สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับเด็กประถมฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบันเทิงคดี หรือเอกสารวิชาการ(ข้อสอบ) เขาจะระบุขนาดตัวหนังสือไว้ชัดเจน..ที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจ..

        ผมว่าจะไม่พูดเรื่องนี้..แต่อดไม่ได้ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการศึกษาของชาติ..ที่เกิดจากฝีมือนักวิชาการ..ที่ฝ่ายบริหารมักไม่ชอบใส่ใจ..

        หลายปีมาแล้ว..ที่นักเรียนชั้นป.๓..ในวัยไร้เดียงสา..ต้องมาถูกกดดันด้วยข้อสอบวัดและประเมินผลของ สพฐ.ที่เรียกว่า”แบบทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT)

        ข้อสอบมี ๓ ชุด ประกอบด้วย..ความสามารถทางภาษา(ภาษาไทย) ความสามารถทางคำนวณ (คณิตศาสตร์) และความสามารถทางด้านเหตุผล (วิทยาศาสตร์)

        ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา..ผมต้องสอนซ่อมเสริม ป.๓ อย่างไม่มีความสุขนัก แทบไม่มีเวลาพัก..ผลที่ออกมา..ค่าเฉลี่ย ๓ วิชา..สูงกว่าระดับชาติมากมาย..

        พอวิเคราะห์เจาะลึก ก็พบว่า..ด้านคำนวณ และเหตุผล ยังมีปัญหาในบางตัวชี้วัด ก็ต้องมานั่งทบทวน วางแผนหาทางแก้ปัญหากับเด็กกลุ่มใหม่..ที่จะขึ้นมาจาก ป.๒

        ปีการศึกษา ๒๕๖๐...ตั้งแต่ต้นปีการศึกษามาจนถึงวันนี้..แทนที่จะให้เด็ก ป.๓ ได้เรียนปนเล่น เน้นทักษะชีวิต..ผมก็ต้องมาเคี่ยวเข็ญเรื่องNT เพราะเป็นข้อสอบระดับชาติที่ยากมากมาย..

        คือ..ต้องยอมรับว่าครู..มีน้อย..ไม่ได้เก่งทุกวิชา..เด็กในระดับรากหญ้า ผู้ปกครองยากจน..ก็ไม่ฉลาดเท่าเด็กในเมือง..ดังนั้น..ทั้งครูและเด็กจึงต้องพยายามอย่างยิ่งยวด..

        ผมอยากหลุดออกจากพันธนาการนี้เหลือเกิน..คิดเสมอว่า..ทำไม? ต้องรีบวัดเขาด้วยข้อสอบ..คำตอบ..ที่ถูกหรือผิด..คือความรู้ที่แท้จริง..ที่เขาจะนำไปใช้ดำรงชีวิตได้กระนั้นหรือ..มันไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ?..ที่จะช่วยให้เขาเรียนอย่างสนุก..เป็นคนเก่งและคนดีของสังคม..

        วันนี้..นักเรียน ป.๓ ของผมทุกคน เข้าสอบ NT ด้วยความพร้อมมากกว่าทุกปี..เพราะถูกผมเคี่ยวจนเข้มข้น..เมื่อเราถอยไม่ได้..ก็ต้องฝ่าฟันไปข้างหน้า..อย่างมีคุณภาพ..

        ผมเป็นประธานสนามสอบ..มีครู ๒ ท่านจากโรงเรียนข้างเคียงมาคุมสอบ..ตามตารางสอบ ภาคเช้ามี ๒ วิชา บ่าย ๑ วิชา..

        วิชาแรก..สอบเก้าโมง..ว่าด้วยความสามารถด้านภาษา..ออกข้อสอบโดยสำนักทดสอบทางการศึกษา ของ สพฐ...ผมเห็นข้อสอบ..ก็ตั้งคำถามทันที..?

        ทำไม..? คณะทำงานของ สพฐ.ที่ทำหน้าที่ออกข้อสอบมาทุกปี..มีทั้งความรู้และประสบการณ์..ทำไมไม่ใช้วิจารณญาณให้ละเอียดถี่ถ้วนมากกว่านี้...

        ข้อสอบทุกข้อ..หรือทั้งฉบับ..ตัวหนังสือเล็กมากๆ..เล็กกว่า..ข้อสอบโอเน็ต ป.๖ และ ม.๓ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้..

        ตัวพิมพ์เล็กมาก..ขนาดที่ครูยังต้องเพ่ง..ครูบรรจุใหม่..ผ่านการสอบครูผู้ช่วยมา ก็ต้องยอมรับว่า ตัวหนังสือเล็กกว่าข้อสอบบรรจุเข้ารับราชการเสียอีก..

       นี่คือ..เด็ก ป.๓..อายุ ๘ – ๙ ขวบ  ทำข้อสอบชุดละ ๓๐ ข้อ รวม ๑๘ หน้า  ทั้งหมด ๓ ชุด..คิดดู..ว่าทรมานสักแค่ไหน...?

        แสดงให้เห็นว่า..สพฐ.ไม่รอบคอบในเรื่องนี้ กล่าวคือ..คนออกข้อสอบกับคนพิมพ์ก็ทำงานไป..คนตรวจและส่งโรงพิมพ์ก็ว่ากันไป..โดยลืมคิดเรื่องการจัดการ..เรื่องศาสตร์และศิลป์..

        สื่อสิ่งพิมพ์สำหรับเด็กประถมฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบันเทิงคดี หรือเอกสารวิชาการ(ข้อสอบ) เขาจะระบุขนาดตัวหนังสือไว้ชัดเจน..ที่เหมาะสมกับวัยและความสนใจ..

        หรือเรื่องแบบนี้..สพฐ.ไม่รู้..หรือรู้..แต่ต้องการประหยัดงบประมาณ เพราะถ้ายิ่งตัวเล็กมากแค่ไหน? จำนวนหน้าจะได้น้อยลง..จ่ายตังค์น้อยลง..อย่างนั้นหรือเปล่า?

        อีกทั้ง..ข้อคำถามแทบจะทุกข้อ..คนออกข้อสอบก็ดูเหมือนจะลืมไปว่าเด็ก ป.๓ ทำ ไม่ใช่..ป.๖ หรือ ม.๓..เพราะคำถามยาวมาก คือ มีข้อความให้อ่าน ๓ – ๔ บรรทัด

        เด็กต้องอ่านแล้วอ่านอีก จึงจะรู้เรื่อง..จากนั้น..ก็ต้องมาอ่านตัวเลือก..เป็นอย่างนี้ทุกข้อไป..สุดท้าย..ให้เขียนตอบ (อัตนัย) เรียกว่า..วัดกันแบบเอาเป็นเอาตาย..

        จริงๆแล้ว..คำถามสั้นๆบ้างก็ได้..ก็วัดได้เหมือนกัน เด็กก็จะได้ผ่อนคลายบ้าง ที่ถามยาว เชิงคิดวิเคราะห์..รอให้เขาโตอีกหน่อยก็ได้..

        งานนี้.คนสอนไม่ได้สอบ..คนที่ออกข้อสอบ..เป็นสพฐ. ไม่ใช่ครู..คงทำอะไรถูกต้องและมีเหตุผลเสมอ..ครับ..ก็คิดว่าผิดเป็นครูก็แล้วกัน..ดูอย่างครูปรีชาเป็นตัวอย่าง..ทุกวันนี้ยังสอนหนังสืออยู่เลย..สอนวิชาพุทธศาสนาด้วย

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๗  มีนาคม  ๒๕๖๑