เป็นเคสที่ตอนเจอกันอายุ 15 ปีเรียนโรงเรียนสารสาสน์ และมีปัญหาด้านการเรียน การเข้าสังคมกับเพื่อน การทำงานร่วมกับผู้อื่น มีการไม่ส่งการบ้านและงานที่ได้มอบหมาย และมีพูดคุยกับคนแปลกหน้าและโดนหลอก โดยหลอกทั้งเอาของในบ้านและถูกหลอกเอาเงิน พบอาจารย์สามครั้งต่อสัปดาห์ในตอนแรก และหนึ่งครั้งต่อเดือนในตอนหลัง เมื่อได้พูดคุยน้องบอกความต้องการอยากออกกำลังกาย อาจารย์จึงชวนไปวิ่งที่สวนสาธารณะ เจอกับที่สอนมวยไทยและเกิดความสนใจในการต่อยมวยไทย เพื่อเป็นการออกกำลังกาย จึงได้ต่อยอดความสนใจด้วยการ ให้ไปเรียนต่อยมวยไทยจริงๆโดยเข้าไปขอกับครูเองเลย เมื่อน้องได้เรียนต่อยมวย ที่ทำให้มีกิจกรรมที่สนใจทำขึ้นมา มีจุดมุ่งหมายมากขึ้น ไม่ใช้เวลาไปกับการคุยกับคนแปลกหน้าและถูกหลอกอีก และน้องได้สนใจซื้อกระสอบทรายที่บ้าน และอาจารย์ได้ไปต่อยมวยกับน้องที่บ้านโดยคิดท่าต่อยแปลกๆ ที่ช่วยทำให้น้องรู้สึกดี และกิจกรรมต่อยมวยทำให้น้องน้ำหนักลดลง ปัญหาต่อมาคือปัญหาการเรียน จึงได้ดูสภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน และช่วยทำตารางการทำการบ้านและส่งงาน จึงช่วยให้น้องส่งงานได้ และปัญหาการเข้าสังคมการทำงานกลุ่มกับเพื่อน โดยให้คุณพ่อแม่ชวนเพื่อนมาทำงานกลุ่มที่บ้าน ทำให้น้องทำงานกลุ่มกับเพื่อนได้ และสามารถทำงานกลุ่มกับเพื่อนได้ในทุกๆงานและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เข้ากับผู้อื่นได้ และมีความสุขมากขึ้น เรียนไม่จบมอหกแต่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น คือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และประสบความสำเร็จในชีวิต ในตอนแรกที่ต้องเจอน้องบ่อยสามครั้งต่อสัปดาห์เพื่อร่วมตั้งเป้าประสงค์กับพ่อแม่ เพราะน้องมีภาวะ Asperger’s syndrome มีภาวะหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจผู้อื่น รู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัว จึงต้องใช้เวลานานเพื่อตั้งเป้าประสงค์เพื่อสร้างความไว้วางใจและสร้างความสัมพันธ์ โดยเดือนละครั้งที่ไปเจอเพื่อปรับความรู้ความเข้าใจ ตรวจดูLong term goal และดูการพัฒนาในการจัดการทั้งด้านร่างกายและระบบสหสัมพันธ์ต่างๆ รวมทั้งการใช้ชีวิตและจัดการตัวเอง โดยมีโมเดล OT Process มีสองโมเดลใหญ่ๆคือ PEOP และ MOHO โดยเน้นไปทาง MOHO เพราะเป็นเคสทางจิตเวชและการให้เหตุแบบNarrative โดยการประเมินดูทางด้านร่างกาย และมีพฤติกรรมแปลกๆ และดูปัญหาด้านsensory proprioceptive tactile และmotor ดูจากกิจกรรม และเน้นไปที่ Volition ที่อยู่ใน MOHO และ ADL ด้านการดูแลสุขอนามัยของตนเอง และปัจจุบันมีการติดต่อกันบ่อยๆแบบพี่น้อง