"ช่วยด้วย ผู้ดูแลก็ต้องการการดูแล" 

ทำไมผู้ดูแลก็ต้องการดูแล??? โรคสมองเสื่อมเป็นโรคที่ไม่หายขาด ผู้ดูแลเป็นบุคคลที่เสียสละอย่างแท้จริงในการทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการดูแล จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ดิฉันเห็นทั้งผู้ดูแลที่เป็นคนในครอบครัว หรือบางครอบครัวที่พอมีแรงเงินในการจ้างผู้ดูแลที่ภาษาชาวบ้านอาจเรียกว่า "พี่เลี้ยง" ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อจ้างมาแล้วก็ต้องสามารถที่จะผ่อนแรงคนในครอบครัว ให้เบากาย เบาใจลงได้บ้าง 

แต่ที่พบเจอส่วนใหญ่ จ้างมาแล้วไม่ดูแล ไม่ยอมทำอะไร ถ้าอาการแย่ขึ้น ดูแลยากบ้างก็โก่งค่าตัว บ้างก็ขอลาออก ไปดูคนที่ดูง่ายกว่า หนักหน่อยก็ปล่อยให้ผู้จ้างทำเอง เช่น กรณีหนึ่งที่ลูกสาวจ้างผู้ดูแลมาจากศูนย์แห่งหนึ่ง เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระแม่ที่อายุมาก พอ ๆ กับคุณพ่อที่ป่วยสมองเสื่อมที่มีอาการงุ่นง่าน กระวนกระวาย ไม่นอน แต่ภาพที่เป็นจริง คือ คุณยายยังต้องตื่นมาดูสามีกลางดึก พาเข้าห้องน้ำ ต้องคอยเดินตามเพราะกลัวจะล้ม ทำอาหารให้คุณตา และพี่เลี้ยง ส่วนพี่เลี้ยงหรี่ตามองเวลาคุณตาลุก แล้วนอนต่อ คุณยายกลัวเวลาคุณตาโมโห ตวาด หรือหงุดหงิดใส จนแทบจะป่วยซึมเศร้า แต่พี่เลี้ยงกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว

แต่สิ่งที่ดิฉันจะเล่าเป็นกรณีตรงข้าม ผู้ดูแล หรือพี่เลี้ยงรายนี้อายุ 22 ปี เธอดูแลผู้ป่วยมา 4 ปี อยู่และกินกับนายจ้าง และได้ค่าจ้างที่เมื่อเทียบกับคนอื่นแล้ว ถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับอาการผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลตลอดเวลา เพราะเป็นโรคสมองเสื่อมรุนแรง ต้องช่วยกิจวัตรทั้งหมดซึ่งยากกว่าคนทั่วไป พูดซ้ำ ๆ และติดเธอเป็นเงา เธอต้องดูแลผู้ป่วย 24 ชม. เสาร์ อาทิตย์ไม่ได้หยุด วันหยุดนักขัตฤกษ์ วันสงกรานต์ ปีใหม่ได้กลับบ้านครั้งละ 1 วัน และถูกโทรตามให้กลับถ้าเกินกำหนดเวลา การที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยเป็นความเครียดสะสมจนป่วย หายใจไม่อิ่ม ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเครียด ซึ่งทางนายจ้างไม่คิดที่จะแบ่งเบาเธอ แม้แต่วันเสาร์ อาทิตย์ และไม่กล้าบอกปฏิเสธ ถ้าขอให้ดูแลตลอดเวลาโดยอ้างว่าผู้ป่วยติดเธอ เธอเล่าว่าเธอไม่มีทางเลือกแม่ต้องใช้เงิน ต้องผ่อนรถให้แม่ แต่ ...คุ้มหรือไม่กับการที่ต้องป่วย 

      ...ใครก็ตามที่ต้องดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยสมองเสื่อม เขาคือผู้เสียสละ เพราะช่วยให้คุณใช้ชีวิตง่ายขึ้น การสนับสนุนซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ นึกถึงใจเขาใจเรา...

...ผู้ดูแลก็เช่นกัน การดูแลผู้ป่วยอย่างทุ่มเท ต้องสมดุลกับความต้องการภายในของตนเองในการที่จะได้พักผ่อน..หย่อนใจ...คลายเครียด ...ชาร์ตพลังให้กลับมาเต็มแมกซ์ ..เพื่อดูแลอย่างเต็มที่ต่อไป..หาใช่ การที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวจนป่วยจิต ป่วยใจ... 

เพราะ...จะดูแลผู้ป่วยได้ดีอย่างไรหากใจตนก็ต้องการเยียวยา...