บันทึก ที่ 125 ล่าถุงเบินใบที่ 2 ตอนที่ 3
20.00 น.ชลฦธารา ฯก็ได้รับคำสั่งให้กลับไปเปลี่ยนเวรที่เป้าหมายเดิม
ที่ฐานปฎิบัติการคนร้าย ขณะนั้น จ่าหมาน ฯ กับลูกน้องหมอบกำบังตัวอยู่หลังบังเกอแห่งหนึ่ง ที่จุดนี้ เขาสามารถเห็นยามหลายคนเฝ้าอยู่ที่บันใดขึ้นชั้นบนขนองอาคารทีเห็นและพบว่าทุก 10 นาที จะมีคนมาตรวจยาม แล้วพากันขึ้นไปตรวจอะไรสักอย่างบนขั้นบนพักหนุึ่งก็พากันลงมา เขาสังเกตเห็นว่า เหนือชั้นบน มีชั้นลอย โล่ง กลางที่โล่ง เห็นโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง บนโต๊ะ มีของอย่างหนึ่งวางอยู่ และที่โต๊ะนี้เองที่พวกมันเข้าไปดูและจับต้องทุกครั้งก่อนพากันกลับ จ่าหมานฯได้รายงานให้ศูนย์ทราบตั้งแต่แรกที่เห็นแล้ว จากศูนย์ ฯ " น่าจะเป็นถุงเงิน แน่ ๆ " แล้วพูดกับจ่าสมพงษ์ " หาเชือกขนาดโต ประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 10 เมตร เข้าไปให้จ่าหมานฯด่วนด้วย “ จ่าสมพงษ์ ฯ ฯออกงง ๆ ว่าให้เอาเชือกไปทำอะไร แต่ไม่กล้าถามกลับ ให้ลูกน้องรีบกลับไปหาเชือกใช้ในการโรยตัวจากคอปเต้อในรถมาตามคำสั่ง กว่าลูกน้องจะได้เชือกมา กินเวลาเกือบ 30 นาที " จ่าสมพงษฯ ถึง ศูนย์ “ ได้เชือกโรยตัวมาแทนครับ ใช้ได้ไหม “ ศูนย์ ฯ เงียบไปพัก แล้วตอบ “ น่าจะได้ ให้นำไปให้จ่าหมานด่วน “ “ รับทราบ “จ่าสมพงษ์ ฯ รับคำสั่ง เขาปรายสายตามองลูกน้องทุกคนแปลบด้วยหางคา “ จ่าไปเอง “ เขาว่า แล้วก็กระชับเสื้อ เปลี่ยนแมดกาซีนปืนแล้ว ล้มตัวหงายท้องลอดรั้วลวดหนามแฝงตัวใปในความมืดโพล้เพล้ ที่นาน ๆ จะมีแสงไฟฉายส่องกราดมาสักครั้ง เขาคลานไปช้า ๆ หยุดเป็นพัก ๆ เมื่อเห็นยามมาใกล้ หรือมีแสงไฟส่องใก้ลตัวเข้ามามากเกินไป เขามองเห็นจ่าหมาน ฯ กับลูกน้องทิ่หลังบังเก้อแล้ว ก็วิทยุส่งข่าวให้รู้ แค่เนื่องจากทางช่วงนั้น เป็นที่โล่ง และใกล้อาคาร มียามส่องไฟมาดูบ่อยครั้ง จึงยังวิ่งเข้าไปหากันไม่ได้ จนครู่ใหญ่ พวกยามมีการเปลี่ยนเวรยามพอดี เขาฉวยโอกาสเสี่ยงวิ่งซิกแซกข้ามที่โล่งนั้นอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะที่ยามคนใหม่ เปิดไฟฉายเป๋นครั้งแรกพอดี แสงไฟไล่ตามหลังจ่าสมพงษ์ ฯ หวุดหวิด เขาพุ่งตัวล้มลงข้างจ่าหมาน ฯ พร้อมถอนหายใจ หัวใจเต้นถี่ยิบ จ่าหมาน ฯ หัวเราะเบา ๆ ตบไหล่ปลอบใจเพื่อนซี้ “ จากจ่าหมาน ฯ ถึงศูนย์ จะให้ใช้เชือกทำอะไรครับ “ “ ศูนย์ ฯ จ่าหมาน ฯ เก็บเชือกไว้ก่อน ถึงเวลาจะบอก เปลี่ยน “