หนังสือเหล่านี้รวบรวมถ้อยคำแห่งชีวิตจากสุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญไว้หลายคน ทั้งที่เป็นนักคิด นักเขียน นักร้อง นักธุรกิจ นักการเมือง นักสังคมสงเคราะห์ นักวิชาการ นักแสดง ฯลฯ ซึ่งแต่ละคนได้กล่าวไว้ในวันรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ยกตัวอย่างบุคคลที่ผมคุ้นชื่อมากเป็นพิเศษ ก็เช่น สตีฟ จ็อบส์ บิว เกตส์ บารัค โอบามา โจแอนน์ แคเธอรีน โรวลิ่ง

ในวันนี้  (28  มีนาคม 2561)  ขณะที่เกือบๆ จะ 200  ชีวิตพาตัวเองมุดถ้ำ แวกว่าย ดำน้ำในทะเลตรัง  ผมกลับเลือกที่จะนั่งชมวิวความงามของทะเลอยู่บนลำเรือ  

ผมชัดเจนตั้งแต่ตอนกลางคืนแล้วว่า "จะไม่ลงเล่นน้ำ"  ชัดเจนด้วยการแจ้งผ่านที่ประชุมอย่างฉะฉาน  ในทำนองว่าใครจะลงหรือไม่ก็ตาม  แต่สำหรับผมแล้วขออนุญาตที่ "จะไม่ลง" 555

ผมให้เหตุผลในแบบฉบับ "คนป่า"  ที่ผมเป็นประมาณว่า "ผมชอบทะเล  แต่ก็ไม่ได้หลงรักการดำผุดดำว่ายเท่าใดนัก  ตรงกันข้ามคือการหลงรักทรายหาด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทอดเท้าท่ามสายลมและสายฝนพรำบนชายหาดเสียมากกว่า  รวมถึงการยังซื่อสัตย์ต่อภูเขาที่มากมีด้วยหมู่มวลเมฆหมอกและฝนพรำ"

ครับ-ผมกล่าวด้วยท่วงทำนองนั้นจริงๆ เป็นการกล่าวด้วยความเคารพต่อท้องทะเล  ดีกว่าบิดเบือน เสแสร้ง

หากแต่ในเนื้อแท้ที่พูดไม่ชัดและเก็บงำไว้ก็คือ...จริงๆ แล้วผมหวั่นหวาดกับการเมาเรือ เมาคลื่น  และอดทนน้อยนักกับเจ้าความหนืบเหนียวและแสนเค็มของทะเล  รู้ทั้งรู้ว่านั่นคืออัตลักษณ์และเสน่ห์ของมหาสมุทร แค่ก็อดที่จะรู้สึกเช่นนั้นไม่ได้อยู่ดี 5555555

ถึงกระนั้นก็เถอะ  เมื่อถึงคราวต้องเดินทางจริงๆ  ผมมิวายแอบตระเตรียมชุดเล่นน้ำไปด้วยเหมือนกัน  เพราะรู้นิสัย (สันดาน) ตัวเองดีว่า เป็นคนสุดแสนจะอ่อนไหว  แถมเป็นคนประเภทไม่มีภูมิต้านทานการเชื้อเชิญและการใจแข็งที่จะปฏิเสธความน่ารักของท้องทะเลได้  --



แน่นอน  เมื่อต้องเดินทาง  สิ่งที่ผมปฏิบัติเสมอมาก็คือการพกพา "หนังสือ" ไปด้วย  เรียกได้ว่า อ่านไม่อ่านไม่รู้ละ  เป็นตายร้ายดีก็ต้องพกให้อุ่นใจไว้ก่อน 

และครั้งนี้  หนังสือที่พกพาลงทะเลไปด้วยก็คือ "วิชาสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน"  ที่แปลโดย สกุณี  อาชวานันทกุล  ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 โดยสำนักพิมพ์ openbooks

ผมคงไม่จำเป็นต้องกล่าวแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้มากความ  เพราะเป็นหนังสือที่ขายดิบขายดี  ได้รับความนิยมชมชอบอย่างแพร่หลายในสังคมนักอ่านบ้านเรา -

อันที่จริงผมเคยซื้อมาเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อน  (แต่ยังไม่ได้อ่าน)  บางเล่มมีคนยืม (แล้วไม่คืน)  ขณะบางเล่ม มอบให้มิ่งมิตรไปอย่างเต็มใจ  จนล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  จึงซื้อจากถนนย่านสะพานควายมาเก็บประดับตู้หนังสือของตนเอง

หนังสือเหล่านี้รวบรวมถ้อยคำแห่งชีวิตจากสุนทรพจน์ของบุคคลสำคัญไว้หลายคน  ทั้งที่เป็นนักคิด นักเขียน  นักร้อง นักธุรกิจ นักการเมือง  นักสังคมสงเคราะห์  นักวิชาการ นักแสดง ฯลฯ  ซึ่งแต่ละคนได้กล่าวไว้ในวันรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก  ยกตัวอย่างบุคคลที่ผมคุ้นชื่อมากเป็นพิเศษ ก็เช่น   สตีฟ จ็อบส์  บิว เกตส์  บารัค  โอบามา  โจแอนน์ แคเธอรีน โรวลิ่ง

หากแต่ในที่นี้  ผมเลือกที่จะนำถ้อยคำของ “โจแอนน์  แคเธอรีน  โรวลิ่ง” ผู้ประพันธ์ Harry Potter อันเลื่องชื่อที่ทำยอดจำหน่ายกว่า 400 ล้านเล่ม  และถูกแปล 65 ภาษา  พร้อมๆ กับการยกระดับจากหนังสือสู่การเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังยิ่งกว่าพลุแตก  กวาดรายได้ถล่มทลาย  รวมถึงมากล้นด้วยคำชมเฉกเช่นกับการชื่นชมอรรถรสที่ปรากฏในหนังสือ

 



ถัดจากนี้ไป คือส่วนหนึ่งในถ้อยคำที่เธอได้กล่าวสุนทรพจน์ไว้ในงานรับปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University)  ซึ่งผมอ่านแล้วรู้สึกประทับใจ  -  อ่านแล้วช่วยให้ผมได้หยุดคิดทบทวนความเป็นโลกและชีวิต  ทั้งโดยส่วนตัวและสังคมอย่างน่าเคารพ

ใช่ครับ - ย้ำว่าเป็นความชื่นชอบส่วนตัวของผมเอง  ส่วนกัลยาณมิตรท่านใดอ่านแล้วอาจรู้สึกตรงกันข้ามกับที่ผมรู้สึก  สิ่งนั้นเราไม่ว่ากัน  -

  • ลำพังการมีชิตอยู่ของเราก็กระทบกับชีวิตของคนอื่นแล้ว
  • ขณะที่พวกคุณยืนอยู่บนธรณีประตูของสิ่งที่บางครั้งเรียกว่า “ชีวิตจริง”  ฉันอยากจะยกย่องความสำคัญของ “จินตนาการ”
  • ฉันคิดว่าคนที่ขาดจินตนาการ เพราะไม่ยอมใช้มันนั้น  มองเห็นสัตว์ร้ายมากกว่าคนอื่น  และมักจะหวาดกลัวกว่าคนอื่น
  • การโทษพ่อแม่ว่าขับรถพาคุณผิดทางนั้นมีวันหมดอายุ  เมื่อไหร่ที่คุณโตพอที่จะถือพวงมาลัยเอง ความรับผิดชอบย่อมตกเป็นของคุณ 
  • ความยากจนหมายถึงการถูกดูหมิ่นดูแคลน  และต้องทนกับความยากลำบากไร้สาระนับพันครั้ง  แน่นอนว่าการปีนออกมาจากความยากจนด้วยตนเองนั้นคือสิ่งที่จะทำให้คุณภูมิใจ  แต่มีเพียงคนเขลาเท่านั้นที่จะมองว่า  ความยากจนในตัวมันเองเป็นเรื่องโรแมนติก


  • อันที่จริงนิยาม “ความล้มเหลว” สำหรับพวกคุณอาจอยู่ไม่ไกลจากนิยาม “ความสำเร็จ” ในความคิดของคนทั่วไป  เพราะคุณบินสูงแล้วในทางการศึกษา
  • ไม่มีทางที่ใครจะใช้ชีวิตโดยไม่เคยล้มเหลวกับอะไรเลย  ยกเว้นในกรณีที่คุณใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากเสียจนคุณไม่เกิดมาเลยจะดีกว่า  ซึ่งในกรณีนั้นก็เท่ากับว่าคุณล้มเหลวโดยอัตโนมัติ
  • ชีวิตเป็นเรื่องยาก ซับซ้อนและไม่มีใครสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์  ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่จะยอมรับความจริงข้อนี้จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากความผันผวนของชีวิต
  • จินตนาการไม่ได้เป็นเพียงสมรรถภาพพิเศษของมนุษย์ในการมองเห็นสิ่งที่ไม่มีอยู่- ดังนั้นมันจึงเป็นต้นธารของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมทุกๆ อย่าง
  • จินตนาการ คือพลังที่ทำให้เราสามารถเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ที่เราไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมกันกับพวกเขา
  • มนุษย์แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ บนโลกใบนี้ตรงที่มนุษย์สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องประสบกับเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยตนเอง  มนุษย์สามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น และสามารถจิตนาการถึงสถานการณ์ที่ผู้อื่นได้ประสบพบเจอ


นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมคัดลอกจากทั้งปวงที่ โจแอนน์  แคเธอรีน  โรวลิ่ง ได้แสดงสุนทรพจน์  เธอผู้ซึ่งให้ค่าของจินตนาการสำคัญไม่ด้อยไปกว่าความรู้ หรือศาสตร์แขนงอื่นๆ  

รวมถึงการมองชีวิตบนฐานของการใช้ชีวิตตามความฝันผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง  

พร้อมๆ กับการอาทรต่อเพื่อนมนุษย์  แถมยังนิยามความหมายของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ