ปลายภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา..ผมยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ผู้ปกครองสองคน กระหืดกระหอบมาที่โรงเรียน สามีเป็นสัสดี ภรรยา เป็นแม่บ้าน..พาลูกสาวหน้าตาน่ารัก ขอย้ายมาเข้าเรียน..
ผมก็แปลกใจ..เพราะบ้านเขาอยู่ที่ตลาด ลูกอยู่โรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ เป็นโรงเรียนดีศรีตำบล ซึ่งปัจจุบัน..ได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานเป็นที่เรียบร้อย…
ผมยังไม่รับเข้าเรียน โดยบอกว่าให้กลับไปสอบปลายภาคเรียนให้เรียบร้อยก่อน แล้วทำเรื่องย้ายมา..ต้องมีเอกสารทางการเรียนให้ครบถ้วน
สามวันต่อมา..ผู้ปกครองก็มาอีกครั้ง พร้อมหลักฐานการย้าย แต่ไม่รอให้ลูกสาวสอบเสร็จ บอกแต่เพียงว่า..เขารอไม่ไหว ใจอยากย้ายลูก..ผอ.ช่วยแก้ปัญหาให้ที..
ปัญหาของลูก ที่ชื่อ “ใบเฟิร์น” เท่าที่ผมสืบดู ก็พอรู้ว่าเป็นคุณหนูของพ่อกับแม่ ได้รับการตามใจ..จนครูเบื่อระอา..กินยากอยู่ยาก..เข้าห้องน้ำบ่อย พอๆกับการขาดเรียน..
แต่ผู้ปกครอง..ไม่เคยบอกข้อมูลนี้ เพียงแค่บอกว่าลูกไม่ได้หนังสือ ท่องสูตรคูณไม่ได้และกลัวครูมากมาย...
ผมก็เลยให้กำลังใจ..แต่ไม่ได้ให้ความหวัง บอกแค่ว่า ผมเป็นโรงเรียนแบบบ้านๆ ครูมีน้อย อาศัยครูตู้บ้างไรบ้าง ครูทุกคนทำงานเต็มที่ ขอให้พ่อกับแม่สบายใจได้..
ผมกับครูประจำชั้น ป.๒ ช่วยกันสังเกตและปรับพฤติกรรมใบเฟิร์น ตั้งแต่ต้นภาคเรียนที่ ๒ สิ่งที่พบในตอนแรก คือ ใบเฟิร์นช้าทุกเรื่อง ทั้งการอ่านการเขียน ไม่คุยกับใคร..ไม่ขยันทำอะไรตามที่ครูสั่ง..
ผมเลยใช้วิธีเรียกคุย ขอพบใบเฟิร์นเพื่อถามความสนใจและดูความก้าวหน้า เวลาสอนซ่อมเสริม ผมจะเรียกใบเฟิร์นมานั่งใกล้ๆ ให้ความสนใจเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน..ตอนเย็นก็จะพูดคุยกับแม่ใบเฟิร์นว่า..ไม่ต้องตามใจมากนัก ให้ลูกพึ่งพาตนเองบ้าง...
ปรากฏว่า..ไม่ทันที่ใบเฟิร์นจะเรียนจบชั้น ป.๒ พ่อกับแม่มาขอบคุณครูประจำชั้น ชื่นชมลูกสาวที่เปลี่ยนแปลงไป อ่านคล่อง ลายมือสวย ท่องสูตรคูณได้ และเขียนได้เป็นเรื่องเป็นราว...
วันนั้น..จำได้ว่าใกล้งานวันเด็ก แม่ใบเฟิร์นพาเพื่อนบ้านมาที่โรงเรียน เป็นคุณแม่ของน้อง”ตะวัน” เพื่อนของใบเฟิร์น..สนใจที่จะพาลูกย้ายมาเรียน เพราะเห็นความก้าวหน้าของใบเฟิร์น..จากคำบอกเล่าของเพื่อน..
แม่ใบเฟิร์น พาแม่ตะวัน..เดินทัวร์รอบโรงเรียน เพื่อให้เพื่อนประกอบการตัดสินใจ..จากนั้น..ก็มานั่งคุยกับผมที่ศาลา โดยที่มีน้องตะวัน..นั่งตรงกลาง..
“โรงเรียนน่าอยู่น่าเรียนมาก ก็คิดว่าคงจะย้ายลูกมาล่ะค่ะ ผอ.” แม่ตะวันพูดขึ้น แล้วหันไปทาง..ตะวัน..ผู้เป็นลูกสาว..
เด็กหญิงตะวัน..ไม่พูดอะไร นอกจากหน้าหงิกหน้างอ ส่ายหน้าหงึกๆ จนแม่ใบเฟิร์น ต้องออกตัวให้ว่า..คงติดเพื่อน และตอนนี้เห็นว่าสอบได้ที่ดี ครูเขาให้เป็นนางรำประจำโรงเรียนด้วย...
ผมก็เลยบอกว่า..ไม่เป็นไร..เรียนใกล้บ้านก็ดีแล้ว เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน ขอให้เป็นเด็กดีและตั้งใจเรียน.ก็พอ..ทั้งหมดก็กลับไปแบบไม่มีคำตอบใดๆ
จนถึงวันนี้..๑๖.๓๐ น. ผมกำลังปิดห้องพักครู..เสียงมอร์เตอร์ไซค์ขับมาจอด ผมนึกว่านักเรียนลืมของ มองไปไม่คุ้นหน้า แต่ก็เหมือนว่าเคยเห็นที่ไหน..?
“สวัสดีค่ะ ผอ. หนูเป็นแม่ของตะวัน ที่เคยมากับแม่ของใบเฟิร์นไงคะ..”
ผมก็เลยซักถามพูดคุย..แม่ตะวันเล่าเรื่องราวอย่างละเอียด ที่ตัดสินใจว่าจะย้ายมา เพราะลูกสาวขอร้องเองว่า..ย้ายเถอะแม่..ตะวันที่นั่งอยู่ด้วยยิ้มรับ สีหน้าบ่งบอกว่าอยากมาจริงๆ..
ตะวัน..เป็นเด็กหน้าตาดี น่ารัก เรียนเก่ง แต่ตะวัน..ไม่ชอบครูดุ เวลามาสายหรือทำความสะอาดห้องเรียนไม่เรียบร้อย ครูประจำชั้นชอบเอาหนังสือตีหัว..ตอนนี้..จึงไม่ได้มึนแต่เฉพาะตะวันเท่านั้น...แม่ก็มึนงงไปด้วย..
ผมเดินไปส่งแม่ตะวันที่รถ..ก็เลยถามว่า..พ่อของตะวันทำงานอะไร?..แม่ตะวันบอกว่า..เลิกกันแล้ว..เพิ่งเลิกกันได้ ๓ เดือน..แต่ผมสังเกตท้องของแม่ตะวันที่มีลูกในครรภ์ก็ประมาณ ๖ เดือนแล้ว...แม่ตะวันได้แต่ยิ้ม..เป็นยิ้มของนักสู้ ของผู้เป็นแม่..ที่ทำทุกอย่างได้เพื่อลูก...
แม่กับตะวัน..กลับไปแล้ว..ทิ้งความรู้สึกนึกคิดไว้ให้ผม..ไม่น่าเชื่อว่าครูบางคน..เข้าไม่ถึง..หัวใจของผู้ปกครอง..โรงเรียนจะดีเด่นไปเพื่ออะไร..หากครู..ยังไร้จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู..อยู่เช่นนี้...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑
ปีนี้ฉลองหลักร้อยหรือยังจ๊ะท่าน ผอ. คนเก่ง ยินดีด้วยจ้าา