รูปเหมือน “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ที่กรุงสุโขทัย
.
.
.
ประติมากรรมรูปสลักลอยตัวชิ้นหนึ่ง ที่จัดแสดงอยู่กลางแจ้งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง มีสภาพแตกหักเหมือนถูกทุบทำลาย “อย่างเจตนา” คงเหลือเพียงส่วนของลำตัวช่วงล่างและมือที่อยู่ในท่านั่งสมาธิ ป้ายเขียนอธิบายไว้ว่า “พระพุทธรูปปางสมาธิ” จากวัดพระพายหลวง
.
แต่ลักษณะทางศิลปะของรูปสลัก มีความคล้ายคลึงกับประติมากรรม “รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ซึ่งแต่เดิมมา นั้นยังอาจไม่ชัดเจนนัก ด้วยเพราะรูปเหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่พบทั้งในประเทศไทย กัมพูชา เวียดนามและลาว แต่เดิมนั้น จะเป็นแบบยกพระกรขึ้นจากพระเพลา ยังไม่พบแบบปางสมาธิ ครับ
.
แต่เมื่อปี 2009 หน่วยงานทางโบราณคดีของกัมพูชา ได้นำส่วนของลำตัว (พระวรกาย) จากสำนักงาน “โครงการอนุรักษ์เมืองพระนคร” (Conservation d’ Angkor/Angkor Conservation Office) ริมแม่น้ำ ชานเมืองเสียมเรียบ และส่วนของพระเศียรจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงพนมเปญมาประกอบกันได้อย่างพอดี
.
.
*** จึงเป็นที่แน่ชัดมานานแล้วว่า รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้น มีอยู่ในแบบของ “ธยานะมุทรา” หรือปางสมาธิด้วย
.
ซึ่งในปัจจุบัน จะมีความนิยมในการสร้างรูปเหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในท่าปางสมาธินี้ประดิษฐานในมณฑป กลางวงเวียนถนนอยู่ทุกเมืองของกัมพูชาเลยครับ
.
.
รูปเหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ประกอบขึ้นใหม่ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอังกอร์ (Angkor National Museum) ครับ
.
จากการค้นหาจนนำมาสู่การค้นพบและประกอบรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รูปล่าสุดที่อยู่ในท่าประทับนั่ง พระหัตถ์แสดงมุทราสมาธิอย่างชัดเจนที่เมืองเสียมเรียบ สามารถเชื่อมโยงมายังรูปสลักแตกหัก “ปริศนา” ที่จัดแสดงอยู่กลางแจ้งในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัยได้เป็นอย่างดี
.
ด้วยเพราะส่วนที่คงเหลืออยู่ของทั้งสองรูปนั้น มีความเหมือนกันทุกประการ
.
ลักษณะสำคัญของชิ้นส่วนที่ของรูปสลักที่พบมาจากปราสาทวัดพระพายหลวง (Wat Pra Phai Luang Pr.) คงเหลือเพียงส่วนของหน้าตักและลำตัว ในสภาพถูกทุบทำลาย (อย่างรุนแรง) แสดงรูปบุคคลเพศชายบนฐานเขียง ประทับนั่งในท่า “ธยานะมุทรา” (นั่งขัดสมาธิราบ) นุ่งภูษาสมพต (คล้ายกางเกง) ขาสั้น มีขอบที่พระโสณีและพระเพลา พระวรกายเอียงมาทางด้านหน้าเล็กน้อย หน้าแข้งคม ที่หัวเข่าสลักเป็นลูกสะบ้ามีกล้ามเนื้อล้อมรอบคล้ายดอกไม้ ประทับแบบนั่งบนฐานเขียงเป็นแท่นเรียบ
.
ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นลักษณะสำคัญ (Character - Style) ของรูปประติมากรรมเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั้งสิ้น
.
เมื่อเปรียบเทียบซ้อนภาพกันเข้ากับ รูปประติมากรรมที่สุโขทัย ก็ยิ่งชัดเจนว่า รูปเหมือนของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 รูปหนึ่งจากศูนย์กลางจักรวรรดิบายนนั้น เคยได้มาตั้งประดิษฐานที่กรุงสุโขทัย เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เก่าแก่ ระหว่างเมืองพระนครหลวงชยศรีกับกรุงสุโขทัย (ศรีชยเกษมปุรี) ก่อนยุค “พ่อขุน - พญาร่วง”
.
การค้นพบและปฏิสังขรณ์รูปประติมากรรมเหมือนจริงที่พิพิธภัณฑ์เมืองเสียมเรียบ จึงช่วยคลี่คลายปริศนาของรูปสลัก “พระศิลาแข้งคม” ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงว่า ไม่ควรจะเป็นเพียงรูปของพระพุทธรูปปางสมาธิ ที่ในยุคจักรวรรดิบายนนั้นจะนิยมสร้างเป็นรูปของพระปฏิมากรนาคปรก “ชยพุทธมหานาถ” บนฐาน “ขนดนาค 3 ชั้น” (ไม่นุ่งกางแกงขาสั้น)
.
แต่ควรเป็นรูปเหมือนจริงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่เหลือรอดมาจาก “โศกนาฏกรรม” ของอำนาจแลอานุภาพที่เคยยิ่งใหญ่แห่งจักรวรรดิในอดีตที่เสื่อมสลายไป จากกรุงสุโขทัยนั่นเอง
..
.
.
วรณัย พงศาชลากร
EJeab Academy
เพราะทุกที่มีเรื่องราวและเรื่องเล่า






