ตอนดึกของคืนวันนั้น  ร่มบินภาระกิจพิเศษขับโดย เรืออากาศโทหญิง ชลวธารฯ ก็บินไปอยู่เหนือบริเวณเป้าหมาย ในระดับสูงมาก  ชนิดที่คนที่พื้นดินมองตาเปล่าไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ด้วย  เครื่องดักฟังการติดต่อสิ่อสารบนเครื่องทำการถ่ายทอดสัญญาณผ่านห้องสื่อสารสภาความมั่นคง ไปให้ศูนย์บัญชาการร่มบินหญิงทราบตลอดเวลา  ซึ่งทางศูนย์ได้บันทึกไว้เป็นข้อมูลทั้งหมด

เช้าวันที่ 2 ที่เป็นเวรพัก  ชลธาร ฯ ได้รับคำสั่งให้นำะครื่องไปรับการติดนขอเเกี่ยวยาวยื่นลงไปจากท้องเครื่องประมาณ 1 เมตรเพื่มเติม โดยให้ถือเป็นความลับสุดยอด  ระหว่างการปฎิบัติงาน หากน้ำมันหมด จะต้องไปลงเติมน้ำมัน ทีสนามบินนัดหมาย  และจะมีร่มบินอีกลำไปปฎบัติงานแทน   คืนนั้น  จ่าทั้งสองนำกองหนุนไปถึง  ศูนย์ฯจึงเริ่มซูมภาพบนจอใหญ่เข้ามาดูขอบเขตบริเวณเป้าหมาย ที่สามารถเห็นได้ชัดสูงสุด  เห็นการเคลื่อนไหวภายในบริเวณนั้นทุกอย่าง ทั้งผู้คน,ยานพาหนะ รวมทั้งเห็นว่าในบริเวณนั้น มีภูมิประเทศเป็นอย่างไร มีรั้วขอบเขตเป็นรั้วอะไร ,อาคาร กี่หลัง หลังใด มียามเฝ้าหนาแน่น ตลอดจนจุดที่เป็นที่ตั้งขุมกำลังต่าง ๆ ว่าอยู่ตรงไหน  ทางเข้าออกมีกี่ทาง,มีถนนกี่สาย ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์จุดที่มีความเป็นไปได้สูงในการเล็ดลอดแฝงตัวเข้าไปสังเกคุการข้างใน และเวลาที่เหมาะสมให้ลงมือ  ขณะที่ จ่าทั้งสองและกำลังสนับสนุน ก็ได้แต่รอคำสั่ง แต่เย้ำว่า ฟ้ามปะทะก้อนจะได้ถุงเงินเด็ดขาด

ตกค่ำ โพล้เพล้  คำสั่งก็มาถึงว่า ให้ลอดรั้วด้านที่อยู่ใกล้พุ่มไม้มากที่สุดเข้าไปตอนพลบค่ำ     กลางความมืดสลัว  จ่าหมานฯเป็นคนแรกที่คลานไปที่รั้วลวดหนามจุดที่ใกล้กับพุ่มไม้ อาศัยพุ่มไม้บังตัวก่อน ก่อนเห็นปลอดยาม  ก็หงายตัวลอดลวดหนามเส้นล่างสุดเข้าไปจนสุดตัว กำลังอีก 2 คนตามเข้าไปติด ๆ จ่าสมพงษ์ฯ คุมลูกน้องที่เหลือระวังหลัง..........   ( โปรดรออ่านต่อตอนต่อไป )