รู้จุดคานงัด แต่ทำไมใช้ไม่ได้ผล?
: ศิลปะการใช้ "จุดคานงัด"
ทุกครั้งที่ผมกลับไปฝึกซ้อมไอคิโด ผมจะได้รับมุมมองในการแก้ปัญหาต่างๆในชีวิตและการงานกลับมา
การจัดการกับคู่ต่อสู้ ก็คือการจัดการกับคู่ขัดแย้ง กับปัญหา ซึ่งในไอคิโดไม่เคยสอนให้เรากลัว หรือหนีปัญหา แต่สอนเราให้ใช้ทิศทางต่างๆในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็น การเดินเข้าไปซึ่งหน้า การเดินเข้าแล้วเปลี่ยนมุมเล็กน้อย การถอยไปข้างหลังแล้วกลับเข้าไป การหมุนตัวหลบ ทิศทางเหล่านี้ยังสามารถใช้ผสมผสาน ต่อเนื่องเป็นกระบวนท่าต่างๆได้ไม่รู้จบ สำคัญคือการอ่านคู่ต่อสู้ ขนาดความสูงต่ำ ความแรงของการเข้าปะทะ ใช้อาวุธหรือมามือเปล่า เหล่านี้ ถ้าเทียบกับปัญหาต่างๆแล้ว เราต้องอ่านคู่ต่อสู้ หรือปัญหาเฉพาะหน้าให้ออกในช่วงเวลาเสี้ยววินาที
สิ่งหนึ่งที่สังคม วงการพัฒนาพูดกันมากคือเรื่อง "จุดคานงัด" หลายคนรู้จุดคานงัด แต่ไม่รู้วิธี "งัด" ก็จะงัดปัญหา งัดคู่ขัดแย้งด้วยการเอาแรงเข้าง้างงัดอย่างทื่อๆ แต่ในศิลปะการต่อสู้อย่างไอคิโดจะสอนให้เราผ่อนแรงคู่ต่อสู้มาในจุดที่เขาอ่อนแรง หรือเสียสมดุลก่อน จากนั้นจึงเคลื่อนตัวเรา ส่งแรงจากแกนกลางของลำตัวเราบวกกับแรงที่ซึมซับจากคู่ต่อสู้ไปที่จุดคานงัด จนองคาพยพหรือร่างกายและจิตใจทั้งหมดของคู่ต่อสู้ต้องขยับตาม เป็นการสอนให้รู้จักศิลปะของการเล่นกับจุดคานงัด โดย ไม่ใช้แรงจากจุดปะทะ ไม่ใช้การเอาแรงจากตัวเองไปทุ่ม ไปงัดอย่างที่คนภายนอกเข้าใจ หากแต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ลึกซึ้งที่ต้องฝึกจนหลอมรวมเป็นเนื้อในกาย จิต และวิถีชีวิตของเรา
ความ รู้เรื่อง "จุดคานงัด" เป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้ารู้แล้วใช้ไม่เป็น เล่นกับแรงปะทะไม่ได้ ก็น่าเสียดาย
การฝึกไอคิโดของผมช่วยให้เข้าใจเรื่องการเล่นกับจุดคานงัดอย่างมีสีสัน ผ่อนผัน หนักเบา เข้าออกได้หลากหลายทิศทาง พลิกแพลงไปตามรูปการของการปะทะและประสาน
ศิลปะแขนงอื่นก็มีคุณูปการหากเราสามารถใช้มันเชื่อมกับงานและชีวิตได้
เหมือนอย่างที่ "ไอคิโด" สอนผมในวันนี้ครับ

