ฐานที่ ๗ มีศูนย์ ๕ ศุนย์ ศูนย์กลาง คือ อากาศธาตุ, ศูนน์ข้างหน้าธาตุน้ำ, ศูนย์ข้างขวาธาตุดิน, ศูนย์ข้างหลังธาตุไฟ  ศูนย์ข้างซ้ายธาตุลม เครื่องหมายใสสะอาดตรงช่องการกาศกลาง ตรงนั้นเรียกว่า "ศุนย์" ตรงนี้เวลาสัตว์ไปเกิดมาเกิดแล้วก็มาอยู่ในที่สิบ อยู่ในกลางดวงนั้น กายละเอียดอยู่ในกลางดวงนั้น เมื่อพ่อแม่ประกอบธาตุธรรมถูกส่วนเข้าแล้ว ก็ตกศุนย์ที่เดียว พอตกศูนย์ก็ลอยขึ้นมา เหนือกลางตัว ๒ นิ้วมือ (เป็นดวงกลมใส) โตเท่าฟองไข่แดงของไก่ ใสเป็นกระจกส่องเงาหน้า นี้มันจะเกิดละ ตรงนั้นเรียกว่าศุนย์ศูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษยโลกก็ต้องเกิดด้วยศุนย์นั้น จะไปนิพพาน ก็ต้องเข้าศุนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเข้าศูนย์นั้นเหมือนกัน แบบเดียวกัน

           จะตายจะเกิด เดินตรงกันข้าม ถ้าว่าจะเกิด ก็ต้องเดินนอกออกไป ถ้าว่าจะไม่เกิด ก็ต้องเดินในเข้าไป กลางเข้าไว้ หยุดเข้าไว้ ไม่คลาดเคลื่อน นี้ตายเกิดอย่างนี้ ให้รู้จักหลักอย่างนี้ เมื่อรู้จักหลักดังนี้แล้วก็รู้ที่เดียว พอรุ่งขึ้นเช้านี้ ที่ใจเราวุ่นวายอยู่นี่มันทำอะไร..มันต้องการจะเวียนว่ายตายเกิด ถ้าใจเราน่ิงอยู่ในกลางนั้น มันจะเลิกเวียนว่ายตายเกิด เราก็รู้ตัวของเราอยู่เราไม่ต้องง้อใคร เรารู้แล้ว เราเรียนแล้ว เราเข้าใจแล้ว เราต้องทำใจของเราให้นิ่ง ทำใจให้หยุดอยู่ศุนย์กลางนั้น กลางของกลางๆๆซ้าย-ขวา -หน้า-ล่าง -บน- นอก-ใน ไม่ไป เข้ากลางของกลางๆๆ นิ่งแน่นหนักขึ้น พอถูกสวนเข้าเท่านั้น เห็นดวงใสแจ่มบังเกิดขึ้น เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ดวงนั้นแหละเรียกว่า "ธัมมานุปัสสนาสติปัฎฐาน" เป็นทางไปของพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหมดในสากลโลกในสากลธรรม พระพุทธเจ้าพระอรหันต์จะเข้าไปสู่นิพพาน ต้องไปทางนี้ทางเดียว ไม่มีทางแตกแยกจากกัน ไปแนวเดียวทางเดียวกันหมด แต่ว่าการไปนั้นบางท่านเร้ซ บางท่านช้า ไม่เหมือนกัน คำที่ว่าไม่เหมือนกันนี้แกละถึงจะได้ชื่อว่าไม่ซ้ำกัน คำว่าไม่ซ้ำกันเพราะเร้ซกว่ากันช้ากว่ากัน แล้วแต่นิสัยวาสนาของตนที่สั่งสมอบรมไว้ แต่ว่ ทางไปนั้นเป็นทางเดียวกันหมด เป็นเอกายนมรรค หนทางเส้นเดียว เมื่อจะไปต้องหยุด นี้ก็แปลก ทางโลกเขาจะไปต้องขึ้นเรือบิน เรื่อยนต์รุยนต์ไป จึงจะเร็วจึงจุะถึง แต่ทางธรรมไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อจะไปต้องหยุด ถ้าหยุดจึงจะเร็วจึงจะถึง นี่แปลกอย่างนี้ ฉะนั้นต้องเอาใจหยด จึงจะเร็วจึงจะถึง หยุดอยู่กลางดวงธรรมที่ทีำให้เป็นกายมนุษย์ พอหยุดถูกส่วนก็เห็นดวงใส ดวงใสนั้นแหละเรียกว่า "เอกายนมรรค" หรือเรียกว่า "ปฐมมรรค" หรือเรียกว่า "ธัมนุปัสสนาสติปัฎฐาน" โตเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ใจก็หยุดนิ่งอยู่กลางดวงนั้น

          พอหยุดนิ่งถูกส่วนเข้าเท่านั้น หยุดในหยุดๆๆๆ กลางของหยุด เรื่อยเข้าไป กลางของกลางๆๆๆที่หยุดน้น พอถูกส่วนเข้า เห้นดวงอีก ดวงหนึ่งเท่าๆ กัน อยู่กลางดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฎฐานนั้น เรียกวา ดวงศีล หยุดอยู่กลางดวงศีลนั้น พอถูกส่วนเข้า เห็นอีกดวงหนึ่งเท่าๆ กัน เรียกว่า ดวงสมาธิ หยุดอยู่กลางดวงสมาธินั้นน พอถูกส่วนเข้า เห็นอีกดวงหนึ่ง เรียกว่า ดวงปัญญา ดวงเท่าๆกัน หยุดอยู่กลางดวงปัญญานั่น พอถูกส่วนเข้า เห็นอีกดวง เรียกว่า ดวงวิมุตติ ใสละเอียดหนักขึ้นไป หยุดอยู่กลางดวงวิมุตนั้น พอถูกส่วนเข้า เห็นอีกดวงหนึ่ง เรียกว่า ดวงวิมุติญาณทัสสนะ หยุดอยู่กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ หยุดอยู่กลางดวลวิมุตติญาณทัสสน พอถูกส่วนเข้าเห้นตัวกายมนุษ์ของเราที่นอนฝันออกไปที่ไปเกิดมาเกิด เขาเรียกว่า กายมนุษย์ละเอียด พอเราไปเห็นเข้าเท่านั้น เราก็รู้ได้ที่เดียวว่า อ้อ กายนี้เวลาฝันเราเคยเห็น เคยไปกับมัน ในเวลาทำกิจหน้าที่ฝัน เวลาตื่นแล้วไม่รู้มันไปอยู่ที่ไหน บัดนี้ เรามาเห็นแล้ว อยู่กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ นั่นเอง.. บางส่วนจาก "หลักและวิธีเจริญสมถะและวิปัสสนาเบื้องต้นถึงธรรมกาย"