การอ่านเท่านั้น..ที่ครูจะสามารถยึดครองหัวใจเด็กได้ และการอ่านเท่านั้น..ที่เด็กจะสร้างผลงานแห่งความภาคภูมิใจให้ครู และครู..ไม่ต้องรอรัฐบาล..ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เพราะ..ณ เวลานี้..การอ่านเกิดขึ้นได้ เฉพาะที่โรงเรียนเท่านั้น

          ยิ่งทำงาน..ก็ยิ่งสนุก มีความสุขเมื่อตอนใกล้เกษียณ กับการพัฒนาการอ่าน..การเขียนให้นักเรียน..ทุกระดับชั้น..จริงๆ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าใด เพราะวิชาทักษะ..ต้องใช้เวลา เด็กต้องสั่งสมประสบการณ์ ครู..อย่างเรา..ก็ต้องอดทน สู้งาน ท้อได้..ถอยไม่ได้..

          ทุกวันนี้..ให้เวลากับตัวเอง..เพื่อฟังนักเรียนอ่าน แล้วสังเกตพฤติกรรมและดูพัฒนาการ พร้อมทั้งให้คำชมเชย รู้เลยว่า..ถ้าเด็ก ป.๑ - ๔ มีเวลาอ่านที่เหมาะสม ในบรรยากาศที่ใกล้ชิด แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างศิษย์กับครู..เด็กจะสนใจและรักการอ่าน..

           เมื่อสนใจและรักการอ่านแล้ว.."ปัญหา"ทั้งหมดทั้งมวลจะลดลง เด็กจะปรับตัวได้เร็ว ใฝ่รู้ สู้งาน เข้าใจกฎเกณฑ์กติกา..พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา..นำพาให้ความสุขเกิดขึ้น..เป็นองค์รวม

          อาจเป็นเพราะเด็กๆเหล่านี้..โชคดี..มีโอกาสน้อย..จึงได้รับโอกาสจากครู..สร้างสถานการณ์และสิ่งแวดล้อม..ให้นักเรียนอยากอ่าน.เพราะเด็กๆ ไม่มีโทรศัพท์ จึงไม่ต้องเสียเวลาก้มหน้า..หนังสือ..จึงสร้างโอกาสให้พวกเขา ให้เกิดแรงบันดาลใจ สร้างฐานชีวิตให้สดใสและมั่นคง..

          หลายคนแล้ว..ที่ถามผมว่า ทำอย่างไร?..ให้เด็กอ่านคล่อง เขียนคล่อง..ก่อนอื่นก็ต้องอ่านสะกดตัวผสมคำ จากนั้น..ก็อ่านจากบทเรียนในหนังสือ..สุดท้าย..ก็อ่านหนังสือเสริมนอกเวลา...

          การอ่านเท่านั้น..ที่ครูจะสามารถยึดครองหัวใจเด็กได้ และการอ่านเท่านั้น..ที่เด็กจะสร้างผลงานแห่งความภาคภูมิใจให้ครู และครู..ไม่ต้องรอรัฐบาล..ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เพราะ..ณ เวลานี้..การอ่านเกิดขึ้นได้ เฉพาะที่โรงเรียนเท่านั้น

          เมื่อเด็กประถมต้น..ร้อยละ ๘๐ อ่านคล่อง ผมไม่รอช้า..ให้เด็กเสริมต่อการเรียนรู้ทันที ตีเหล็กเมื่อกำลังร้อน สะท้อนความคิดเด็กด้วยการให้เขียน..สร้างเรื่องจากรูปภาพ..ซึ่งผมให้เด็กเขียนบ่อยมาก..

         ก่อนเขียน..จะคุยกันก่อน ให้เด็กสนุกเร้าใจให้อยากเขียน..เสมือนว่าสิ่งนั้น เป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก มีอยู่จริงๆในชีวิตประจำวัน..ที่สุดแล้ว เมื่อเขาเขียนออกมาอย่างสวยงาม เขาจะมั่นใจตัวเอง..ว่านี่คือผลพวงหรือประโยชน์ที่ได้จากการอ่านของเขา

          เท่ากับว่า..ครูไม่ได้ยัดเยียดความสำคัญของการอ่านการเขียนให้เขา แต่เด็กเขาสำนึกด้วยตัวเขาเอง..มันจึงสามารถที่จะไปต่อได้เสมอ..ไม่ว่าจะเรียนรู้อะไร ก็จะเป็นธรรมชาติและแตกต่างไปตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน..

         เด็กโต..หรือเด็กประถมปลาย..เมื่ออ่านได้และอ่านคล่อง ต้องเขียนในเชิงความคิดเชื่อมโยง..ซึ่งตอนนี้เด็กเริ่มเข้าใจและนำไปใช้ในวิชาต่างๆ..นี่คือ..เครื่องมือสำคัญ..ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต..

         ผมเป็นครู..มาหลายปี..ไม่มีความสุขใดเท่ากับ..ได้ลงมือสอน และสุขมากๆ ถ้าทำให้เด็กอ่านออก ตลอดจนมีความสุขที่สุด เสมือนว่า..ได้ทำบุญสร้างกุศล เมื่อสอนเขียน ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับครูทั่วไป แล้วเด็กก็เขียนได้ และมีแนวโน้มจะเขียนดีขึ้นเรื่อยๆ..

          ทุกสิ่งทุกอย่าง..เริ่มที่การอ่านเสมอ..และครู..ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีมีความรู้ เพื่อสร้างชาติให้มั่นคง ผมจึงให้ความสำคัญกับการอ่าน..เพื่อการมีส่วนร่วมสร้างและพัฒนาอนาคตของชาติ..ต่อไป

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๙  มกราคม  ๒๕๖๑