มูลนิธิเพื่อเด็กพิการจับมืออปท.

นำสวนบำบัดขยายผลลงสู่ท้องถิ่น

มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ร่วมกับ สสส. เดินหน้าโครงการสวนบำบัดปีที่ 3 เล็ง อปท.ทั่วประเทศเป็นพันธิมิตร สร้างเครือข่าย พร้อมทั้งขยายผลสวนบำบัดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ<p>            นพ.ประพจน์  เภตรากาศ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ กล่าวว่า จากการที่มูลนิธิเพื่อเด็กพิการร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดทำโครงการสวนบำบัด มาตั้งแต่ปี 2558  เพื่อพัฒนาหลักสูตรสวนบำบัดสำหรับเด็กพิการ ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านเด็กและด้านสุขภาพโดยสวนบำบัดให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากการจัดอบรมมาแล้ว 2 รุ่น รวมประมาณ 50 คน พบว่าผู้รับการอบรมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง องค์กรหรือมูลนิธิด้านเด็กที่ผ่านการอบรมมีการนำความรู้ไปใช้และปฏิบัติได้จริง ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า สวนบำบัดนั้นยังช่วยบำบัดพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเป็นการปรับความรู้ความเข้าใจและเตรียมพร้อมที่จะดูแลเด็กต่อไป เมื่อเด็กได้รับการถ่ายทอดกระบวนการแล้วเขาเกิดความเปลี่ยนแปลง ที่เห็นได้ชัด คือ สถานสงเคราะห์เด็กที่ผู้ดูแลมักจะบอกว่าเด็กมีความก้าวร้าว และไม่ค่อยมีสมาธิ แต่พอมาเข้ากระบวนการ มาทำสวนบำบัด เด็กเริ่มให้ความสนใจ เริ่มสงบนิ่งลง เขาจะสนใจแปลงผักที่เขาปลูก ทำให้เด็กมีสมาธิมากยิ่งขึ้น </p><p></p><p>            กิจกรรมสวนบำบัดนั้นเหมาะกับผู้ป่วยหรือเด็กทุกกลุ่ม หากจะมองว่าได้ผลดีสุด คือ เด็กที่มีปัญหาด้านความพิการรุนแรง เพราะด้วยตัวผู้ปกครองต้องอยู่กับเด็กที่มีความพิการรุนแรงแล้วมักจะมีความเครียดเพราะต้องอยู่กับเด็กตลอด 24 ช.ม.  จนบางครั้งการกระทำบางอย่างที่เกิดจากความเครียดนั้นส่งผลมาที่เด็ก แต่พอนำกิจกรรมสวนบำบัดเข้าไปปรับใช้ ผู้ปกครองก็จะรู้สึกผ่อนคลาย เด็กก็จะสงบลง เกิดพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ  เวลาที่เขาเครียดก็มาทำสวน มาผ่อนคลายร่วมกัน เกิดความเพลิดเพลิน เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ปกครองและเด็ก  และจริงๆ ผู้ปกครองสามารถค้นหาความรู้ด้านสวนบำบัดได้จากหลายทาง เช่น อินเตอร์เน็ต แต่อย่างไรก็ดีถ้ามาอบรม เพื่อให้เข้าใจวิธีการมากขึ้น </p><p></p><p>            นพ.ประพจน์ กล่าวถึงความต่อเนื่องของโครงการในปีที่ 3 ว่า หลังจากนี้ทางมูลนิธิเพื่อเด็กพิการจะพยายามสร้างแกนนำเพื่อถ่ายทอดกระบวนการสวนบำบัดเพื่อช่วยเผยแพร่ต่อไป นอกจากนี้แล้วจะพยายามขยายโครงการสวนบำบัดไปยังเครือข่ายหรือพันธมิตรใหม่ๆ เช่น กทม.ในการจัดทำมุมสวนบัดตามสวนสาธารณะต่างๆ  และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งทั่วประเทศมีเป็นพันๆ แห่ง ถ้าแต่ละแห่งนำเอาสวนบำบัดไปใช้ในท้องถิ่นของตนเองก็จะเกิดประโยชน์ในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชากรทุกกลุ่ม และสวนบำบัดก็จะได้รับความนิยมขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น  ซึ่ง ณ ตอนนี้ มี อบต. จำนวน 8 แห่ง ได้นำเอาสวนบำบัดไปใช้แล้ว ในจำนวนนี้มี 2 แห่งที่จัดทำมุมสวนบำบัดไว้แล้วในท้องที่ </p><p>            “ภาครัฐเองก็น่าจะเข้ามาสนับสนุนในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะโรงพยาบาล หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์(พม.) ซึ่งมี พมจ. ที่อาจจะต้องนำเอากิจกรรมสวนบำบัดเข้าไปบรรจุไว้ในศูนย์บริการในแต่ละจังหวัดให้มากขึ้น มูลนิธิเพื่อเด็กพิการซึ่งเป็นหนึ่งในผู้กระตุ้นสวนบำบัดก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ตลอดจนความรู้ทางวิชาการที่เราจะเข้าไปช่วยเสริมได้ตลอดเวลา” นพ.ประพจน์ กล่าว   </p><p>  </p><p> </p>