คน “ซอยโจ๊ก” ตั้งใจเลิกเหล้า งานท้าทายของชุมชนในกทม.
“มีคนมาร้องเรียนว่า มีคนดื่มเหล้าส่งเสียงดังรบกวนอย่างมาก บางทีก็มีทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันก็มี” เริงชัย ทองศรีคำ แกนนำชุมชน เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเข้าร่วม โครงการลด ละ เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ในบุญประเพณี โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อปี 2559-2560 เพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมให้ชาวชุมชนซอยโจ๊กลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
เริงชัย ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวอีกว่า ครั้นจะไปบอกให้ชาวบ้านเลิกดื่มสุรามันทำไม่ได้ บางคนดื่มจนติด แล้วจะไปบังคับอะไรมากก็ไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่า คนในชุมชนส่วนใหญ่จะมาจากที่อื่น คือเป็นประชากรแฝง ไม่ได้อยู่กับชุมชนมาตั้งแต่ต้น พอไปพูดก็ไม่มีใครยอมฟัง
“งั้นถ้าเป็นการลดการดื่มให้น้อยลงล่ะ มันยังพอคุยกันได้” เริงชัย ว่า ดังนั้นเขาจึงได้เข้าร่วมโครงการกับ สสส. เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ให้คน ลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในงานบุญประเพณี ก่อนเป็นอันดับแรก แต่พอเริ่มต้นก็มีปัญหาแล้ว

“วันแรกที่จัดกิจกรรมก็ประกาศประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจมาเข้าร่วมฟังพระเทศน์และชี้แจงโครงการ ปรากฏว่าคนที่มาร่วมส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ส่วนกลุ่มเป้าหมายเราไม่มีมาเลย เราก็คิดว่า คนก็คิดว่าเป็นคำประกาศผ่านๆ เลยไม่สนใจ ทีนี้เลยมาวางแผนการทำงานใหม่ โดยตั้งคณะทำงานจำนวน 7 คน แล้วเดินเคาะประตูบ้านทั้งคนทั่วไปและกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จทุกคนเข้าถึงวัตถุประสงค์ของโครงการและมาเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 50-70 คน” เริงชัย กล่าว
นอกจากจะเชิญชวนให้ทุกคนลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ในงานบุญประเพณีแล้ว ยังได้ขอความร่วมมือร้านค้าในชุมชนให้งดจำหน่ายสุราในวันสำคัญทางศาสนาและวันที่มีกิจกรรมของชุมชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาล ที่ 9 “คิดถึงพ่อ ต้องทำดี งดสิ่งไม่ดีในงานบุญ”

ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือเจ้าภาพงานบุญ งานศพ งานวันเกิด ให้งดบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ภายในงานอีกด้วย ซึ่งบางงานถ้าเลี่ยงไม่ได้ เช่น งานวันเกิดหรืองานบุญอื่นๆ ก็ให้ลดจำนวนลง คือ แค่ขวดเดียวแล้วพอ ไม่มีให้อีกนะ หรือถ้างานบุญ มีการนิมนต์พระมาทำพิธี ทางโครงการก็จะขอความอนุเคราะห์ให้พระสงฆ์ช่วยเทศน์เรื่องการ ลด ละ การดื่มสุราด้วย และถ้าบ้านไหนจัดงานไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เลย ทางโครงการก็จะมอบใบประกาศให้เพื่อเป็นกำลังใจ ซึ่งปีที่ผ่านมา มีจำนวน 8 ราย
ภายหลังการดำเนินกิจกรรมเริ่มเข้าที่เข้าทาง ทุกคนจึงมาตั้งกติกาของชุมชนร่วมกันเพื่อหนุนเสริมโครงการให้ได้ผลอย่างยั่งยืน คือ 1.ห้ามดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ภายในลานเอนกประสงค์ของชุมชน 2.ห้ามดื่มสุราภายในงานส่วนรวมของชุมชน และ 3. ห้ามร้านค้าจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ด้าน พหล ผลอัต หนึ่งในคณะทำงาน กล่าวว่า พอมีการโครงการ มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ คนในชุมนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เวลามีกลุ่มนั่งดื่ม เราไปพูดคุย ก็รู้สึกเกรงใจ ส่วนการจัดงานบุญ งานประเพณีไหนที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ก็ยังมีคนมาร่วมอยู่ปกติ ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะทุกคนรู้แล้วว่า มาร่วมแล้วไม่มีให้แน่นอน
ส่วน วิชัย แตงศรี นักดื่มตัวยงของชุมชนซอยโจ๊ก บอกว่า จากที่เคยดื่มแทบทุกวัน พอหลังเข้าร่วมโครงการแล้ว พฤติกรรมเปลี่ยนไปจนหลายๆ คนตกใจ เพราะเมื่อก่อน ยามเย็นๆ ก็จะตั้งวงกับเพื่อนๆ ที่ปากซอยรวมกัน 5-6 คน บางวันดื่มจนถึงเช้า เมื่อมีคนชักชวนให้ให้ลด ละ จึงลองดู เพราะไม่มีอะไรเสียหาย แต่ยอมรับว่าไม่ได้เลิกเด็ดขาด แค่ดื่มน้อยลง เหลืออาทิตย์ละครั้ง ส่วนวันพระจะไม่ดื่มเด็ดขาด เมื่อลดการดื่มลง ก็ได้สุขภาพกลับคืนมา รู้สึกกระปรี้ประเปร่ามากกว่าแต่ก่อน และที่สำคัญช่วยประหยัดรายจ่าย และมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นด้วย
ผลจากการดำเนินโครงการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ของชุมชนซอยโจ๊ก แม้จะเป็นโจทย์ที่ยาก แต่หนึ่งปีที่ผ่านมาถือว่าประสบผลสำเร็จเกินคาด เมื่อมีผู้ลดการดื่มลงจำนวน 21 คน จากกลุ่มเป้าหมาย 30 คนที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันช่วยลดค่าใช้จ่ายการจัดงานของภาพได้จำนวนหนึ่ง แม้โครงการจะเป็นไปในลักษณะการรณรงค์ให้คนลดการดื่มให้น้อยลง แต่หากมีคนเลิกดื่มอย่างเด็ดขาดได้ แค่คนเดียว นั่น ก็ถือเป็นผลพลอยได้ที่เกินคุ้มแล้ว

