.... เมื่อวานผมเจอโจทย์ยากครับ

รับงานสอน "การคิดเชิงระบบ และการคิดเชิงสร้างสรรค์"  โดยมีเวลาสอนแค่ 3 ชม. !  

เพราะโปรแกรมอบรมของนักวิชาการเกษตรแน่นมาก มีเวลาได้แค่นี้เอง .

ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง สำหรับผม
.

การสอนให้อัพเกรดความคิดได้ นี่คงต้องสอนกันเป็นวันๆ.

เอาจริงๆ ก็ต้องสอนกันเป็นเดือนล่ะครับ  อยากจะเรียกว่า “ฝึก” มากกว่าสอน 

เพราะขบวนการความคิด ต้องฝึกฝน พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน

 จะว่าไปแล้ว ถ้าผมสอนแบบเชิงวิชาการ สอนทฤษฎี

เช่น คิดเชิงระบบ คิดสร้างสรรค์ คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ประเภท มีรูปแบบอย่างไรบ้าง

แล้วก็ สอบ  ใครจำได้ ก็ผ่าน

มันก็ไม่ยากครับ สอนจริงๆ ชม. เดียว ก็เหลือแหล่

เหลืออีก 2 ชม. ทีเหลือ ก็ทำข้อสอบ เฉลบข้อสอบ

หาเรื่องชวนคุย เล่าเรื่องที่ได้อ่านตำรา หรือเล่าประสบการณ์ตัวเอง อะไรไปเรื่อย

เดี๋ยวก็หมดเวลา  สอนเสร็จก็รับเงินกลับบ้าน  สบายใจไป

แต่ถ้าผมสอนแบบนั้น แล้วผู้เรียนจะเป็นยังไงล่ะครับ....

 มันก็คงไม่ต่างอะไรกับเวลาที่เรียนหนังสือวัยเด็ก  

ที่ส่วนใหญ่มีแต่วิชาการ การท่องจำ  แล้วก็คืนครูไปหมดหลังสอบ !

เอาความรู้มาใช้อะไรแทบไม่ได้เลย...เป็นความรู้ประเภทท่วมหัวเสียเยอะ

และไอ้ความรู้พวกนี้ เซิร์สอากู๋เอา ไม่ถึง 10 นาที ก็อ่านจบหมดแล้วด้วยซ้ำ

 

เสียเวลา เสียเงิน สูญเปล่า... การศึกษาแบบหมาหางด้วนนี้

คือ ผมละอายตัวเองนะ ถ้าสอนแบบนั้น

พูดตรงๆ  เลย ... เหมือนหลอกเขากินไปวันๆ

 เพราะฉะนั้น ผมสอนเชิงวิชาการ แล้วผู้เรียนคิดเชิงระบบและเชิงสร้างสรรค์ ที่ว่านี้ไม่เป็น

ได้แค่รู้แต่ทฤษฏี แบบนี้ ถือว่าผมสอบตก

และไม่ควรเรียกตัวเองว่า อาจารย์

 ผมจึงวางแผนการสอนครับ เป้าหมายคือผู้เรียนจะต้องพัฒนาการคิดได้

ด้วยเวลาขนาดนี้ จะทำให้คนพัฒนาอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องหาเครื่องมือมาช่วย

เหมือนจะสอนตัดต้นไม้ในเวลารวดเร็ว ต้องสอนขับรถแบคโฮไปโค่นต้นไม้เลย

อย่ามัวแต่สอนว่าต้นไม้เป็นยังไง  หรือแค่สอนวิธีใช้ขวาน

.

ก็เลยนำเครื่องมือหนึ่งของ ไคเซ็น (บริษัท โตโยต้า) ไปสอนครับ

ที่ผมเคยสอน “สรุปทุกอย่างลงบน A4 แผ่นเดียว”  แล้วประสบผมสำเร็จมาแล้ว..

เทคนิคนี้ ผมการันตีได้เลยว่า จะได้ทั้งคิดระบบ และความสร้างสรรค์ แน่นอน

เพราะเป็นความรู้ที่เจ๋งมากๆ สามารถประยุกต์ได้หมด 

 .

 แต่ก็นั่นแหละ แม้ว่าผมรู้ว่าจะสำเร็จ แต่ก็ยังท้าทายอยู่ดี

เพราะสอนครั้งหนึ่งต้องมีสัก 6 ชม. จึงจะเข้าใจแบบเนียนๆ

นี่ถือว่าใช้รถแบคโฮแล้วนะครับ  ใช้เครื่องมือลัดสุดๆ แล้ว 

 . 

 ความท้าทายต่อไป คือต้องใช้เทคนิคการตัดย่อแต่ยังคงสาระได้เต็ม,  การใช้ Visual โดย Power point

และแข็งใจตัดกิจกรรมบางอย่างออก

.

ผลจากการสอน ดูจากใบประเมิน และจากการสัมภาษณ์หลายๆ ท่านดู

ก็อยู่ในเกณฑ์ที่โอเคนะครับ  ยังดีตามมาตรฐานของตัวผมเองอยู่ (ผมกำหนดมาตรฐานการสอนของตัวเองไว้เสมอ)

ผมเชื่อว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่วันนั้น “เก็ท” และ “ทำเป็น”  สามารถนำเครื่องมือไปใช้พัฒนาความคิดได้

ตรงตามจุดมุ่งหมายของผม แต่แรก... 

 . 

 การเป็นครู เป็นอาจารย์ หรือวิทยากร ต้องรู้ ต้องเข้าใจ คน ครับ

เข้าใจพื้นฐานจิตใจ และขบวนการเรียนรู้ของสมอง ว่าทำงานอย่างไร

เราจึงจะสอนเขาได้ อย่างลึกซึ้ง

ให้เขาเกิดการเปลี่ยนแปลง ความคิด อารมณ์ หรือพฤติกรรมได้

เป็นสิ่งที่ผมระลึกอยู่เสมอๆ “ไม่สอนแค่รู้ แต่ต้องสอนให้เปลี่ยนแปลง”

ขอขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ

.

อ้อ ...ขออนุญาตนะครับ ถ้าสนใจเรียน “สรุปทุกอย่างลงบน A4 แผ่นเดียว” 

สามารถเรียนทางออนไลน์ได้ โดยใช้มือถือคลิดลิง้ค์ ลงทะเบียน หรือ ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://line.me/ti/p/%40bqh9241...

ผมอยากให้คนไทยเก่ง มั่งคั่ง และมีความสุขบนพื้นฐานควาดีงามครับ ...ขอบคุณอีกครั้ง