จุดตายของนักบริหาร
ดร. ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4
8 มีนาคม 2561
นักบริหาร ไม่ว่าจะได้รับการยกย่องยอมรับว่ามีความดีเลิศ ประเสริฐศรี ดีเด่นดีเยี่ยมขนาดไหน เพียงใดก็ตาม แต่ถ้าไม่ระมัดระวังในบางเรื่อง หรือสิ่งที่จะเป็นจุดตายแล้ว ก็อาจจะพบจุดอวสาน หรือจุดจบได้
นักบริหารหรือผู้บริหาร คือผู้เป็นหัวหน้าหรือผู้นำในองค์กร เป็นผู้ที่จะพาพี่น้องในองค์การหรือหน่วยงานไปสู่การทำงานที่ดีกว่าเดิม โดยอาศัยศาสตร์ และศิลป์ หรือวิสัยทัศน์ภาวะผู้นำ การเป็นนักวิชาการ และนักตัดสินใจที่ดีของผู้นำหรือนักบริหารการเปลี่ยนแปลง สิ่งที่อาจจะเป็นจุดตาย หรือจุดจบของนักบริหาร ก็ย่อมมีเป็นธรรมดา หรือไม่เฉพาะนักบริหาร ใครก็ตามที่เป็นผู้นำมีชื่อเสียงโด่งดัง ไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือพระสงฆ์ก็ตาม มักจะเป็นสายตาของประชาชนทั่วไป
ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องที่พึงสังวร ระมัดระวัง หรือเจียมเนื้อเจียมตัวไว้ เพราะผู้บริหาร มักจะถูกตรวจสอบ ถูกจับตาอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส ความสุจริตและความเป็นแบบอย่างที่ดีทางความประพฤติ
ฉะนั้น นักบริหาร ก่อนที่จะทำอะไร ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ตามพึงระลึกอยู่เสมอว่า เราจะมีผู้คนติดตาม และตรวจสอบการกระทำของเราอยู่เสมอ จะต้องเจียมเนื้อเจียม สังวร ระมัดระวังอย่างรอบคอบ ไม่ให้เข้ากับคำพังเพยหรือสำนวนที่ว่า“ถี่รอดตาช้าง ห่างลอดตาเลน”
จุดตายของนักบริหาร
จากการศึกษา และสังเคราะห์จากงานวิจัย และผลการการลงโทษ
วินัยข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการชาย คงจะหนีไม่พ้นสัญลักษณ์ สัตว์สามจำพวก คือ ช้าง (ชู้สาว) เสือ (สุรา) งู (การเงิน) หรืออาจจะมีมากกว่านี้ แล้วแต่จะข่มใจได้ไม่ให้อกุศลมูลรากเหง้าแห่งความชั่วร้าย คือ ราคะ โทสะ และโมหะเข้าครอบงำจิตได้
ส่วนข้าราชการหญิงก็เช่นกัน แม้จะไม่มีข้อมูลมากนัก เพราะ ข้าราชการหญิงในตำแหน่งผู้บริหาร ยังไม่มากนัก แต่ในอนาคตคงจะมากกว่าผู้ชายเพราะสถิติการสอบเข้ารับราชการ ผู้หญิงจะสอบได้มากกว่าผู้ชายก็จะต้องระมัดระวังไว้เช่นเดียวกัน
จุดตายของนักบริหาร สรุปได้ดังนี้
1. ไม่ยึดระเบียบกฎหมาย
การไม่ยึดระเบียบกฎหมาย ถือว่าขาดหลักนิติธรรม อาจจะเป็นการกระทำที่รู้หรือไม่รู้กฎหมาย ไม่สามารถปฏิเสธได้ถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะการกระทำที่สำเร็จผลแล้ว ก็จะไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
มีคำที่เขาพูดกันในหมู่กฎหมายว่า "แม้จะสุจริต แต่ผิดระเบียบกฎหมาย ก็ถือว่ามีโทษเช่นกัน อย่างน้อยก็ตัดเงินเดือน" เช่น ผู้บริหารโรงเรียนบางท่านอาจจะหวังดีต่อราชการจนเกินไป นำเงินอาหารกลางวันไปใช้ในการทำรั้วกำแพงโรงเรียน อย่างนี้ ถือว่าเป็นการใช้เงินผิดประเภท แม้จะไม่มีเจตนาทุจริตแต่ผิดระเบียบของการเรื่องการใช้เงินอุดหนุน ก็ถือว่าทำผิดวินัยเช่นกัน
2. ขาดหิริความละอาย
มีคำกล่าวว่า ถ้าเพียงแต่เราขาดหิริความละอายแก่ใจในการทำความชั่ว และโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาปกรรมแล้ว คนเราก็สามารถจะทำความชั่วได้ทุกอย่างไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ตาม ฉะนั้น ทางศาสนาจึงสอนเราให้มีหลักธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจไว้เสมอโดยท่องคาถาว่า “ฝืนใจ ได้กำไร ตามใจ ขาดทุน” อยู่เสมอ
2. กระทำการโดยมักง่าย
การกระทำบางอย่างของผู้บริหาร ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่มักง่ายเชื่อใจใครไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการทำสัญญาจ้างขายอะไรก็ตาม ไม่มักง่ายให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียทำแทนเด็ดขาด เพราะอาจจะถูกหมกเม็ดก็ได้ ต้องมีการตรวจตราให้เรียบร้อย ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการ
3. เบี่ยงบ่ายการเข้าชุมชน
การไม่สร้างมนุษยสัมพันธ์กับชาวบ้าน ผู้ปกครองนักเรียน หรือไม่ให้เวลาในการไปเยี่ยมเยียน รับรู้ปัญหาจากชุมชน เพราะการที่ผู้บริหารใช้เวลาไปเยี่ยมบ้าน ทักทายผู้ปกครอง หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนอย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้บริหารได้เป็นอย่างดี เพราะมีบางแห่งมักจะมีข่าวอยู่เสมอว่า ครูผู้สอนจะเข้าร่วมกับชุมชนสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานสำคัญทางศาสนา งานแต่งงาน ฯลฯ ตรงข้ามกับผู้บริหารซึ่งจะห่างเหิน นั่งทำงานแต่ในห้อง เวลามีเรื่องมีราว หรือจะลงโทษครูคนนั้นซึ่งทำงานย่อหย่อน ผู้บริหารอาจจะถูกชาวบ้านประท้วง ทั้ง ๆ ที่ผู้บริหารก็ดำเนินการ
ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย แต่ด้วยความไม่เข้าใจอาจจะถูกใส่ร้ายหาว่า
ผู้บริหารรังแกครูลูกน้องก็มี ข้อนี้ก็พึงระมัดระวังไว้เช่นกัน
4. หลงอำนาจ
โบราณกล่าวไว้ว่า “โลกนี้ คือละคร ตำแหน่งเป็นเพียงหัวโขน”
นักบริหารบางคนอาจจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ หรือใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ พูดจาข่มขู่ลูกน้องแทนที่จะใช้ภาวะผู้นำ กลับไปใช้การคุกคาม ข่มขู่ก็มี
เช่น ถ้าคุณไม่ทำผมเอาตายแน่ คุณต้องถูกออกจากราชการแน่ เป็นต้น จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้องห่างเหินกัน มีอะไรแม้เพียงเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็จะฟ้องร้องกันเอาเป็นเอาตายกันไปข้างหนึ่ง เพราะใจไม่ถึงกัน ต้องรู้ใจและเข้่าใจกันให้ได้
4. ฉ้อราษฎร์บังหลวง
การฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นอันตรายหรือมหันตภัยอย่างใหญ่หลวงของประเทศชาติ ทำให้ทรัพย์สินทางราชการต้องหายไป ไม่เกิดประโยชน์หรือได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ มูลเหตุ การที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือทุจริตคอร์รัปชั่น มักเกิดจากความโลภ การที่ไม่รู้จักความพอเพียง ไม่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ การมีบ้านเล็กบ้านน้อยหรือมีกิ๊กก็ตาม การใช้จ่ายเงินไม่เจียมตัว การเล่นการพนัน การเที่ยวเตร็ดเตร่ การติดเหล้าติดบุหรี่ อาจจะทำให้เงินขาดมือ เป็นสาเหตุให้นำเงินหลวงไปใช้ หรือเป็นเหตุทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่าย พึงระวังในเรื่องนี้
5. หลอกลวงลูกน้อง
ผู้บริหารบางคน อาจจะให้สัญญากับเพื่อนร่วมงานว่าถ้างานเข้าเป้าปีนี้ ผมจะพาพวกคุณไปดูงานต่างประเทศหรือให้ทองคำคนละเส้นเป็นต้น แต่เวลางานเข้าเป้าจริง ๆ กลับไม่ทำตาม นี้ก็ควรระมัดระวัง ไม่ควรไปให้คำมั่นสัญญาในเรื่องที่เกินกำลัง หรือนำไปปฏิบัติได้ยาก เพราะจะทำให้ผู้บริหารต้องเสียคน บางอย่างถ้าทำแล้วเป็นการมัดตัวเองก็พึงระมัดระวัง คิดก่อนพูด ทำตามที่พูด ไม่ควรหาเรื่องอะไรก็ตามจะมารัดคอตนเอง
6. ยกย่องคนประสบสอพลอ
การที่นักบริหารชอบคนที่ยกยอ ยกย่อง พูดเยินยอเป็น คนไหนพูดเยินยอไม่เป็น ก็คงได้เกิดยากผู้บริหารพึงละเว้นการมีแนวคิดเช่นนี้ เพราะเป็นผู้แลคนทุกคนในหน่วยงาน ผู้บริหารต้องยึดคำที่วา "ข่มคนที่ควรข่ม ยกย่อง
คนที่ควรยกย่อง หรือ "ปราบคนพาล อภิบาลคนดี"
7. ล่อไข่แดง
ผู้บริหารบางคน ชนะอะไรก็ชนะหมด แต่เสียอย่างเดียวคือเป็นโรคภูมิแพ้ความสวยความงาม ยิ่งให้ท่า ก็ยิ่งจะนำความเสื่อมเสียมาสู่ตัวเรา ประดุจมัจจุราชมองไม่เห็นตัว พึงระวัง เพราะพึงระลึกเสมอว่า “ไม่มีใคร จะโชคดีตลอดไป อาจจะมีเคราะห์ภัยตามมาก็ได้” ระมัดระวังคนให้ดี จะไม่เสียทีเขา
8. แสวงหาอามิสสินบน
อามิสสินบน มีพลังอำนาจต่อระบบการบริหารงาน เพราะเป็นบุญคุณต่อกัน พึงระวัง ตัดใจเสียได้ก็ดี ยกเว้นเป็นธรรมเนียมประเพณี แต่ทางราชการก็ห้ามไว้ว่าไม่ควรรับสินบนที่มีค่าเกินสามพันบาท เพราะไม่เช่นนั้น จะเป็นเหมือนเรารับสินบนเพื่อต่างตอบแทน เป็นการผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดประโยชน์ทับซ้อนได้
9. ไม่อดทนต่องานหนัก
การที่ผู้บริหาร ไม่สู้งาน หนักไม่เอา เบาไม่สู้ ถือว่าเป็นอันตรายมาก
ผู้บริหารต้องหนักเอา เบาสู้ เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกน้องเสมอ ไม่ทำอย่างพูดอย่าง ต้องพูดได้ทำได้เสมอจะทำให้ลูกน้องได้ใจ และเกิดความสมัครสมานสามัคคี พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น
10. ไม่รู้จักให้ขวัญกำลังใจ
บทบาทของนักบริหารอีกประการหนึ่งคือการให้ขวัญกำลังใจ ซึ่งอาจจะเป็นการให้ความดีความชอบตามผลการปฏิบัติงาน การมอบโล่ รางวัล เกียรติบัตร พูดจาให้คำยกย่องชมเชย เป็นต้น ผู้บริหารจะขาดเสียมิได้ เช่น การอวยพรวันเกิดจะทำโดยวิธีใดก็ได้ ยิ่งทุกวันนี้ สื่อสังคมออนไลน์มีประโยชน์มาก เพียงเราอวยพรวันเกิดทางสื่อออนไลน์ก็ได้ใจลูกน้องแล้ว การพูดคุยให้ความเป็นกันเอง ก่อให้เกิดคนสำราญงานสำเร็จได้อย่าง
ไม่คาดฝัน
11. ตัดสินใจอาศัยความข้างเดียว
การตัดสินใจ เป็นบทบาทสำคัญของผู้บริหาร ถือว่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ก็ว่าได้เพราะบ่อยครั้งที่ผู้บริหารบางคนอาจจะฟังความข้างเดียว โดยไม่ใส่ใจรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ทำให้ขาดข้อมูลที่ดีพอ และก่อให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด กว่าจะก่อให้เกิดความเข้าใจกันได้ ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว เป็นต้น
12. เที่ยวอโคจรเนืองนิตย์
การไปเที่ยวยังสถานที่ อโคจร หรือสถานที่ไม่ควรไป ถือว่าเป็นอบายมุข ผู้บริหารก็เป็นคนธรรมดา สถานการณ์บางอย่างหมิ่นเหม่ต่อการทำผิด และการไม่เป็นแบบอย่างได้โดยเฉพาะเวลาคนหลักคนใหญ่ทำอะไร มักจะมีคนคอยจับตา นำไปพูดวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำนั้นว่าเหมาะสมไหม ก่อให้เกิดความเสียหายได้ง่าย ต้องระมัดระวัง
13. จิตไม่ยุติธรรม
ความมีจิตยุติธรรม เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างหนึ่งของนักบริหาร เพราะนักบริหารหรือหัวหน้างาน เป็นที่กล่าวขานกันว่า คือผู้ดูแลทุกข์สุขของคนในหน่วยงาน การที่ผู้บริหารมีอคติ คือลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะเคยอาฆาตพยาบาทโกรธกัน ลำเอียง เพราะความลุ่มหลงใครสักคน และลำเอียงเพราะกลัวภัยมืดไม่ยึดมั่นในความยุติธรรม ก็มีแต่จะพบความหายนะหรือภยันตรายอย่างใหญ่หลวงจะตามมา พึงระมัดระวังไว้จะเป็นการดี เพราะ
ความยุติธรรมเป็นความคาดหวังที่สำคัญของผู้เป็นลูกน้อง อีกอย่างถ้าเราขาดความยุติธรรมบางครั้งก็ก่อให้เกิดการละเว้นการปฏิบัติหรือเลือกปฏิบัติหรือก่อให้เกิดสองมาตรฐานได้
สรุป
จุดตายของนักบริหาร ก็คือ การสิ้นสุดของความเป็นนักบริหาร เพราะอาจจะได้รับโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง (ปลดออก หรือไล่ออก) ก็คือ
การบริหารงานโดยไม่ยึดระเบียบกฎหมาย หรือละเว้นการปฏิบัติ เลือกปฏิบัติ ขาดหลักธรรมาภิบาล เช่นนิติธรรม คุณธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ และความคุ้มค่า ขาดการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน มุ่งแต่งาน เวลามีเรื่องราวจะแพ้ภัยไม่มีเกราะกำบังหรือคุ้มกันให้ตนเองได้ ผู้บริหารที่เป็นสุภาพบุรุษ มักจะเสียทีกับสัญลักษณ์สัตว์ 3 ชนิด คือ ช้าง(ชู้สาว ผิดศีลข้อ 3) เสือ (ดื่มสุราจนครองสติไม่ได้ ผิดศีลข้อ 5) งู (ทำผิดเกี่ยวกับการเงิน ผิดศีลข้อ 2) เพราะฉะนั้น การที่ผู้บริหารจะแคล้วคลาดจากจุดตายดังกล่าวได้ ก็พึงหลีกเลี่ยงการกระทำดังกล่าว คำโบราณพูดไว้เสมอว่า “การรู้จักรักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ดังนั้น การไม่ยุ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เสี่ยงหรือหมิ่นเหม่ผิดต่อระเบียบกฎหมาย จะทำให้พ้นจากจุดตายได้
-------------
แหล่งข้อมูล
