส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในทักษะการรู้จักฝึกฝนตนเองให้เปิดใจยอมรับความจริงแท้ในสิ่งที่รู้และไม่มีทางรู้ได้ในโลกนี้ (อวิชชา อจินไตย อสงไขย) และทักษะการเรียนรู้ดูแลสุขภาพด้วยความพอเหมาะพอดี หากไม่ไหว ควรได้รับการโค้ชจากผู้มีสุขภาพดีมีสุขและผู้เชี่ยวชาญสหสาขาที่จำเป็นในการพัฒนาสุขภาวะ (ความเชื่อมั่นในความสุขด้วยการแสดงความสามารถที่มีเป้าหมายและความดีมีความหมาย - คุณเกิดมาทำไม คุณคือใคร และคุณกำลังทำอะไร เพื่อใคร)" 

หากตอบไม่ได้และมีอาการหลงผิดที่ยังคงยึดติดยึดมั่นกับเรื่องความเป็นผู้วิเศษจนไม่รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง จนเกิดอารมณ์ลบมากกว่าบวก และแสดงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ส่งผลเดือนร้อนต่อตัวเองกับคนรอบข้าง จนกระทั่งมีอาการประสาทหลอน ก็จำเป็นที่คนรอบข้างควรพามาพบและวินิจฉัยจากจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อส่งบำบัดฟื้นฟูกับนักกิจกรรมบำบัด นักจิตวิทยาคลินิก นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลจิตเวช และอื่นๆ ต่อไป ซึ่งกลุ่มอาการทางจิตเวช เช่น จิตเภท จิตหลงผิด จิตจากอารมณ์แปรปรวน จิตเฉียบพลัน จิตจากโรคทางกาย หรือ จิตจากสารเสพติด ฯลฯ

ดังนั้นถ้าคนทรงเจ้า มีพฤติกรรมที่ดีมีบุคลิกภาพเหมาะสม คือ คิดยืดหยุ่น อารมณ์บวก และปรับตัวแก้ไขปัญหาชีวิตตนเองแล้วช่วยเหลือผู้อื่นอย่างพอดีมีปัญญาเมตตา ก็ถือว่า ไม่มีปัญหาสุขภาพจิต และที่สำคัญหลายคนมีพลังการรับรู้พิเศษ (Extra Sensory Perception, ESP) มีความลึกลับในการอธิบายปรากฏการณ์ตาทิพย์ ล่วงรู้อนาคต เคลื่อนย้ายวัตถุ กายทิพย์ หรือ สื่อสารกับวิญญาณ ซึ่งหากเป็นพฤติกรรมที่ไม่ทำให้ใครเดือนร้อน ก็ถือว่าเป็นการแพทย์เสริมหรือร่วมกับแพทย์ปัจจุบันได้ในการพัฒนาสุขภาวะ (Complementary Medicine) หรือเป็นการแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) เช่น การบำบัดฟื้นฟูจิตสมดุลกายด้วยสมาธิบำบัด-โยคะ-ไทชิจี่กง การดัดดึงจัดกระดูกข้อต่อ-การนวดบำบัด อายุรเวชอินเดีย-จีน การใช้สมุนไพร-โอโซน-อาหารสุขภาพ การแพทย์พลังงานสั่นสะเทือนด้วยเรกิ-สวดมนต์บำบัด-พลังกายทิพย์-พลังจักรวาล ฯลฯ ที่สำคัญผู้รับบริการควรพิจารณาความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และความมีประสิทธิผล 

ถ้ามีปัญหาสุขภาพจิตจนถึงขั้นป่วยทางจิตเวช เช่น BPD หรือ Borderline Personality Disorder ก็จะมีพยาธิสภาพทางสมองส่วน Anterior Cingulate Cortex & Intraparetical Sulci Area ทำให้อารมณ์กังวล-เศร้า-โกรธ รุนแรงจนทำร้ายตัวเอง และมีแรงขับภายในเยอะจนทำตัวเสี่ยงในทางที่ผิดจนต้องเข้าโรงพยาบาลถึง 10% และมีอาการป่วยทางจิตเวชร่วมกับโรคซึมเศร้า โรคติดสารเสพติด โรคอารมณ์สองขั้ว 

บางครั้งยังมีอาการที่ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง อาจเป็นปมการเลี้ยงดูจากครอบครัวจนขาดความรัก แยกแยะความพอดีมีความรักจากคนรอบข้างและให้คนรอบข้างไม่จริงใจชัดเจน (Dissociative Affection) จนดูออกลึกๆว่า กำลังแสดงบุคลิกภาพต่อต้านสังคม หรือ ไม่มีความรักจริงใจให้ตัวเองและผู้อื่น-เห็นแก่ตัวมากเกินไป พูดง่ายๆ คือ "การได้รับความสนใจให้คนโมโหจะรู้สึกดีพอๆกับการให้คนอื่นชื่นชม" ซึ่งจะมีแรงขับสารเคมีในสมองชื่อ Norepinephrine ออกมาทำให้แสดงทักษะเข้าหาเรียกร้องสังคมคนรอบข้างเยอะเกินไป หรือบางครั้งดูมีหลายบุคลิกภาพจนไม่รู้จักตัวเองจริงๆ เรียก HPD หรือ Histerionic Personality Disorder หากสนใจอยากสำรวจบุคลิกภาพของตนเองว่ามีแนวโน้มของ HPD หรือไม่ (ถ้าใช่มากกว่า 4 ข้อขึ้นไป) ลองอ่านหัวข้อข้างล่างดังนี้

  1. คุณรู้สึกไม่สบายใจ ถ้าไม่เป็นจุดสนใจจากผู้อื่น   ใช่ หรือ ไม่ใช่
  2. คุณแต่งตัวและแสดงออกให้เป็นที่สนใจต่อผู้อื่น   ใช่ หรือ ไม่ใช่
  3. คุณรู้สึกมีอารมณ์แสดงออกมากเกินไปเหมือนนักแสดงละคร   ใช่ หรือ ไม่ใช่
  4. คุณรู้สึกอ่อนไหวต่อคำวิจารณ์จากผู้อื่น ใช่ หรือ ไม่ใช่
  5. คุณมักตำหนิผู้อื่นว่าไม่ดีล้มเหลว         ใช่ หรือ ไม่ใช่
  6. คุณมักต้องการข้อมูลที่พิสูจน์ได้จนมั่นใจ   ใช่ หรือ ไม่ใช่
  7. คุณพอว่ามีสัมพันธภาพห่างๆ ไม่ใกล้ชิดกับผู้อื่น   ใช่ หรือ ไม่ใช่
  8. คนอื่นมองเห็นว่าคุณเป็นที่คบแบบผิวเผินไม่จริงใจ  ใช่ หรือ ไม่ใช่