เมื่อวานนี้ทางทีมงานของเราได้มีส่วนร่วมในการคุมเครื่องเสียงให้งาน "วันเอดส์โลก" ที่ทางสถาบันได้จัดกิจกรรม ซึ่งน้องเล็ก(หรือเปล่า)ของทีมงานเราทีทุกคนรู้จักกันดีคือ "น้องนก" เสียงเจื่อยแจ้วผู้ที่ค่อยบริการรับข้อมูลการแจ้งซ่อมต่างๆๆทางโทรศัพท์ที่ปัจจุบันเป็นนักล่ารางวัลของทีมงานเราไปเสียแล้ว เพราะทุกงานที่มีการออกบูธ เธอเป็นต้องได้รางวัลติดไม้ติดมือทุกที ซึ่งวันนี้ผมรับหน้าที่คุมเครื่องเสียงให้กับงาน ก็ได้นั่งสังเกตสิ่งต่างๆๆมากมาย สิ่งที่พบคือ "ความจริงใจที่ทุกคนมีให้กัน ความเอื้ออาทรที่หยิบยืนให้โดยปราศจากการขอร้อง" ซึ่งผมประทับใจมาก ซึ่ง "น้องนก" ก็ได้สัมผัสเช่นเดียวกัน สิ่งที่น้องเค้าประทับใจมากๆๆ จนถึงขั้นปลื้มสุดๆๆ คือเรื่องของ "คุณหมอวี" ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับน้องเค้าว่า "คุณหมอวี" เป็นที่ชื่นชอบของบุคคลในงานมาก โดยเฉพาะผู้ป่วย ที่ "คุณหมอวี"ดูเป็นกันเองและจริงใจกับคำพูดทุกคำที่แสดงออกมากับผู้ป่วยที่ต่างเข้ามาหาคุณหมอ รู้สึกถึงความไว้วางใจและเชื่อใจคุณหมอมาก ยากนะครับที่จะเห็นบุคคลที่ถือว่าเรี่ยนเก่งที่สุดในช่วงเวลาที่พวกเราเอ็นทรานซ์กัน ที่ไม่ถือตนไม่ยึดติดว่า" ฉันเก่ง ฉันมีการศึกษา ฉันเป็นหมอนะ"และที่สำคัญเห็นชีวิตทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน ทีมงานซ่อมบำรุงขอตบมือให้ดังๆๆๆ เลยนะครับ ผมจึงนึกถึงบทความที่เคยอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ "กรุงเทพธุรกิจ" บทความหนึ่งว่า "ชีวิตเป็นสมบัติล้ำค่าส่วนบุคคล" ซึ่งขอคัดลอกเฉพาะประโยคเด็ดมากเล่าสู่กันฟังนะครับ "สมบัติลำค่าใดๆไม่ว่าแก้วแหวน เงินทอง ที่สุดก็เป็นของนอกกาย มิอาจซื้อสมบัติล้ำค่าอันเป็นชีวิตเอาไว้ได้ โลกคือที่พักแรมชั่วคราวของชีวิต เมื่อมาได้ก็ไปได้ ระหว่างอยู่ก่อนไป จึงต้องทำงานจ่ายค่าเช่าตอบแทนโลกตามกำลัง ถนอมชีวิตอันเป็นสมบัติลำค่าของตนไว้ ไม่เบียดเบียนชีวิตตน ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น รักชีวิตตนเอง รักชีวิตผู้อื่น ชีวิตเป็นสมบัติล้ำค่าส่วนบุคคล โปรดถนอมสมบัติตน เคารพสมบัติผู้อื่น ตามอัตภาพแห่งวาสนา ชะตากรรรม และการกระทำ"