เรื่องเล่า ดร.ผึ้ง ตอน 15 International Organizing Committee Meeting and Preparatory Meeting for PMAC 2019


การประชุมคณะกรรมการอำนวยการ การจัดประชุม PMAC (Prince Mahidol Award Conference 2018/2019) วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561  วันนี้ทีม secretariat โดย ศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา นำเสนอผลการจัดงานประชุม PMAC 2018 ซึ่งเพิ่งปิดการประชุมไปนั้น ประกอบไปด้วย 40 side meeting, 5 book launches และ 60 E-poster presentations ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่จัดให้มี E-poster presentation ในช่วงเบรค นอกจากนี้ยังมีการจัดประกวดภาพวาด The PMAC 2008 World Art Contest อีกด้วย


ทั้งนี้ มีผู้ร่วมประชุม ราว 1,200 คน จาก 85 ประเทศ ประกอบไปด้วยผู้ร่วมประชุมจากไทย ร้อยละ 28, สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 12.5, สวิสเซอร์แลนด์ ร้อยละ 4.4, และ ญี่ปุ่น ร้อยละ 3.7 โดยคำนวณจากสถานที่ทำงานของผู้ร่วมประชุม หากพิจารณาจากสาขาความเชี่ยวชาญ พบว่าผู้ร่วมประชุมที่เชี่ยวชาญด้าน Human Health มีร้อยละ 32, ด้านบริหารจัดการ ร้อยละ 25 และ ผู้กำหนดนโยบายร้อยละ 10.


นอกจากนี้ ศ.ดร.ชื่นฤทัย ได้นำเสนอโครงสร้างการบริหารจัดการการประชุมรูปแบบใหม่ ซึ่งมี IOC ดูภาพรวม และมี Advisory committee และ Technical committee โดย advisory committee ทำหน้าที่กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ของการจัดประชุมเพื่อมุ่งผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนนโยบาย ขณะที่ technical committee ดูแลกระบวนการพัฒนา conference program ซึ่ง ศ.ดร.ชื่นฤทัย ได้เสนอแผนการประชุมเตรียมการพัฒนา conference program อนึ่งจะเปิดรับ abstract ระหว่าง มิถุนายน ถึง กันยายน ปี 2561 และจะพิจารณาคัดเลือกในเดือนตุลาคม 2561


ต่อมา นพ.ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ นำเสนอ theme และ sub-themes สำหรับ PMAC 2019 ในประเด็น NCDs ซึ่งที่ประชุมแสดงความเห็นว่า mental health ควรนำมารวม ใน NCDs หรือไม่ อีกทั้งควรพิจารณาถึงรูปแบบการดูแล (models of care) หรือตัวอย่างความสำเร็จในการส่งมอบบริการที่ดีขึ้นโดยมีต้นทุนที่ต่ำลง แบบนี้เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้ IOC ยังเสนอแนะประเด็นที่สำคัญ อาทิ governance models, civil society involvement, commercial determinants ที่ควรนำมาพิจารณาในการพัฒนา conference program ด้วย


สำหรับ Theme PMAC2020 นั้น Dr. David Harper เสนอ themes of aging, Dr. Thoomas Palu เสนอ theme of digital health และ Dr. Takuma Kato เสนอ theme of UHC. ซึ่งทาง Advisory Committee จะประชุมหารืออีกครั้งในเดือนเมษายน 2561 นี้

 

ผู้เขียนฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่พอจับใจความประเด็นสำคัญได้ อย่างช่วงที่ IOC ตั้งข้อสังเกตเรื่อง mental health ควรอยู่ใน NCDs หรือไม่ ผู้เขียนก็คิดและแสดงความเห็นในใจว่า เรื่อง mental health ควรแยกออกมาต่างหาก เพราะ mental health เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ซ่อนเร้นอยู่  เนื่องจากไม่ปรากฎอาการเด่นชัด เหตุที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นปัญหาซ่อนเร้น  เพราะผู้เขียนเคยเกือบเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง ในช่วงเรียน PhD แต่ไม่มีใครทราบ  เบื่อสังคม เบื่อคน ความจำแย่ลง คุยกับใครก็ไม่มีใครเข้าใจ สิ้นหวัง รู้สึกโลกไม่น่าอยู่ เก็บตัว รู้สึกตัวเองหมดคุณค่า ล้มเหลว  ไม่อยากตื่นมา อยากหายไปจากโลกนี้ พูดง่ายๆ คืออยากตายนั่นเอง มีความคิดอยากตายบ่อยขึ้น ถึงขั้นคิดอยากตายทุกวัน  จึงโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต หาคนคุยด้วย สุดท้ายไปปรึกษาจิตแพทย์ ได้ทำแบบสอบถาม แพทย์ประเมินว่ามีภาวะซึมเศร้ารุนแรง แต่ยังไม่ถึงกับเป็นโรคซึมเศร้า และได้รับการบำบัดแบบไม่ใช้ยา จนอาการดีขึ้น (การปล่อยวาง การทำสมาธิ สวดมนต์ ไม่ได้ช่วยให้หายจากอาการซึมเศร้า ผู้เขียนกลับมีอาการแย่ลง) ดังนั้นสำหรับตัวผู้เขียนเอง ปัญหา mental health เป็นภาวะซ่อนเร้น เรื้อรังที่บั่นทอนสุขภาพกายและคุณภาพชีวิตอย่างมาก และอาจจะทำให้เกิดโรค NCDs อื่นๆ ตามมา อาทิ เบาหวาน ความดัน เป็นต้น

 

ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ามาสังเกตการณ์ประชุม IOC ตั้งแต่ปีแรกของการจัดการประชุม จนถึงปีนี้ เห็นว่าผู้ที่เข้ามาประชุม IOC มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ การประชุมก็เป็นไปด้วยความราบรื่น บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้การประชุมประสบผลสำเร็จมาจากทีม secretariat นำโดย ศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา และ นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ที่มีการเตรียมการ มีทีมงานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งผู้ที่มาประชุมก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ร่วมงานกันมายาวนานเสมือนเพื่อน หรือกัลยาณมิตร ที่พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่  ความสัมพันธ์เหล่านี้เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องอุทิศเวลาเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมประชุม  เป็นความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็นด้วยตาแต่สามารถรับรู้ได้ผ่านการทำงานร่วมกัน

 

จากการสังเกตนั้น การประชุม IOC เป็นการประชุมแบบนำเสนอผลและรับฟังข้อเสนอแนะ ต่างจากการประชุมเตรียมการ Preparatory Meeting for PMAC 2019 ซึ่งจัดขึ้นในวันถัดมาคือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ที่โรงแรม Siam Kempinski Hotel ซึ่งเป็นการประชุมหารือที่เข้มข้นกว่าเมื่อวาน เป็นการประชุมเชิงเทคนิคเพื่อหา theme  และ sub theme ที่เหมาะสม โดย นพ.ปริญญ์ ได้นำเสนอ theme และ sub theme จากนั้น ที่ประชุม โดย นพ.วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร ได้เสนอว่าควรอภิปราย โดยเน้น keyword ใน theme เป็นหลัก ทั้งนี้ theme การประชุมต้องกว้าง ดึงดูดความสนใจ และครอบคลุมประเด็นสำคัญ ที่ประชุมเสนอ keywords หลายคำ อาทิ Political economy, commercial determinants, implementation เป็นต้น


วันนี้ในที่ประชุมได้อภิปรายขอบเขตของ NCDs อีกครั้ง และเสนอว่าประเด็นเรื่อง mental health นั้นควรเป็น theme การประชุมในภายหน้า น่าจะเหมาะสมกว่า เนื่องจาก mental health เป็นเรื่องซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพหลายด้าน อีกทั้งมีคนได้รับผลกระทบจำนวนมาก จึงควรแยกจัดประชุมต่างหาก  


สำหรับ sub-themes นั้น ที่ประชุมหารืออย่างกว้างขวาง โดยเสนอประเด็นที่สำคัญสำหรับเตรียมการพัฒนาโปรแกรมการประชุม ดังนี้

  • Health systems อาทิ ความฉลาดด้านสุขภาพ health literacy การนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (knowledge translation) institutional literacy เป็นต้น
  • Financing อาทิ ภาษี  การลงทุน รายจ่ายในการรักษา เป็นต้น
  • Governance อาทิ ความไม่ต่อเนื่องของนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน  consumer empowerment เป็นต้น
  • Implementation อาทิ lack of implementation, primary prevention vs. secondary intervention
  • Environment อาทิ commercial determinants of health, environmental determinants

 

 

แม้ว่าผู้เขียนจะอยู่กับ PMAC มาตั้งแต่ปีแรก แต่ก็ไม่ได้สังเกต ไม่ได้พิจารณากระบวนการพัฒนา conference program อย่างจริงจัง เพราะในปีแรกๆ ฟังไม่รู้เรื่อง  ไม่เข้าใจ  health system, health policy  และเริ่มห่างออกไปในช่วงที่เรียน Ph.D. และหลุดหายไปจากกระบวนการของ PMAC อย่างสิ้นเชิง ในปี 2557-2559 จากภาวะซึมเศร้าและป่วย เมื่อกลับสู่ภาวะปกติก็เกิดความสงสัยว่า theme กับ sub-theme มีที่มาอย่างไร กระทั่งได้มาสังเกตการณ์การประชุมเตรียมการวันที่สอง จึงทราบถึงที่มาของการพัฒนากระบวนการ เห็นว่า ผู้เข้าประชุมต้องใช้ความรู้ และการคิดวิเคราะห์ถึงความเชื่อมโยงในมิติต่างๆ  กับปัญหา NCDs เพื่อนำเสนอข้อคิดเห็น

 

โดยการประชุม IOC และการประชุมเตรียมการทั้งสองวันนี้ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันและเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการเตรียมการจัดประชุม PMAC ในแต่ละปี เห็นได้ว่ามีการเตรียมการ วางแผน ระดมสมอง กลั่นกรอง ประเด็น ข้อเสนอแนะ กว่าจะได้ theme หรือ sub-theme แต่ละปีนั้น ต้องผ่านกระบวนการพัฒนากว่าจะตกผลึกออกมา

 

หากเปรียบให้ PMAC เป็นอาหารหนึ่งจานที่ต้องนำมาเสริฟให้แขกรับประทานแล้ว PMAC ไม่ใช่อาหาร fast food ไม่ใช่อาหารกึ่งสำเร็จรูป ไม่ใช่อาหารตามสั่ง แต่เป็นเมนูที่ถูกคิดค้นโดยหลายภาคส่วน เป็นอาหารที่มีรสชาติกลมกล่อม สารอาหารครบถ้วน โดยรูปลักษณ์และประเภทของอาหารในจานที่เสริฟนั้นอาจจะเปรียบได้กับ theme การประชุมในแต่ละปีที่ปรับเปลี่ยนไปให้เหมาะสมกับบริบทในช่วงเวลานั้นๆ โดย theme หรือหน้าตาของอาหารต้องดึงดูดความสนใจ มีเอกลักษณ์ที่สื่อความหมายในตัวเอง และ sub-theme คือวัตถุดิบหลักที่นำมาปรุงซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการคัดเลือกวัตถุดิบแต่ละชนิด  Advisory committee ก็อาจเปรียบได้กับ Head chef or executive chef ซึ่งคอยกำกับดูแลการทำอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ให้อาหารทุกเมนูมีคุณภาพได้มาตรฐาน  ขณะที่ Technical committee เปรียบได้กับหัวหน้าหน่วยในครัว (Section Chef หรือ Chef de Partie) ที่ต้องการผู้มีทักษะทำอาหารขั้นสูงแบบเฉพาะทาง  เช่นหัวหน้าหน่วยผัก  (Entremettier)  หัวหน้าหน่วยขนมอบ (Patissier)  หัวหน้าครัวอบ-ย่าง (Rotisseur)   เป็นต้น ดังที่ technical committee ต้องประกอบด้วย technical expert หลากหลายสาขา ซึ่งจะปรับเปลี่ยนไปตาม theme ในแต่ละปีนั่นเอง

 

ภัทรพร คงบุญ

5 กุมภาพันธ์ 2561

แก้ไข 7 กุมภาพันธ์ 2561

 

 

หมายเลขบันทึก: 644613เขียนเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2018 09:09 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2018 14:05 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี