เรื่องเล่า เทา – งาม ครั้งที่ 21 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ และโรงเรียนวัดท้ายยอ จังหวัดสงขลา

เรื่องโดย : ณัฐพล อาจอำพันธ์

        เมื่อกล่าวถึงคำว่า เทา – งาม สัมพันธ์ หลายคนก็จะนึกถึงการที่มหาวิทยาลัยในเครือ มศว. เดิม ได้มารวมตัวทำกิจกรรมกัน แต่ในทรรศนะของผมดันคิดไปมากกว่าการไปทำกิจกรรมต่างสถานที่ ต่างบ้านต่างเมือง เพราะวันแรกที่ทราบว่าได้ไปร่วมกิจกรรมนี้ก็ได้โทรศัพท์ไปรายงานผู้เป็นแม่ว่า ลูกได้ไปทำกิจกรรมที่จังหวัดสงขลา ซึ่งแม่ผู้เข้าใจในความเป็นนักกิจกรรมของลูก ว่ากิจกรรมของลูกที่ทำเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม นับว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีที่เราจะได้ออกไปประกาศศักดา (ศักดา พ่ะนะ) ด้วยความที่เป็น มมส ที่ไม่หวั่นต่อสิ่งที่เหนื่อยยากลำบาก (เว้าซื่อๆสะ กินง่าย อยู่ง่าย) พอถึงวันเดินทางทุกคนตื่นเต้นที่จะเดินทางไกลไปด้วยกัน พากันตื่นแต่เช้าเพื่อมารอขึ้นรถ เราใช้เวลากับการกิน นอน บนรถเป็นเวลาเกือบ 25 ชั่วโมง “ฮอดแล้วๆๆ สงขลา” เป็นคำที่เพื่อนๆที่ร่วมเดินทางได้กล่าวขึ้น พอได้ยินแล้วรู้สึกว่าหายเหนื่อยเป็นปริทิ้ง ทุกคนเริ่มขนสำภาระของตนเองลงจากรถ จากนั้นก็พากันนอนเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง วันแรกก็ยังไม่รู้จักใครมากยังหวั่นๆว่าตนเองจะสามารถเข้ากับผู้อื่นได้หรือไม่ ตกเย็น ม.ทักษิณ เจ้าภาพได้พานำเที่ยวเมืองสงขลา หาดสมิหลา ถนนคนเดินเมืองสงขลา ซึ่งมีอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะอาหารใต้ “คือบ่มีข้าวเหนียว” เป็นสิที่โหยหาที่สุดในขณะนั้น เสร็จจากนั้นก็ได้กลับมาพักผ่อนที่โรงเรียนวัดท้ายยอ วันต่อมมาคือพิธีเปิดเป็นสิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดคือ เขาใช้ความเป็นเอกลักษณ์ของปักษ์ใต้ และสื่อถึงภาษา วิถีชีวิต ของคนภาคใต้ได้อย่างดี นับว่าถึงเราเป็นคนต่างถิ่นเราก็สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ภาคใต้มี แต่ภาคอีสานไม่มี และวันต่อมาเป็นวันลงทำงานวันแรก ในตอนแรกๆก็ยังไม่คิดว่าจะเข้ากับมหาวิทยาลัยอื่นๆได้ จึงเริ่มจากการมีการพูดคุยเพื่อสร้างความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเพื่อนชาวมุสลิมที่มีนิสัยที่น่ารัก เป็นมิตรมาก โดยเฉพาะ “มุมีนะห์” จะเข้าหาคนที่ต่างศาสนา โดยไม่แบ่งแยกความแตกต่างทางศาสนา ก็นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเลย จากนั้นก็แบ่งงานกันเป็น 2 กลุ่ม (ฝ่ายบำเพ็ญประโยชน์ มี 2 งาน คือ สนามวอลเล่ย์บอล และสวนสมุนไพร) ซึ่งตนเองได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าหลักในการทำสวนสมุนไพร เริ่มแรกก็ทำการเคลียร์สวนเดิมออกทั้งหมด แล้วทำการวางแปลนของสวนสมุนไพรใหม่ให้มีสัดส่วนของพืชสมุนไพร และจากนั้นเจ้าภาพก็ได้เข้าไปยังชุมชนเพื่อขอพืชสมุนไพรที่เป็นพืชประจำถิ่นเกาะยอ ใช้เวลาทำ 3 วัน จึงแล้วเสร็จ และได้ไปช่วยฝ่ายอื่นๆอีก นอกจากกิจกรรมที่ได้ทำในส่วนที่ได้รับผิดชอบแล้ว ยังมีการแข่งขันกีฬาสี การแห่ขบวนสงกรานต์  และมีการทัศนศึกษาที่ ถ้ำมรกต เกาะกระดาน ซึ่งเป็นสถานที่ที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ตราตรึงใจเป็นอย่าง ในที่สุดวันที่ไม่อยากให้มาถึงก็มาถึง วันที่เราต้องเดินทางกลับ ยอมรับจริงๆว่าทำใจได้ยากเหมือนกันเพราะมันคุ้นชินกับพื้นที่เสียแล้ว ความรัก ความผูกพัน ระหว่างเพื่อน มมส เอง และเพื่อนต่างมหาวิทยาลัยเอง ทุกคนก็ไม่อยากจากกันไปเลย ขอบคุณเทา – งาม ครั้งที่ 21 ที่ทำให้ทุกคนได้มาทำงานร่วมกัน ได้มาเจอกัน สิว่าบุญผลากะได้ หวังว่าโอกาสต่อไปเราคงได้เจอกันอีก

“สองเล สามน้ำ เทา – งาม เป็นหนึ่งเดียว”