ความรุนแรงในครอบครัว


นานแค่ไหนแล้วที่ผมไม่ได้ป่วย 

น่าจะราว ๒ ปี ผมจำไม่ได้จริงๆ (เอ๊ะ หรือว่าเป็นเมื่อไม่นานแต่ลืมวะ)

ตัวรุมๆ คันคอ ไอ ปวดหัว ปวดตามเนื้อตามตัว เรียกว่าเป็นหวัดครบสูตร

นอนไม่หลับสิครับ ผมพยายามไม่กินยาใดๆทั้งนั้น แค่ตัวรุมๆ ปวดหัวพอรำคาญ จึงไม่ต้องรักษาด้วยยา แต่นั่นก็ทำให้ผมนอนไม่หลับ

ผมไม่รู้ว่านั่นคือเวลาเท่าไหร่ คนข้างตัวพลิกไปมาบ้าง แต่เมื่อคราวที่ผมพลิกตัวด้วยความล้า พลัน มือนิ่มๆก็มาสัมผัสข้างแก้ม 

เธอคงกำลังตรวจสอบดูกระมัง ว่าผมมีไข้ขึ้นแค่ไหน

ผมนอนไม่หลับ แต่ก็นอนยิ้ม

........................

เมื่อวานผมได้มีโอกาสตรวจคนไข้ท้องคนหนึ่ง อายุครรภ์ก็ล่วงเข้ามากลางไตรมาสที่ ๒ แล้ว

“แปลกดี เธอเป็นคนแถวนี้ ทำไมจะไปคลอดที่อิสานล่ะ” ผมถามออกมา เพราะบันทึกการฝากครรภ์เขียนถึงสถานที่ที่ฝากครรภ์ครั้งแรกๆ และระบุว่าจะคลอดที่จังหวัดแห่งนั้น

“อ๋อ แม่และญาติๆฝั่งแฟนหนูเค้าอยากให้ไปคลอดที่นั่นค่ะ พวกเค้าตื่นเต้นกันมากเลยนะหมอ เป็นหลานคนแรก นี่ก็อยากทราบเพศลูกเหลือเกิน” เธอชายตาไปมองสามีซึ่งนั่นอยู่ข้างๆ

“ที่ฉันว่าแปลก ก็เพราะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่อยากคลอดใกล้ๆแม่ตัวเองไง การดูแลครรภ์และดูแลลูกมันอุ่นใจมากเลยนะ” ผมจินตนาการไปเอง

“ไม่หรอกหมอ ไม่มีใครเอาหนูเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่” 

อุย มาเอาแบบนี้ ผมก็สะดุดสิครับ

ผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงบอกเธอว่า “เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม” แน่ะ สอดรู้สอดเห็นไปกับเขาอีก

“มันเลวร้ายมากเลยนะหมอ จะเล่าให้ฟัง หนูก็ยังอายแฟนเลย” เธอบอก 

ผู้ชายคนที่นั่งอยู่ข้างยิ้มให้เล็กน้อย แล้วขอตัวออกไปรอนอกห้องตรวจ

“เค้าไม่อยากเกิดหนูหรอก หมอเข้าใจมั้ย แม่หนูทำงานที่ร้านคาราโอเกะ แล้วท้องหนูมา เค้าอยากเอาหนูออกจะตาย พ่อก็ไม่รักหนู แล้วเค้าก็เลิกกับแม่หลังจากได้น้องชายมาคนนึง” 

เธอหยุดเล่าเล็กน้อย เว้นช่องไฟพองาม แววตากระด้าง

“เค้าทั้งตี ทั้งตบหน้า ด่าแรงๆ ส่วนพ่อนี่ถีบหนูเลยด้วยซ้ำ วันนั้นหนูเลยทนไม่ไหว หนีไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า” เธอเล่าว่า การหนีไปตายเอาดาบหน้านั้นมันมืดมน เธอขึ้นรถตู้เพื่อไปจังหวัดตรัง

“เธอมีคนรู้จักที่นั่นรึ” ผมชักสงสัย เพราะเด็กสาวอายุน้อยกว่า ๑๘ ปี ต้องออกจากบ้านคนเดียว มันคงน่าระทึกไม่น้อย

“ไม่มีหรอกหมอ หนูถามพี่ผู้หญิงที่นั่งข้างๆว่า พี่จะลงที่ไหน หนูจะลงด้วย หนูไม่เคยไปจังหวัดตรังเลยด้วยซ้ำ”

“หนูลงที่หน้าร้านหนังสือใหญ่ แล้วเรียกวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นเพื่อหาบ้านเช่า พี่วินก็ดีใจหาย หาหมอนให้หนูด้วยนะหมอ แล้วพาหนูไปสมัครงานที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง”

“เธอกล้าเข้าไปของานทำเหรอ”

“กล้าค่ะ ไม่กล้าก็อดตาย หนูได้งานบัญชีง่ายๆ เลี้ยงตัวเองได้อยู่” มาถึงตรงนี้ เธอยิ้มให้ผมนิดหนึ่ง

“หนูมีผู้ชายหลายคน ตอนที่ได้กับใครนั้น หนูก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่าอยากให้คนมากอด มีคนมาบอกว่ารัก หนูต้องการที่พึ่งทางใจเหมือนกันนะหมอ แต่ก็โชคร้ายจริงๆ หนูเจอแต่คนที่ชอบตบตีหนูทั้งนั้นเลย แล้วหนูก็ท้อง และก็ไปทำแท้งมาครั้งหนึ่งด้วย”

ถึงตรงนี้ ผมก็เฝ้าสังเกตอาการว่าคนที่กำลังเล่าเรื่องออกมานั้นเธอรู้สึกอย่างไร แล้วผมก็พบความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น เธอคงชิน แต่ต่างจากผม ที่รู้สึกเศร้าและกระวนกระวายใจ ผมเกลียดความรุนแรงในครอบครัว

“แล้วเธอกลับมาหาดใหญ่ทำไมล่ะ” ผมถาม

“หนูอยากกลับมาหาพ่อหาแม่ คิดว่าเค้าน่าจะให้อภัย แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอกนะหมอ หนูไปเข้าบ้านแม่ เค้าก็ไม่ต้อนรับ เค้าบอกว่าถ้าจะอยู่ก็ต้องหาเงินมาจุนเจือแม่ด้วย ตอนนั้นก็เดินเข้าไปหาหมอนวด ขอเค้าเรียนวิชานวด ได้เงินมาก็ไม่ได้มากมายในแต่ละวัน สุดท้ายก็อยู่กับแม่ไม่ได้ ส่วนพ่อนั้นให้อยู่ แต่ก็ไม่ยอมพูดกับหนู”

“ฮ่าย... ทำไมชีวิตเอ็งมันบัดซบนักหนาวะ” ผมรำพึงออกมาดังๆ

“แล้ววันนั้น หนูทะเลาะกับน้องชาย พ่อจึงออกมาบอกว่า ให้หนูออกไปจากบ้านซะ”

ดีที่เมื่อวานคนไข้ผมน้อยมาก (อันที่จริงก็แทบจะไม่มีนั่นแหละ ฮ่าๆๆ) ผมจึงนั่งฟังเรื่องของเธอต่ออีกมากมาย

“แฟนคนนี้อายุน้อยกว่าหนูมาก เค้ารัก เค้าดูแลหนูดี แต่หนูก็ไม่ปล่อยใจให้เค้าทั้งหมดหรอกนะหมอ หนูกลัว คนที่บ้านเค้าที่อิสานก็รักหนูกันทั้งนั้น ย่าบอกว่า ให้ไปคลอดที่นู่น แล้วเค้าจะดูแลเอง”

ผมเลือกที่จะไม่พูด แต่ส่งยิ้มน้อยๆออกไป

“เธอรู้ไหม เธอผ่านเรื่องร้ายๆมาตลอดเลย หมออยากจะเตือนเธอว่า อย่าไปใส่ความเกลียดต่างๆส่งต่อไปให้ลูกเธอนะ เธอเคยเกลียดเคยหนีความรุนแรง เธอก็อย่างส่งความรุนแรงนั้นไปสู่ลูก” ผมพูดช้าๆชัดๆ

“ค่ะหมอ ลูกคนนี้ก็ได้มาเพราะความรัก หนูจะพยายามประคับประคองชีวิตให้ดีค่ะหมอ ขอบคุณนะคะ นานแล้ว ที่ไม่ได้เล่าเรื่องแบบนี้ให้ใครฟัง”

........................

ผมเกลียดความรุนแรงในครอบครัว

ผมกลัวการตบตี การก่นด่า และความเกลียดชังที่ส่งผ่านไปยังลูกๆ เด็กๆ

แต่แล้ววันหนึ่ง เมียผมก็ทำสิ่งที่ผมเกลียดออกมา

“พ่อจ๋า พ่อถึงไหนแล้ว แม่เพิ่งตรวจคนไข้เสร็จไป” คนปลายสายกำลังเตรียมตัวออกไปกินข้าวกับสามี

“อีกสักพักนะแม่ เพิ่งออกมา” ผมบอกออกไปขณะเลี้ยวรถขึ้นถนนหน้าโรงพยาบาล

“ค่ะ ใกล้ถึง พ่อยิงมาก็แล้วกัน” เธอบอก

เธอแค่บอกให้ “ยิง” น้ำเสียงปกติ แต่ผมตัวเย็นเฉียบ 

ผมเกลียดความรุนแรง

“นี่แม่ แม่จะให้พ่อยิงแม่ได้อย่างไร พ่อรักแม่จะตาย ทำไมแม่พูดแบบนี้”

ผ่าม!

ธนพันธ์ ชูบุญยังคงไอแข็กๆ

๒๑ พค ๖๑

หมายเลขบันทึก: 647510เขียนเมื่อ 21 พฤษภาคม 2018 12:27 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 พฤษภาคม 2018 12:27 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

หมอแป๊ะเขียนเรื่องเศร้าๆ ให้ติดตามอ่านได้จนจบเลย เศร้าจริง

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี