๗๖๓. "จิตของผู้มีบุญมาก"

จิตของผู้มีบุญ

ได้อ่านเรื่อง "จิตของผู้มีบุญมาก" ซึ่งมีคุณสมบัติขั้นมาตรฐานของนักบวช นักบุญ ผู้มีศีล มีธรรม และนักสร้างปัญญาบารมี ต้องมี ๙ ข้อ ดังนี้

๑. ไม่บ่น

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ทำให้ยอมรับต่อความเป็นจริงของชีวิต ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น ความเป็นไปของชีวิตนั้น ขึ้นตรงต่ออำนาจ บุญกรรมที่ทำไว้...บ่นไปก็แค่นั้นเอง ที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ "ผลแห่งกรรม" อันเป็นสมบัติของเรานั้นเอง

๒. ไม่กลัว

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง กล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค และปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ ความเป็นผู้มีบุญของตน...เมื่อจะคิด จะทำอะไรลงไป ล้วนมีกำลังบุญมารองรับทั้งหมดทั้งสิ้น

๓. ไม่ทำชั่ว

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพ ให้เป็นตัวควบคุม บริหารจัดการ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดความกลัว ความละอายต่อบาป ต่อกรรม ความผิดน้อย ใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง...เห็นถึงความเสียหายหลายภพหลายชาติ เห็นถึงผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคมอย่างมากมายมหาศาล

๔. ไม่คิดมาก

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังแห่งความสงบแห่งจิตแห่งใจ ไม่ฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์...ความคิดทุกความคิดล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกาย ใจ ไม่คิดเบิกความทุกข์มาใช้ก่อน

๕. รอได้ คอยได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่ใจร้อน ใจเร็ว เห็นถึงจังหวะและโอกาสของชีวิต

๖. อดได้ ทนได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทนที่เป็นหนึ่งเป็นเลิศ มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว เห็นความสำเร็จทุกชนิดมาจากความอดทน อดทนอย่างมีความสุข

๗. สงบได้ เย็นได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่ร้อนรน กระวนกระวาย ซัดส่าย วุ่นวายในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เลวร้าย ก็ทำใจได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

๘.ปล่อยได้ วางได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้น

๙. รู้ได้ ตื่นได้และเบิกบานได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้น ก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ต่อความเป็นจริงของชีวิต...ไม่ปล่อยชีวิตให้ตกไปในกระแสของความโลภ ความโกรธ ความหลง จิตใจมีความอิสระเต็มที่ทุกวัน ทุกเวลา ทุกนาที

และขอขอบคุณ ที่มา : คิดเป็น...เรียบเรียงโดย : เป็นตาฮัก

อ่านเรื่อง "จิตของผู้มีบุญมาก" ทั้ง ๙ ข้อข้างบนนั้นแล้ว...กลับมานั่งพิจารณาตัวของฉันเอง..."ตรงกับตัวของฉันเอง ทั้ง ๙ ข้อ"...ในครั้งแรกก็สงสัยในตัวเองเช่นกันว่า...ทำไมเราทำได้ แต่สังเกตคนอื่นทำไมเขาทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะการกระทำ การสั่งสมบุญ...ทำในสิ่งที่ดี ใจก็จะพบสุขเอง ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ๆ บนโลกนี้ มีปัญญาเสมอ ๆ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าปัญหาการทำงาน ปัญหาในการดำรงชีวิต...จนถึงขั้นเป็นที่แนะนำ ที่ปรึกษาให้กับผู้อื่น ในครั้งแรกก็แปลกใจ...แต่ในจิตส่วนลึกก็ทราบว่า...อาจเป็นบุญเก่าที่ตัวฉันสะสมข้ามภพ ข้ามชาติ ไม่รู้นานสักเท่าไหร่ จึงมาเป็นถึงทุกวันนี้...บางสิ่งทำให้รู้ถึงภัยหรืออันตรายที่จะมาถึงตัวของฉันเอง แต่สุดท้ายก็เข้ามาสู่ตัวฉันเองไม่ได้...และก็ย้อนกลับไปในที่ที่สิ่งนั้นมา...นี่กระมัง! ที่เขาว่า "คนดี ผีคุ้ม" เทวดาจะคอยปกป้องคุ้มครอง เหมือนกำแพงแก้วที่คอยสะกัดกั้นสิ่งไม่ดี ชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาสู่ตัวของฉันเอง

เรื่องนี้ บอกใครไม่ได้...ขึ้นอยู่ที่แต่ละบุคคลจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติเอง สั่งสมทุก ๆ วัน สุดท้ายจะได้เรียนรู้สิ่งนี้เอง...เพราะ "ธรรมะ" คนอื่นให้ไม่ได้ นอกจากตัวเราต้องปฏิบัติด้วยตนเอง...ก็ขอตั้งจิต อธิษฐาน ปฏิบัติธรรมต่อไปเรื่อย ๆ และก็ไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วได้สิ่งใด แต่ก็จะน้อมนำมาปฏิบัติจนหมดลมหายใจ กระทำในสิ่งที่ตนเองแยกแยะออกว่า "สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี"...กระทำแต่สิ่งที่ดี ๆ ต่อตนเองและคนรอบข้าง ต่อสังคม

ปู่เรเคยบอกว่า...จงระวัง!!! ต้องพูดกับคนที่รู้เช่นเรา หากไม่รู้เช่นเรา เขาจะว่าเราได้...น่าจะใช่ เพราะคนเราจะเข้าใจกันในเรื่องเดียวกันนั้น ต้อง "มีศีลที่เสมอกันเท่านั้น"...ขอสาธุๆๆ...บางครั้ง บางสิ่ง ตัวเราเองต้องพิสูจน์ด้วยตัวของเราเองเท่านั้น จึงจะรู้...ใช้ประสบการณ์ตรงของตัวเราเอง (ซ.ต.พ.) ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง...สำหรับการเกิดมาเป็นมนุษย์นั้น ขอบอกเลยว่า..."จิต" และ "กาย" จะสัมพันธ์กันมาก ๆ...เพราะมันแสดงให้เห็นถึงอะไรหลาย ๆ อย่างของชีวิต...ต้องปฏิบัติด้วยตนเองจึงจะทราบค่ะ...เป็นกำลังใจให้ต่อผู้ปฏิบัติด้วยกันค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ

บุษยมาศ  แสงเงิน

๘ เมษายน ๒๕๖๑


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (0)