แบบบันทึกความรู้  (นอกสถานที่)   พระเมรุมาศ

                                  ระหว่างวันที่  ๒๓-๒๕ พฤศจิกายน  ๒๕๖๐        

                                    ณ  ท้องสนามหลวง  กรุงเทพมหานคร

                                                ……………………………..

                    นายสุขขี   นนท์ศิริ เลขที่ ๓  คณะครุศาสตร์  สาขาวิชาเอกสังคมศึกษา  ชั้นปีที่ ๓

     คำชี้แจง เมื่อนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา พระเมรุมาศ แล้วบันทึกความรู้

           ๑. ความเป็นมาและความสำคัญของพระเมรุมาศ

                พระเมรุมาศ และพระเมรุ คือ สถาปัตยกรรมชั่วคราว หรือสถาปัตยกรรมเฉพาะกิจที่สร้างขึ้น ณ กลางใจเมือง เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพหรือพระราชพิธีพระศพโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็น "กุฎาคาร หรือ เรือนยอด" คือเรือนซึ่งหลังคาต่อเป็นยอดแหลม โดยในอดีตนิยมสร้างเป็นแบบ ยอดปรางค์ อาจมีพรหมพักตร์หรือไม่มีก็ได้

                พระเมรุมาศ เป็นพระเมรุขนาดสูงใหญ่ ใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพ พระมหากษัตริย์ พระอัครมเหสี พระบรมราชินี พระราชชนนี พระบวรราชเจ้า พระยุพราช สำหรับการตายที่ใช้ราชาศัพท์ว่าสวรรคต ภายในพระเมรุมาศมี “พระเมรุทอง” ลักษณะของพระเมรุมาศที่ปรากฏการสร้างมี 2 รูปแบบคือพระเมรุมาศทรงปราสาท ที่สร้างมาแต่โบราณ มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร และพระเมรุมาศทรงบุษบก ส่วนพระเมรุ เช่นเดียวกับพระเมรุมาศ แต่มีขนาดเล็กลง และไม่มีพระเมรุทองภายใน ใช้สำหรับราชวงศ์ที่ทรงฐานานุศักดิ์ใช้ราชาศัพท์ว่า “ทิวงคต” หรือ “สิ้นพระชนม์”

               การออกแบบสถาปัตยกรรมพระเมรุมาศ พระเมรุ ต้องอาศัยการสร้างสรรค์ออกแบบจากผู้รอบรู้เจนจบงานศิลปกรรมของชาติ ช่างที่ได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูบาอาจารย์ทั้งงานออกแบบรูปลักษณ์ ก่อสร้างอาคาร การคิดลวดลายขึ้นประดิษฐ์ตกแต่งทุกส่วนให้เข้ากับอาคาร โดยมีหลักเกณฑ์ที่คำนึงถึงว่าพระเมรุมาศของพระองค์ใด ที่แสดงลักษณะของพระองค์นั้น

              ภายหลังจากการถวายพระเพลิงแล้ว ชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ของพระเมรุที่ถูกรื้อถอนบางส่วนจะนำไปถวายวัด เพื่อเป็นการกุศลแด่ผู้วายชนม์

 

           ๒. รูปภาพประกอบ (อย่างน้อย ๕ รูป และต้องมีรูปตนเองด้วย)

                          ชมนิทรรศการพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์

           กลุ่มอาคารในมณฑลพิธี ณ ท้องสนามหลวง ประกอบด้วย พระเมรุมาศ เป็นประธานในมณฑลพิธี ออกแบบโดยยึดถือคติตามโบราณราชประเพณีรูปแบบเฉพาะสำหรับพระมหากษัตริย์ เป็นพระเมรุมาศทรงบุษบก สูงถึง 50.49 เมตร มีชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ผังพื้นที่ใช้งานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร มีบันไดทั้งสี่ด้าน ฐานยกพื้นสูงมี 7 ชั้น ชั้นบนที่มุมทั้งสี่ ประกอบด้วยสำซ่างทรงบุษบก ชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น สำหรับพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ฐานชั้นที่ 2 ประกอบด้วยซุ้มทรงบุษบกรูปแบบเดียวกัน รวมสิ่งก่อสร้างมีเครื่องยอดนับรวมได้ 9 ยอด

             พระที่นั่งทรงธรรมในพระราชพิธี ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวยกฐานสูง ขนาดกว้าง ๔๔.๕๐ เมตร        ยาว ๑๕๕ เมตร     ตั้งอยู่กึ่งกลางด้านทิศตะวันตกของพระเมรุมาศ โดยออกแบบหลังคาหน้าจั่วรูปทรงภควัม (พะ-คะ-วัม) ลักษณะคล้ายรูปแบบเรือนแก้วพระพุทธชินราช เพดานภายในพระที่นั่งทรงธรรม ประดับด้วยดาวเพดานหล่อไฟเบอร์กลาส ประดับผ้าทองย่นสาบสีสอดแวว และกำหนดให้ตรงกลางของพระที่นั่งทรงธรรมเป็นที่ประทับในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

              ทางด้านปีกขวาสุดของพระที่นั่ง จะเป็นที่ประทับของพระบรมวงศ์ คณะองคมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ด้านปีกซ้ายสุดของพระที่นั่ง เป็นที่นั่งของพระราชอาคันตุกะ และผู้นำประเทศต่างๆ

            นอกจากขนาดแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษของพระที่นั่งทรงธรรมครั้งนี้อยู่ที่ผนังด้านหน้าเป็นกระจกใส ด้านหลังเป็นผนังทึบ เพราะมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ต่างจากเดิมที่เป็นศาลาโถง เปิดโล่ง

                                                       

                                                  สัตว์หิมพานต์


<p>                                                  ราชรถราชยาน</p><p></p><p></p><p></p><p>           ราชรถ ราชยาน เป็นหนึ่งในเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงฐานานุศักดิ์ของผู้ใช้ การใช้ราชรถ ราชยาน ในราชสำนักนั้นมีมาแต่ครั้งโบราณกาล ปรากฏหลักฐานชัดเจนในสมัยกรุงศรีอยุธยา และเป็นราชประเพณีสืบเนื่องต่อมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ </p><p>          การอัญเชิญพระบรมศพจากพระมหาปราสาทไปสู่พระเมรุมาศ หรืออัญเชิญพระบรมอัฐิจากพระเมรุมาศมาสู่พระบรมมหาราชวัง พระบรมราชสรีรางคารไปบรรจุหรือลอยพระอังคาร ตามโบราณกาลจะอัญเชิญด้วยขบวนพระราชอิสริยยศ ซึ่งเรียกว่า ‘ริ้วขบวน’ โดยแต่ละริ้วขบวนมีคนหาม คนฉุดชักจํานวนมาก พร้อมด้วยเครื่องประกอบพระอิสริยยศ </p><p>          การจัดริ้วขบวนเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีขบวนพระบรมราชอิสริยยศ จำนวน 6 ริ้วขบวน โดยมีการบูรณะตกแต่งราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อให้พร้อมสำหรับการอัญเชิญพระบรมศพ พระบรมอัฐิ และพระบรมราชสรีรางคาร รวมทั้งซักซ้อมการเคลื่อนขบวนให้งดงามประหนึ่งราชรถเคลื่อนบนหมู่เมฆส่งเสด็จสู่สวรรค์ </p><p>  </p><p>  </p><p>     ๓. ความรู้ที่ได้/ประโยชน์ที่ได้/ข้อคิดที่ได้ จากการศึกษา ครั้งนี้ </p><p>  </p><p>             ได้รู้ประวัติความเป็นมาของพระเมรุมาศ และพระเมรุ ว่าคือ สถาปัตยกรรมชั่วคราว หรือสถาปัตยกรรมเฉพาะกิจที่สร้างขึ้น ณ กลางใจเมือง เพื่อใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพหรือพระราชพิธีพระศพโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็น “กุฎาคาร หรือ เรือนยอด” คือเรือนซึ่งหลังคาต่อเป็นยอดแหลม โดยในอดีตนิยมสร้างเป็นแบบ ยอดปรางค์ อาจมีพรหมพักตร์หรือไม่มีก็ได้และที่สำคัญได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของศิลปะวัฒนะธรรมที่ปราณีตที่สร้างขึ้นได้จดตลอดกาล </p><p>  </p><p>     ๔. วิทยากรผู้ให้ความรู้ . คือ .นางสาวกัญญา  แก้วคำฟุ่น  ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารบุคคลกรรมศาสนา </p><p>  </p><p>ที่มาข้อมูล  :  https://thestandard.co/kingram… </p><p>    https://th.wikipedia.org/พระเมรุมาศ</p>