บทความวิจารณ์ดังกล่าว เป็นการวิจารณ์นวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ของ ศรีบูรพา โดย โดย ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ เป็นการกล่าวให้เห็นถึงส่วนต่างๆของเรื่องนี้ผ่านทัศนะของท่านที่มีต่อเรื่องนี้ ข้างหลังภาพ เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง ม.ร.ว. กีรติ และนพพร นักเรียนหนุ่มผู้มีอายุน้อยกว่า ที่พบกันที่ญี่ปุ่น ทั้งที่ ม.ร.ว. กีรติมีสามีอยู่แล้ว แต่ทั้งคู่กลับมีความรู้สึกที่ดีมอบให้แก่กัน การกล่าวถึงนวนิยายเรื่องนี้ของ ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ สามารถแบ่งออกเป็นหลายส่วน โดยจะกล่าวดังต่อไปนี้
ส่วนที่ ๑ การเกริ่นนำ เป็นการกล่าวนำก่อนการเข้าสู่การวิจารณ์ ซึ่งกล่าวให้เห็นภาพโดยรวมของหนังสือเรื่องนี้ มีการกล่าวถึงความเป็นที่รู้จักของเรื่องนี้ว่าเป็นที่รู้จักกันดีและได้รับความนิยมชมชอบอย่างกว้างขวาง ประเภทของเรื่อง ซึ่งกล่าวไว้ว่า นวนิยายเรื่องนี้เป็นประเภทพาฝัน แต่จบลงด้วยความเศร้า การเกริ่นนำก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาส่วนอื่นในบทความนี้มีเพียงเล็กน้อย เป็นการกล่าวภาพรวมของเรื่องนี้ ไม่มีการกล่าวถึงตัวผู้แต่ง หรือเหตุผลที่วิจารณ์เรื่องนี้แต่อย่างใด ก่อนที่จะเป็นการกล่าวถึงเนื้อหา และองค์ประกอบอื่นๆในส่วนต่อไป
ส่วนที่ ๒ เป็นการกล่าวถึงองค์ประกอบต่างๆในนวนิยายเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเรื่อง ลักษณะนิสัยตัวละคร สาร กลวิธี ในส่วนของเนื้อเรื่องเป็นการกล่าวถึงเนื้อเรื่องย่อๆของเรื่องนี้ ให้รู้ว่าเป็นเรื่องราวของใคร มีการดำเนินเรื่องอย่างไร และตอนจบจบลงอย่างไร ซึ่งเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มที่อายุห่างกัน ฝ่ายหญิงมีอายุมากกว่าและมีสามีแล้ว แต่เกิดความรู้สึกพึงพอใจชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่า และชายหนุ่มก็เกิดความรู้สึกเช่นเดียวกัน ด้วยความมีเสน่ห์และมารยาทของฝ่ายหญิง นั่นคือ ม.ร.ว. กีรติ ทำให้ฝ่ายชาย นั่นคือ นพพร ตกหลุมรักฝ่ายหญิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปในขณะที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น ต่อมา ม.ร.ว. กีรติ เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมกับสามี นพพรอยู่เรียนต่อและได้กลับประเทศไทยหลังจากเรียนจบแล้วได้แต่งงานกับหญิงสาวที่บิดามารดาเลือกให้ ทางด้านคุณหญิงหลังจากเจ้าคุณสิ้นชีวิต ก็กลายเป็นม่าย ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง แต่นพพรมีความรู้สึกให้คุณหญิงเช่นมิตรทั่วไป เรื่องราวจบลงด้วยความเศร้า เนื่องจากคุณหญิงสิ้นชีวิตด้วยโรคประจำตัว และเป็นผลมาจากความเสียใจที่นพพรไม่รักตนเช่นเดิม
ต่อมาเป็นการกล่าวถึงลักษณะนิสัยของตัวละคร ซึ่งในการกล่าวลักษณะนิสัย ทางด้าน ม.ล.บุญเหลือ ได้ทำการวิเคราะห์เชิงจิตวิทยา ซึ่งกล่าวถึงความรู้สึกนึกคิดทางด้านจิตใจของตัวละครเป็นส่วนใหญ่ จากการเล่าเรื่องผ่านตัวนพพร ทำให้ผู้อ่านได้รู้ถึงความรู้สึกนึกคิด จิตใจของตัวละครฝ่ายชายผ่านการบรรยาย ความคิดของตัวละครที่คอยดำเนินเรื่อง และเห็นถึงลักษณะนิสัย ตัวตนของตัวละครดังกล่าว และสามารถรับรู้ลักษณะนิสัย ท่าทางของตัวละครฝ่ายหญิงได้จากการเล่าของนพพร ม.ล. บุญเหลือได้กล่าวถึงตัวละครไว้ว่า “นพพรเป็นชายหนุ่มที่ได้รับการอบรมตามแบบแผนของคนมีสกุลของไทยในช่วงหลัง พ.ศ. ๒๔๗๕ ไม่กี่ปี ชายหนุ่มทั่วไปยกย่องผู้หญิงที่มีมารยาทอ่อนโยน แสดงความคิดนึกอย่างสุภาพและไม่มากเกินกว่าที่สังคมจะยอมรับนิยมผู้หญิงที่เอาใจใส่กับการแต่งตัวทะนุบำรุงตนเองให้ดูสดชื่น แต่ไม่ถึงกับให้เห็นเป็นการแต่งชัดเจนโจ่งแจ้ง นิยมผู้หญิงที่มีคุณสมบัติของแม่บ้าน รู้จักการจัดอาหาร การรับแขกให้สุขสบายไม่เก้อเขิน เป็นต้น ลักษณะนิสัยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีอยู่ในคุณหญิงกีรติซึ่งเป็นทุนเรียกความสนใจจากนพพรเป็นอันมาก” ซึ่งทำให้เราเห็นทั้งลักษณะของตัวนพพรเอง และคุณหญิงกีรติด้วย การที่นำหลักจิตวิทยามาวิเคราะห์ทำให้เราได้เห็นลักษณะจิตใจของตัวละครว่าเป็นเช่นไร
ต่อมา ม.ล. บุญเหลือ ได้กล่าวถึงสารของเรื่องไว้ว่า “สารของนวนิยายเรื่องนี้จับได้ไม่ยากนัก นั่นคือความรักของชายหนุ่มนั้นไม่แน่นอน แต่ความรักของผู้หญิงที่พ้นวัยจะได้รับความรักจากชายวัยเดียวกันแล้ว ย่อมจะฝังลึก” ข้อความดังกล่าวเป็นทัศนะต่อสารของเรื่องนี้ของม.ล.บุญเหลือ ที่เห็นว่า ความรักของหนุ่มสาวต่างวัยที่มีความรักต่อกันย่อมแตกต่างกัน ด้านชายหนุ่มนั้นความรู้สึกย่อมมีวันเปลี่ยนไป ต่างจากหญิงที่มีอายุมากขึ้นย่อมให้ความสำคัญต่อความมั่นคงในความรัก นั่นคือสารที่ต้องการจะสื่ออกมาให้ผู้อ่านได้รับ
องค์ประกอบต่อมาที่ ม.ล. บุญเหลือได้หยิบมาวิจารณ์นั่นคือ กลวิธีของนวนิยายเรื่องนี้ โดยกล่าวถึง ในด้านการใช้ภาษา โดยใช้ทางด้านหลักวิชาการในการวิจารณ์ ซึ่งกล่าวไว้ว่า นวนิยายเรื่องนี้มีสำนวนภาษางดงาม ไพเราะ ทั้งเสียง และทั้งก่อให้เกิดมโนภาพ มีการยกตัวอย่างเนื้อเรื่องบางตอนมาให้เห็นถึงความงดงามของภาษาที่ใช้ในเรื่อง แต่ยังชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่อง โดยกล่าวไว้ว่า “แต่ขอชี้ข้อบกพร่องที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยก่อน ขอให้สังเกตสำนวนที่ ม.ร.ว. กีรติใช้ในการสนทนากับนพพร ซึ่งเป็นสำนวนเหมือนไม่ใช่คนพูดแต่ราวกับสำนวนนักประพันธ์ที่เรียบเรียงมาอย่างดี ไม่เหมือนคนที่คิดพลางพูดไปพลาง” ซึ่งข้อบกพร่องดังกล่าวเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมแล้วสำนวนภาษาที่ใช้ถือว่าดี มีความเหมาะสมทำให้นวนิยายเรื่องนี้น่าอ่าน”
ส่วนที่ ๓ จะกล่าวถึงการวิเคราะห์ วิจารณ์ของ ม.ล. บุญเหลือ ซึ่งจากบทวิจารณ์ดังกล่าวที่อ่าน เป็นการกล่าวถึงนวนิยายเรื่อง “ข้างหลังภาพ” ในทัศนะของ ม.ล. บุญเหลือ เทพยสุวรรณ โดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัวถึงเรื่องนี้ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักระหว่างตัวละครที่ชี้ให้เห็นว่าความรักของชายหนุ่มนั้นไม่แน่นอน ซึ่งต่างจากหญิงสาวในวัยที่มากกว่า ที่มีความมั่นคงในความรัก เนื่องด้วยวัยที่การมีความรักไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ความรู้สึกหลังจากอ่านเรื่องนี้ และมีการนำหลักวิชาการมาใช้ในการกล่าวถึงการใช้ภาษาในเรื่องและหลักจิตวิทยามาใช้ในการวิเคราะห์ถึงลักษณะจิตใจของตัวละคร ให้ผู้อ่านได้เข้าใจได้มากขึ้น ในตอนท้ายของบทความมีการกล่าวสรุป เป็นการกล่าวถึงความงดงามของนวนิยายเรื่องนี้ที่เป็นงานศิลปะที่น่าชื่นชม ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของผู้อ่าน ซึ่งในตอนท้ายเป็นการกล่าวถึงความรู้สึกของ ม.ล. บุญเหลือที่มีต่อเรื่องนี้ ซึ่งเป็นความชื่นชอบส่วนตัวที่ชื่นชอบนวนิยายเรื่องนี้ และกล่าวให้เห็นถึงสิ่งที่ได้จากสารของเรื่อง