อสุจิของพ่อ

แม่เคยเล่าให้ผมฟังว่า “ก๋งรักแม่มากที่สุด”

แม่กำลังเล่าถึงเรื่องพ่อของแม่ พ่อที่ติดเรือสำเภามาจากเกาะไหหลำ เรือมาจอดที่เกาะสมุย และด้วยความที่เป็นคนขยัน จึงถูกผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงแนะนำให้แต่งงานกับสาวชาวเกาะคนหนึ่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเธอคนนั้นก็คือยายของผมเอง

ก๋งตายไปตั้งแต่ก่อนผมเกิด

แม่เล่าว่า หน้าของผมตอนคลอดออกมา ผมทำหน้าเหยเกเหมือนตอนที่ก๋งกำลังเจ็บปวดก่อนสิ้นใจ

นั่นคือความทรงจำเกี่ยวกับก๋ง บรรพบุรุษที่ผมมองเห็นผ่านรูป ผ่านคำบอกเล่าจากแม่ และจากหลุมฝังศพก๋ง

ตอนเด็กๆในทุกต้นเดือนเมษายน ผมจะต้องไปไหว้ก๋งที่หลุมฝังศพ 

แม่บอกว่า ครอบครัวเรายากจน ตอนที่ก๋งตายนั้น หลุมฝังศพของก๋งจึงเป็นเพียงการขุดหลุมฝังร่างและนำทรายจากชายหาดมากลบให้พูนๆ หลุมศพคนจนอยู่ริมชายหาดเพียงสิบก้าวจากเนินทราย  “หาดหินลาด” คือชื่อของสถานที่แห่งนี้ ผมเห็นหลุมของก๋งเป็นแค่เนินทรายธรรมดา แตกต่างจากฮวงซุ้ยของคนจีนอื่นๆ ที่มักจะมีป้ายขนาดใหญ่บรรจุภาษาจีนโอบล้อมด้านท้ายหรือหัวของเนินดินใหญ่โต

ป้ายหลุมก๋ง เป็นป้ายไม้แผ่นเดียวเสียบลงไปในผืนทรายเท่านั้น

นั่นคือความทรงจำในอดีต

ผมห่างจากหลุมก๋งไปนานหลายปีนับตั้งแต่นั่งรถตู้มาหาดใหญ่เพื่อเรียนหมอ และนั่นก็คือการออกจากบ้านเกิดของตัวเองอย่างถาวรนับจากนั้น

แม่ น้า และญาติๆ ยังคงไปไหว้หลุมก๋งเป็นประจำในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี จนกระทั่งเมื่อพ.ศ.๒๕๔๓ มันคือปีสุดท้ายที่แม่ไปเยี่ยมก๋งที่หลุมฝังศพ

ช่วงกลางเดือนมีนาคมของปีนั้น ผมกำลังเตรียมจะสอบบอร์ดเพื่อเป็นหมอสูติฯอยู่ที่กรุงเทพฯ ผมกลับบ้านเพื่อขับรถฟอร์ดตูดดำจากหาดใหญ่ไปไว้ที่บ้านสุราษฎร์ฯ ผมกับจิ๋มวางแผนกันไว้ว่าจะขับรถจากสุราษฎร์ฯขึ้นไปเที่ยวพิษณุโลกหลังสอบเสร็จ พ่อและแม่พาเราไปกินอาหารทะเลกันที่ปากน้ำ พ่อดูมีความสุข พ่อนั่งดูผมและเมียกินอาหารทะเลอย่างเอร็ดอร่อย ผมชวนพ่อกินหอยนางรม 

“ลูกกินไปเถอะ เห็นลูกกินอร่อยพ่อก็สบายใจแล้ว” พ่อพูดพลาง ยิ้มจนเห็นลักยิ้มบุ๋มเข้าไปจนเป็นยี่ห้อของพ่อเอง

ช่วงปลายเดือน แม่ไปปีนัง ก่อนแม่ไป เขาทะเลาะกันเล็กน้อยตามประสา แล้วพ่อก็โทรศัพท์มาคุยด้วย ผมรู้สึกแปลกใจที่พ่อคุยเรื่องพี่ของพ่อ พ่อพูดเหมือนน้อยใจในความเป็นพี่เป็นน้อง และก็คุยเรื่องแม่ พ่อบอกมาว่าฝากดูแลแม่และน้องด้วย

ผมแค่รู้สึกแปลกใจ แต่ไม่เฉลียว ส่วนเจ้าน้องสาวโทรมาหาและร้องห่มร้องไห้ บอกว่าพ่อพูดแบบนี้ทำให้ใจคอไม่ดี

ในปีนั้น พ่อขับรถพาแม่ไปเชงเม้งตามปกติ เสร็จจากกิจไหว้บรรพบุรุษฝ่ายเมีย พ่อและแม่ก็ไปนอนกันที่หาดเฉวง น้าที่รู้จักกันเขาเล่าว่า ดูพ่อมีความสุขล้นเหลือ พ่อไปนั่งที่ชายทะเลมองออกไปและยิ้มพริมใจ

กลับมาถึงบ้าน พ่อก็เจ็บหน้าอก และก็จากพวกเราไป

และแม่ก็ไม่ยอมไปไหว้ก๋งอีกเลยนับจากนั้นมา

..................

“แป๊ะ ปีนี้แม่จะไปไหว้ก๋งนะ” เสียงที่บอกมานั้นทำให้ผมแทบหยุดหายใจ

“ก็ลูกบอกแม่เองไม่ใช่เหรอ ว่าถึงเวลาต้องไปเยี่ยมก๋งบ้างแล้ว” แม่พูดต่อเพราะคงรู้สึกได้ว่าเสียงผมเงียบหายไป

“ใช่ เพียงแต่ไม่นึกว่าแม่จะไปจริงๆน่ะสิ” ผมปล่อยเสียงหัวเราะออกไปอย่างดัง 

........................

พูดถึงพ่อ พูดถึงก๋ง ผมรู้สึกคิดถึงตัวอสุจิ 

“บ้าจริง มันไปโยงกันได้อย่างไรวะ”

ตอบ

โยงสิ ถ้าไม่มีอสุจิพ่อ ก็ไม่มีผม ถ้าไม่มีอสุจิก๋ง ก็ไม่มีแม่

อันที่จริง ผมคือของขวัญชิ้นสำคัญที่พ่อฝากไว้กับแม่เชียวนะ

อสุจิเพียงตัวหนึ่ง แย่งชิงพี่น้องร่วมสายพันธุ์กว่า ๒๐๐ ล้านตัว ไอ้ตัวนั้นมันแย่งเจาะไข่แม่ได้อย่างเห็นแก่ตัว ทิ้งพี่ทิ้งน้องไปอย่างไร้เยื่อใย

แล้วผมก็เกิดมา

ผมได้รับยีนส์ของพ่อมาครึ่งหนึ่งแน่นอน เพราะแม่คงท้องกับพระพายไม่ได้

ครั้งหนึ่งเมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ม.๔ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งมีแม่เป็นนักเทคนิคการแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน

“แม่ครับ ผมอยากให้แม่สอนดูอึหน่อย ผมอยากดูขี้ตัวเองผ่านกล้องจุลทรศน์” นั่นคือผมแน่นอน

แล้วแม่เพื่อนก็พาผมเข้าสู่โลกมาโครในทันทีที่ผมยื่นกระปุกบรรจุขี้ให้

“แม่เจ้า กากอาหารเป็นเช่นนี้นี่เอง” ผมอุทาน

“แม่ครับ พรุ่งนี้ผมจะมาอีกนะครับ” ผมแสดงสีหน้าลุ่มหลงในวิทยาศาสตร์ของร่างกาย

เย็นวันนั้นผมรีบกลับบ้านในทันทีที่เลิกเรียน จัดการล็อคประตูห้องนอน เปลื้องผ้า และจัดการช่วยตัวเอง

“โอววว....” นั่นแสดงว่าถึงจุดสุดยอดทางเพศเรียบร้อย ผมปล่อยน้ำให้เข้าไปในขวดที่แม่เพื่อนยื่นมาให้ตั้งแต่เมื่อวาน จากนั้นก็รีบปั่นจักรยานไปหาโรงพยาบาลในทันที

มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งรอผมอยู่ พวกมันอยากดูด้วย 

แล้วผมก็ได้เห็น

“แม่เจ้า” คราวนี้ผมไม่กล้าอุทานเสียงดังเช่นเมื่อวาน

อสุจิของผมกระจัดกระจายประจักษ์แก่สายตา กระดุ๊กกระดิ๊กส่ายหัว มันจะมีกี่ล้านตัวผมไม่ได้ใส่ใจเพราะกำลังตื่นตาตื่นใจ

“หึหึ ผมเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน” ผมกระหยิ่มยิ้มย่อง และผมคงเป็นคนแรกในรุ่น ที่ได้ดูเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้ด้วยสายตา

ธนพันธ์ ชูบุญส่ายหัวไปมาและคงอยากเป็นนักเทคนิคการแพทย์ในช่วงนั้น

๔ เมษายน ๒๕๖๑

ปล. แด่แรงบันดาลใจบนเครื่องบิน บนฟ้าเห็นดวงจันทร์ เบื้องล่างคือแหลมตะลุมพุก อีกราว ๕ นาที ก็จะถึงสมุย ตลิ่งงาม ท้องกรูด หาดหินลาด และก๋ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ผมเอง



ความเห็น (0)