เมื่อ 27 ปีก่อน ถ้าแบบใกล้เคียงหน่อยก็ 27 ปี 2 เดือนกะเศษวันเล็กน้อย
มีพระรุปบวชใหม่รูปนึง (พระเรียกเป็นรูปนะครับ ...องค์ นี้สำหรับพระที่ไม่มีชีวิต)
ขอเรียกท่านว่า พระซน นะครับ ไม่ใช่พระเซ็ง (..เป็ด) ก็แล้วกัน เพราะท่านเต็มใจบวช
.
บวชพรรษาแรกก็ธุดงค์เข้าป่า ตามหลวงพ่อไปอยู่บนเขาซะแล้ว ซนมะล่ะ
อยู่เขานี้ กว่าจะเดินขึ้นเขาบุกป่าไปถึงกุฎิที่พักก็ร่วมๆ ชั่วโมงหอบกันแฮ่ก
กุฏิที่พักก็เป็นเพิงง่ายๆ เพิงสุนัขแหงนมองดาวน่ะแหละ
ต้องกางกลดกันยุงข้างในกุฎิ กลางคืนวังเวงมาก เงียบ...
เสียงใบไม้แห้งตกกรอบแกรบเสียงเหมือนคนเดินเหยียบใบไม้เลย ถ้าขวัญอ่อนมโนเก่ง ละเสร็จ...อยู่ไม่ได้
.
พระซนรูปนี้ท่านฝึกสติฝึกสมาธิ แต่ก็ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายเท่าไหร่ครับพึ่งพรรษาแรกนี่
แต่อย่างน้อยก็พอข่มความกลัวได้นะ ใครเคยอยู่ป่าจะรู้ว่า มันน่ากลัวใช่ย่อย โดยเฉพาะกลางคืน บรี๊อออ...!
.
ตอนเช้าออกบิณฑบาตร ท่านก็ไปรูปเดียว หลวงพ่อที่มาด้วยท่านอายุมากแล้ว ขึ้นลงเขาบ่อยๆ ไม่ไหว
ทีนี้เวลาลงเขา ไม่ลงธรรมดาครับ ท่านใช้วิธี "โผ"คือ มัดจีวร บาตร ติดกับตัวให้แน่น
เสร็จแล้วสวมวิญญาณตัวบ่าง รู้จักไม๊ครับ บ่าง
คือเกาะต้นไม้ไว้ แล้วก็โผไปเกาะอีกต้นหนึ่ง พอนึกภาพออกไม๊ พระโผ !
ก็พุ่งลงเขามาอย่างเร็วเลย แป้ปเดียวถึงตีนเขาเลยครับ
.
แต่งตัวใหม่ เดินบิณฑบาตรอย่างเสงี่ยมที่หมู่บ้านข้างล่าง ชาวบ้านดีใจนะครับ นานๆ มีพระมาอยู่เขา
ขาขึ้นโผไม่ได้นะครับ ก็ต้องค่อยๆ ย่างๆ เกาะๆ ขึ้นไป ขาลงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ขาขึ้นชั่วโมงกว่า
นี่คือชีวิตพระป่า อีกมุมหนึ่งที่คนไม่รู้
.
วันนึงหลวงพ่อได้คนพาเที่ยวรอบเขา พระซนก็เลยเดินทางไปด้วย
อ้อ...บนเขาใช้น้ำที่มาจากแอ่งน้ำฝนบนยอดเขา ชาวบ้านใจดีต่อท่อลงมาที่ใกล้ๆ กฏิ ใช้อาบและดื่ม ทูอินวันด้วยเลยครับ
.
กลุ่มเดินทางรอบเขามาถึงป่าไผ่ พื้นแถวนั้นเต็มไปด้วยใบไผ่ที่ร่วงอยู่ ใครเคยเหยียบใบไผ่จะรู้ว่ามันลื๊นลื่น
และพระซนเองก็กำลังลื่นช่วงนั้นเป็นพื้นเท (Slope) พระซนไถลในท่าคล้ายวิดพื้นไปตามแนวเขาที่ลาดเท
ลื่นไม่หยุดครับ มือก็พยายามเกาะพื้นก็ไม่อยู่ ใบไผ่มันหนามาก
พระซนหันไปดูเบื้องล่าง อีกไม่กี่เมตร ทางจะขาด นั่นหมายถึง เหว!
ท่านยังลื่นๆๆ ไม่หยุด เหวก็ใกล้เข้ามา จนเริ่มเห็นแล้วว่า ลึกมองไม่เห็นก้น !!
มือก็พยายามยึดดิน แต่ไม่สำเร็จ จับพื้นไม่ติดเลย
.
กลุ่มที่ไปด้วยกัน ไม่มีใครเห็นนะครับ ท่านลื่นของท่านลงไปอยู่รูปเดียว
ทำไงดีละทีนี้ ทำอะไรก็ไม่ได้แล้ว ยังไงก็ไม่หยุด...
.
แต่... จิตท่านนิ่งมากครับขณะนั้นจิตของพระซนนิ่งมาก ไม่มีความกลัวในจิต แม้แต่นิดเดียว
ด้วยอานิสงค์การฝึกสติที่ท่านคิดว่าไม่เป็นโล้เป็นพายนั่นแหละครับ
เวลาสถานการณ์คับขันจริงๆ สติทำงานเองอัตโนมัติ จิตนิ่งสุดๆ ไม่มีความคิดวิตกหวาดหวั่นอะไรในจิตเลย
สติปรากฏตัวมาช่วยในเวลาคับขัน ตื่นขึ้นเต็มที่ ความกลัวแทรกไม่ได้เลย
ตอนนี้พระซนพร้อมที่จะตกเหวแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวินาทีต่อไป
ท่านพร้อมแล้ว ...ตกก็คือตก ตายก็คือตาย
.
เดชะบุญพอมีอยู่ พอลื่นไปถึงขอบเหว พลันเท้าไปติดตึ่ก! กับท่อน้ำที่ชาวบ้านทำไว้ที่ใช้ลำเลียงน้ำไปที่กุฏิน่ะครับ
ติดหยุดได้พอดีกับขอบเหวเป๊ะเลยครับ รอดตาย มองลงไปดูที่เหว ลึกมาก ตกลงไปคงไม่รอดมาเล่าให้ฟังแน่
แต่อย่างไรจิตใจก็ยังคงเหมือนเดิม รอดตายกับจะตกเหว ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย
ไม่มีแม้การถอนใจ โล่งอก อะไรเลย...
จิตปกติอย่างน่าประหลาด เหตุการณ์ในจิตปกติมาก และตอนนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจด้วย
ท่านก็ปืนเขากลับขึ้นไปรวมกลุ่มเดินต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
.
พระซนท่านฝากกำชับมาว่าให้ฝึกสติกันไว้นะโยม
ฝึกให้มากๆ สติจะเป็นสิ่งสุดท้าย เป็นเพื่อนแท้
ในเวลาที่คุณอยู่ในเหตุการณ์คับขัน ในขณะที่ไม่มีใคร ไม่มีอะไรมาช่วยคุณได้แล้ว
นายสติจะปรากฏตัวแว้บมาช่วย ราวกับปาฏิหารย์
เหตุการณ์อาจทำให้ชีวิตไม่รอด แต่เชื่อเหอะว่าจิตคุณรอดแน่ๆ ไม่ตกนรกชัวส์
คนจะตายหากกลัว วิตก กังวล ดีดดิ้น ทรมาณ จิตติดลบ รับรองว่ามีนรกเป็นปลายทางแน่ๆ ครับ
.
ฝึกสติกันเถิดครับ คุณจะมีเพื่อนแท้ และเพื่อนตายตัวจริง
และสติก็จำเป็นทุกสถานที่ และทุกกาลเวลา
ท่านฝากกำชับมาอย่างนี้นะครับ
.
........ (^_*)
ต่อตอน 2 http://www.gotoknow.org/posts/643236
.

อ่านสนุกครับ ไม่คิดว่าพระป่าจะวิบากขนาดนี้
ครับ ลำบาก แต่สงบดีมากเลย
และอยู่ป่าก็ได้ฝึกอะไรมากมาย