• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

คุยกับประธานกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งฯ : สถาบันพัฒนาอาชีพวังรี

พอเหงื่อเราแห้ง เราจะไม่รู้สึกเหนียวตัวหรืออยากจะอาบน้ำอีกเลย

   ตอนวันนี้ผมได้โทรศัพท์คุยกับประธานกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งภาคเหนือตอนล่างแห่งประเทศไทย (อ.เสวก) หลายเรื่องด้วยกัน เรื่องแรก เกี่ยวกับเรื่องจะส่งนิสิตไปทำโปรเจคด้วย เรื่องที่ 2 เรื่องการจัดการประชุมใหญ่ และเรื่องที่ 3 เรื่องน้ำตาล และเรื่องที่ 4 คือเรื่องที่จะเดินทางไปอบรมที่สถาบันพัฒนาอาชีพวังรี (เรื่องที่จะเขียนถึง) จังหวัดนครนายก

     ผมถือว่าเป็นรุ่นพี่ เพราะได้ผ่านการอบรมที่สถาบันพัฒนาอาชีพวังรีนี้ เมื่อปีที่แล้ว ( 15-20 กุมภาพันธ์ 2547) ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 พูดไม่พูดเปล่าแสดงหลักฐานไว้ด้วย

     
   
 

 วุฒิบัตร

 

   
 

คนที่ 4 จากซ้าย แถว 3

 

    รุ่นที่ 3 ที่ผมไปอบรม เขาเรียกว่า "โครงการเติมความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าการผลิตและแปรรูปอาหาร (OTOP/SMEsX) หลักสูตรการผลิตและการแปรรูปอาหาร ซึ่งจัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับคลินิกเทคโนโลยีวังรี ปกติรุ่นหนึ่งเขาอบรมกันประมาณ 60 คน แต่รุ่นของผมมีน้อยแค่ 30 คนเท่านั้น ได้ข่าวว่ารุ่นของอ.เสวก มีตั้ง 120 คน และไปจากพิษณุโลกถึง 15 คน

    ผมถามว่าอ.เสวกไปถูกหรือเปล่า อ.เสวกบอกว่า อ.ศจีส่งแผนที่มาให้แล้ว จะออกรถตอนตี 4 ของวันอาทิตย์ที่ 6 จากอุตรดิตถ์ ไปรับอ.วีรวัฒน์ที่เพชรบูรณ์ เข้าทางสระบุรี วิหารแดง หินกอง แล้วเข้าตัวจังหวัดนครนายก แล้วขับไปอีก 14 กิโลเมตรก็จะถึง

    ที่คลินิกเทคโนโลยีวังรีหรือสถาบันพัฒนาอาชีพวังรีนี้ มีลักษณะเป็นรีสอร์ท เจ้าของชื่อ คุณกมลทิพย์ พยัฆวิเชียร หรือ ที่เราเรียกแกว่า "ครูแอ๋ว" เป็นเจ้าของและวิทยากร เป็นนักการตลาดที่เก่งหาตัวจับยากคนหนึ่ง ขนาดที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ต้องยกให้เป็นคลินิกเทคโนโลยีเอกชนรายเดียวของประเทศ (ข้อมูลเมื่อปีที่แล้ว)

    ครูแอ๋วนี่ทำทุกอย่าง เป็นเจ้าของ ผู้จัดการ ผู้เขียนโครงการ ผู้จัดการอบรม วิทยากร เรียกว่า "All in One" เลยทีเดียว

    ที่วังรีนี้มีพิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือมี "ห้องอบเกลือ" เพียงรายเดียวของประเทศไทย เจ้าห้องอบเกลือที่ว่านี้ เป็นเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ เขาต้องเอาเกลือ(ทะเล)ไปเผาที่อุณหภูมิ 1000 องศาเซลเซียส บนภูเขาสูง (เพื่อไม่ให้กลิ่นไปรบกวนชาวบ้าน) ได้เกลือบริสุทธิ์ มาสร้างเป็นห้อง ฝังท่อทองแดง มีน้ำร้อนวิ่งผ่าน

    ตอนค่ำหลังทานอาหารเสร็จ พอห้องอบเกลือความร้อนได้ที่พวกเราที่ไปอบรมกันก็เข้าไปอยู่ในห้องนี้ ก่อนไปอบก็อาบน้ำให้เรียบร้อยก่อน พอเราอยู่ในห้องอบเหงื่อก็จะออก แล้วเจ้าเกลือบริสุทธิ์ก็จะดูกสิ่งสกปรกจากร่างกายเราออกไป เราอยู่ในห้องนี้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ออกมาข้างนอก พอเหงื่อเราแห้ง เราจะไม่รู้สึกเหนียวตัวหรืออยากจะอาบน้ำอีกเลย (?)

    พวกเราได้เข้าอบตัวกันฟรีครับ ไม่เสียเงินสักบาท (ครูแอ๋วจ่าย) ส่วนการอบรมอาชีพก็ฟรีครับ (กระทรวงวิทย์ฯจ่าย)  ครูแอ๋วบอกว่า ค่าก่อสร้างห้องอบเกลือนี่หลายล้าน (ผมว่าราว 2 ล้าน) ถ้าจัดเป็นคอร์ส 10 วัน  เหมาทั้งค่าที่พักค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการอบเกลือนี่ คิดแค่คอร์สละ 50,000 บาท ก็พอครับ...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 6464
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)