ตีสามของวันใหม่ ผมรู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงระฆังที่แขวนอยู่หน้าศาลาใกล้กับบันได เสียงกังวานแรกพอเริ่มจางเสียงกังวานที่สองก็ดังขึ้น และกังวานที่สามตามมาในระยะพอดีกัน แต่พอครั้งที่สี่ ห้า หก เสียงเริ่มกระชั้นถี่ขึ้นๆ จนเป็นเสียงย้ำถี่ๆ แล้วปล่อยให้เสียงกังวานค่อยๆ จาง ชั่วอึดใจ กังวานแบบครั้งแรกก็ดังขึ้นอีก ห่างแล้วค่อยๆ กระชั้นจนย้ำถี่ๆ เป็นรอบที่สอง พอกังวานค่อยๆ จาง ก็เริ่มใหม่อีกเป็นรอบที่สาม เป็นสัญญาณว่า ทำวัตรเช้ากำลังจะเริ่มแล้ว
ผมนอนฟังเสียงระฆังจนเงียบ จึงลุกขึ้นเก็บที่นอนพับไว้ มองไปทางบันไดเห็นหลวงพี่ครองจีวรเรียบร้อยถือไฟฉายขึ้นมาบนศาลา กวาดไฟฉายไปทั่วศาลาแล้วมาหยุดที่ผม
"หลานหลวงปู่รึ" หลวงพี่ถาม
"ครับ" ผมตอบสั้น หลวงพี่ละความสนใจจากผม หันไปจุดเทียนเล่มใหญ่ ๒ เล่ม และธูป ๓ ดอก หน้าโต๊ะหมู่
ผมคว้าผ้าขาวม้าลงจากศาลามาเข้าห้องน้ำที่อยู่ท้ายศาลา รีบล้างหน้าทำภารกิจส่วนตัว แล้วกลับขึ้นไปบนศาลา ซึ่งคราวนี้แสงเทียนจากเทียนใหญ่คู่นั้น ส่องสว่างมองเห็นพระสงฆ์นั่งเป็นแถวบนยกพื้นถัดจากโต๊ะหมู่บูชา หันหน้าไปทางเดียวกันกับพระพุทธรูปบนโต๊ะหมู่ ถัดลงมาไม่ห่างจากยกพื้นนัก มีแม่ชีนั่งพับเพียบหันหน้าก้มต่ำไปทางพระสงฆ์
ผมเดินก้มตัวไปนั่งพับเพียบทางด้านหลังแม่ชีห่างออกมาพอสมควร ขณะนั้นบริเวณโดยรอบเงียบสงัด แม้เสียงนกและแมลงกลางคืนก็ไม่มี สายลมพัดเบาๆ เทียนคู่พลิ้วไหวต้องพระพุทธรูปทองเหลืองเลื่อมพรายระยิบสวยงามมาก
ผมมองหาเพื่อนเมื่อปีที่แล้วไม่เห็น เขาคงไม่อยู่ เพราะหากอยู่ที่นี่ เขาต้องมาทำวัตรเช้าแน่นอน
อึดใจใหญ่ขณะที่ผมกำลังคิดเตลิดเกี่ยวกับเพื่อนคนนั้น ก็ได้ยินเสียงพลิกตัวของหลวงพ่อองค์ที่นั่งติดกับโต๊ะหมู่ แล้วเสียงพลิกตัวของพระรูปอื่นๆ ก็ตามมา พระสงฆ์ทุกรูปท่านนั่งคุกเข่าหันหน้าไปทางพระพุทธรูป แม่ชีนั่งคุกเข่าราบ ผมก็รีบนั่งคุกเข่าหันหน้าไปทางโต๊ะหมู่บูชา
หลวงพ่อนำกราบพระ ๓ ครั้ง แล้วนำสวดมนต์ทำวัตรเช้า
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ - พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
<p> ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม - พระธรรมคือศาสนาที่พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด,ตรัสไว้ดีแล้ว </p><p> สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ - พระสงฆ์คือผู้ทรงธรรมวินัย, ซึ่งเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า นั้นหมู่ใด, เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้วตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง, อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ - ข้าพเจ้าขอบูชาอย่างยิ่งซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า, พร้อมทั้งพระสัทธรรมและพระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลาย, ด้วยเครื่องสักการะเหล่านี้, ข้าพเจ้าได้ยกขึ้นประดิษฐานไว้ดีแล้วในที่อันสมควรอย่างยิ่งเช่นนี้สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ - พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, แม้ปรินิพพานนานแล้วก็ตาม, ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ, ซึ่งยังประโยชน์อันยิ่งใหญ่แด่สาธุชนทั้งหลาย </p><p> ปัจฉิมา ชะนะตานุกัมปะมานะสา, อิเม สักกาเร
ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
- ขอจงทรงรับเครื่องสักการะบรรณาการ, ของคนยากทั้งหลาย</p><p>เหล่านี้ด้วย, เพื่ออนุเคราะห์แด่ประชุมชนผู้เกิดแล้วในภายหลังด้วย</p><p>อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
- เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, สิ้นกาลนานเทอญฯ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
- พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์</p><p>สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง</p><p>พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.
- ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน (กราบ)
ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
- พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว
ธัมมัง นะมัสสามิ .
- ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
- พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิ.
</p>