
วันนี้มีโอกาสไปร่วมพิธีเปิดกิจกรรมที่กองพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ จัดกิจกรรมจิตอาสา ผลิตตุ๊กตาช้างเพื่อผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะมืออ่อนแรง มือจิกเกร็งจนเล็บจิกเนื้อ ส่งสุขผ่านผ้า คุณช้างจับมือ โดยงานบริการและสวัสดิการนักศึกษา จัดโครงการจิตอาสานักศึกษากู้ยืมเงินจากกองทุน กยศ. กรอ. ส่งสุขผ่านผ้า คุณช้างจับมือ เพื่อผลิตตุ๊กตาช้างจากผ้า มอบสำหรับโรงพยาบาลหรือสถานสงเคราะห์ เพื่อส่งมอบให้ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ผู้ป่วยภาวะมืออ่อนแรง หรือผู้ป่วยมือจิกเกร็งจนเล็บจิกเนื้อ ระหว่างวันที่ 5 เมษายน ถึง วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 เพื่อผลิตตุ๊กตาช้าง จำนวน 300 ตัว ณ กองพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์
นายภาคภูมิ ทิทา รักษาการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ประธานในพิธีเปิดกิจกรรมกล่าวแบบกระชับว่า กองพัฒนานักศึกษา ฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำงานจิตอาสา ผ่านกิจกรรมที่ส่งมอบความสุขหรือส่งต่อความดีไปยังสังคมและชุมชน งานบริการและสวัสดิการนักศึกษา จึงได้คิดริเริ่มที่จะให้นักศึกษาได้ช่วยกันผลิตตุ๊กตาผ้า สำหรับส่งต่อให้ผู้ป่วยใช้ในการทำกายภาพบำบัดหรือป้องกันเล็บจิกเนื้อ และเพื่อส่งเสริมคุณธรรมสำหรับนักศึกษาในการทำจิตอาสาที่ไม่กระทบเวลาเรียน ใช้เวลาว่างในการทำสิ่งดี ๆ เพื่อส่งต่อแก่ชุมชนและสังคม ให้สมกับปณิธานของมหาวิทยาลัยแห่งการอุทิศตนเพื่อสังคม
ส่วนวิทยากร เล่าบอกน้อง ๆ นักศึกษาอย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ โดยถ่ายทอดถึงความมีน้ำใจอันบริสุทธิ์ที่จะส่งมอบความดี ความงาม ไปยังผู้ป่วย
นางสาวสุภิญญา อนันตรประเสริฐ นักบัญชี กองคลัง มข. วิทยากรในการทำตุ๊กตา กล่าวว่า “การทำตุ๊กตาคุณช้างจับมือ ก็ถือเป็นการส่งต่อความปรารถนาดีจากผู้ที่ตั้งใจทำ แล้วส่งมอบไปยังผู้ป่วยเพื่อให้เขาได้รับสิ่งดีและมีกำลังใจต่อสู้กับโรคภัยที่กำลังเผชิญ เพราระหว่างที่ทุก ๆ คนตั้งใจทำด้วยความเสียสละทุ่มเท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเย็บผ้าด้วยความประณีตในขณะที่มีสมาธิ นั่นคือการทำสิ่งดีด้วยใจและมีความสุข สิ่งเหล่านี้จะส่งผ่านตุ๊กตาผ้าไปยังผู้ป่วย เพื่อให้เขาสุขภาพแข็งแรงจากช้างจับมือ”
ผมก็กลับมาทำงาน พอช่วงบ่ายก็เห็นเขาย้ายจากห้องใหญ่ มาทำที่โต๊ะให้บริการนักศึกษา เห็นกำลังสนุกสนานในการทำตุ๊กตาช้างอย่างขมักขเม้น จึงเข้าไปเก็บภาพ แอบสังเกตว่ามีน้องผู้ชายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำในหมู่สาว ๆ ก็เลยแซวเขาว่า โอ้โห ผู้ชายหวาน ๆ แล้วก็เดินวนสักระยะ เห็นนักศึกษาที่เข้ามาใหม่ กำลังให้รุ่นน้องที่เริ่มชำนาญการช่วยถ่ายทอดวิชาการถักเย็บด้นด้ายและเข็ม ตามแบบผ้า ก็ดูสนุกสนานกับการถ่ายทอด ครูน้อยผู้ถ่ายทอดก็บอกพี่ว่า ทำแบบนี้ค่ะ ผู้มาใหม่ก็ดูจะงง ๆ ผมจึงเอ่ยออกไปว่า “ด้นถอยหลังใช่ไหมครับ” ทุกคนก็ช่วยกันตอบว่า “ค่ะ” ส่วนผู้มาใหม่ก็ยังดูงง ๆ ผมเลยถามเขาว่า “เย็บผ้าไม่เป็นใช่ไหมครับ” ผู้มาใหม่ก็ตอบชัดถ้อยเจนใจว่า “ค่ะ ทำไม่เป็นค่ะ” แล้วสักพักเขาก็ต้องถอนตัวไปทำหน้าที่อื่นแทนการเย็บถักด้าย
ผมเห็นน้องผู้ชายในชุดช็อปวิศวะ จึงเอ่ยถามเขาว่า “น้องเคยเย็บผ้ามาก่อนไหม เพราะผู้ชายหลายคนไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ แต่น้องดูคล่องแคล่ว” เขาตอบว่า “ผมเพิ่งมาหัดเย็บผ้าครั้งแรกที่นี่เลยครับ” โอ้โห นอกจากการพานักศึกษาทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อส่งมอบความดี ความงามไปให้ผู้อื่นแล้ว สิ่งที่ได้จากกิจกรรมนี้ ดูเหมือนนักศึกษาจะได้ฝึกทักษะหลาย ๆ อย่างด้วย เช่น การตัดแบบผ้า การเย็บผ้า และการฝึกสมาธิ เพราะหากทำไม่ดี เห็นพี่เจ้าของโครงการว่า พุงช้างจะปลิ้น ไส้ที่ใช้ยัดเข้าไปเหมือนหมอนจะทะลักออกมา ถ้าทำไม่ดี.... แล้ววิทยากรหลักก็ถ่ายทอดวิทยายุทธ์เพียงช่วงเช้า จากนั้นน้อง ๆ และพี่เจ้าของโครงการ จะต้องช่วยกันถ่ายทอดและส่งต่อวิชากันเอง ก็ได้แง่คิดจากครูชินกร พิมพิลา ว่าผู้เรียนเองก็สามารถเป็นผู้ถ่ายทอดได้ ทำหน้าที่ผู้ช่วยครู เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเองของ “ผู้เรียน” ถือเป็นการพัฒนาทักษะระหว่างบุคคลไปในตัว ผเลยสัมภาษณ์น้อง ๆ นักศึกษา 2 คน ที่นั่งขมักขเม้นทำช้าง
นางสาวชลลดา ทองอ้น หรือ น้องเดียร์ นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ แสดงความรู้สึกต่อกิจกรรมคุณช้างจับมือว่า ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำตุ๊กตาเพื่อส่งมอบแก่ผู้ป่วย รู้สึกอิ่มใจและได้บุญจากการทำจิตอาสาครั้งนี้ แรก ๆ ก็รู้สึกว่าทำยาก แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ จนเกิดความชำนาญ ก็ทำได้ไวขึ้น และทำให้ได้ฝึกสมาธิและเกิดความสุขใจจากการลงมือทำตุ๊กตาช้าง”
นายสุรเชษฐ์ เหล่าโกทา หรือ น้องเชษฐ์ นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ บอกว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำตุ๊กตาและส่งมอบให้ผู้ป่วย แม้จะไม่เคยรู้จักกัน แต่เราก็จะได้ส่งมอบให้เขา ก็รู้สึกดี มีความอิ่มใจ และยังได้ฝึกสมาธิไปในตัว ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเย็บผ้า แต่เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้ทำให้สามารถเย็บผ้าได้ด้วย”
เจ้าของโครงการมีงบประมาณในการจัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์มาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ จัดทำและส่งมอบ .... จึงคิดว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งโครงการต้นแบบที่ช่วยฝึกทักษะนักศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง
“พัฒนากระบวนการคิด” มาจากคนคิดริเริ่มโครงการและหาวิธีการหรือสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้นักศึกษา เพื่อให้เขาได้ซึมซับการ “มีจิตสาธารณะ” ผ่านกิจกรรม เพื่อส่งมอบความดีและความงาม แก่ชุมชนและสังคม...หลังจากนี้ หากผู้จัด ทำชิ้นงานสำเร็จตามเป้าหมาย การส่งมอบไปให้ผู้รับ.... หากมีการติดตามผลการนำไปใช้ โดยเฉพาะในแง่ของความรู้สึกนึกคิดของผู้ได้รับ เช่น ผู้ป่วย ญาติมิตร หรือหมอ พยาบาล ก็อาจจะทำให้รู้ข้อมูลย้อนกลับที่ดีว่าสิ่งที่เราส่งมอบไปเป็นปประโยชน์ และสร้างคุณค่าอย่างไร?
เรื่องราวดี ๆ ที่พี่น้องชาว มข. ร่วมกันคิดและทำ จึงน่าสนใจ และเป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ของโลกใบนี้ แต่อาจทรงพลังและดีต่อใจ
ณ มอดินแดง
5 เมษายน 2561
















