พระซนกับนายสติ 1


พระซน

เมื่อ 27 ปีก่อน ถ้าแบบใกล้เคียงหน่อยก็ 27 ปี 2 เดือนกะเศษวันเล็กน้อย
มีพระรุปบวชใหม่รูปนึง (พระเรียกเป็นรูปนะครับ ...องค์ นี้สำหรับพระที่ไม่มีชีวิต)

ขอเรียกท่านว่า พระซน นะครับ ไม่ใช่พระเซ็ง (..เป็ด) ก็แล้วกัน เพราะท่านเต็มใจบวช

.

บวชพรรษาแรกก็ธุดงค์เข้าป่า ตามหลวงพ่อไปอยู่บนเขาซะแล้ว ซนมะล่ะ

อยู่เขานี้ กว่าจะเดินขึ้นเขาบุกป่าไปถึงกุฎิที่พักก็ร่วมๆ ชั่วโมงหอบกันแฮ่ก 

กุฏิที่พักก็เป็นเพิงง่ายๆ เพิงสุนัขแหงนมองดาวน่ะแหละ

ต้องกางกลดกันยุงข้างในกุฎิ  กลางคืนวังเวงมาก เงียบ... 

เสียงใบไม้แห้งตกกรอบแกรบเสียงเหมือนคนเดินเหยียบใบไม้เลย ถ้าขวัญอ่อนมโนเก่ง ละเสร็จ...อยู่ไม่ได้

.

พระซนรูปนี้ท่านฝึกสติฝึกสมาธิ แต่ก็ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายเท่าไหร่ครับพึ่งพรรษาแรกนี่ 

แต่อย่างน้อยก็พอข่มความกลัวได้นะ ใครเคยอยู่ป่าจะรู้ว่า มันน่ากลัวใช่ย่อย โดยเฉพาะกลางคืน บรี๊อออ...!
.
ตอนเช้าออกบิณฑบาตร ท่านก็ไปรูปเดียว หลวงพ่อที่มาด้วยท่านอายุมากแล้ว ขึ้นลงเขาบ่อยๆ ไม่ไหว 

ทีนี้เวลาลงเขา ไม่ลงธรรมดาครับ ท่านใช้วิธี "โผ"คือ มัดจีวร บาตร ติดกับตัวให้แน่น 

เสร็จแล้วสวมวิญญาณตัวบ่าง รู้จักไม๊ครับ บ่าง

คือเกาะต้นไม้ไว้ แล้วก็โผไปเกาะอีกต้นหนึ่ง พอนึกภาพออกไม๊ พระโผ !

ก็พุ่งลงเขามาอย่างเร็วเลย แป้ปเดียวถึงตีนเขาเลยครับ 

.

แต่งตัวใหม่ เดินบิณฑบาตรอย่างเสงี่ยมที่หมู่บ้านข้างล่าง ชาวบ้านดีใจนะครับ นานๆ มีพระมาอยู่เขา 

ขาขึ้นโผไม่ได้นะครับ ก็ต้องค่อยๆ ย่างๆ เกาะๆ ขึ้นไป  ขาลงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ขาขึ้นชั่วโมงกว่า

นี่คือชีวิตพระป่า อีกมุมหนึ่งที่คนไม่รู้

.

วันนึงหลวงพ่อได้คนพาเที่ยวรอบเขา พระซนก็เลยเดินทางไปด้วย 

อ้อ...บนเขาใช้น้ำที่มาจากแอ่งน้ำฝนบนยอดเขา  ชาวบ้านใจดีต่อท่อลงมาที่ใกล้ๆ กฏิ ใช้อาบและดื่ม ทูอินวันด้วยเลยครับ

.

กลุ่มเดินทางรอบเขามาถึงป่าไผ่ พื้นแถวนั้นเต็มไปด้วยใบไผ่ที่ร่วงอยู่ ใครเคยเหยียบใบไผ่จะรู้ว่ามันลื๊นลื่น 

และพระซนเองก็กำลังลื่นช่วงนั้นเป็นพื้นเท (Slope) พระซนไถลในท่าคล้ายวิดพื้นไปตามแนวเขาที่ลาดเท 

ลื่นไม่หยุดครับ มือก็พยายามเกาะพื้นก็ไม่อยู่ ใบไผ่มันหนามาก 

พระซนหันไปดูเบื้องล่าง อีกไม่กี่เมตร ทางจะขาด นั่นหมายถึง เหว! 

ท่านยังลื่นๆๆ ไม่หยุด เหวก็ใกล้เข้ามา จนเริ่มเห็นแล้วว่า ลึกมองไม่เห็นก้น !!

มือก็พยายามยึดดิน แต่ไม่สำเร็จ จับพื้นไม่ติดเลย 

.

กลุ่มที่ไปด้วยกัน ไม่มีใครเห็นนะครับ ท่านลื่นของท่านลงไปอยู่รูปเดียว 

ทำไงดีละทีนี้ ทำอะไรก็ไม่ได้แล้ว ยังไงก็ไม่หยุด...

.
แต่... จิตท่านนิ่งมากครับขณะนั้นจิตของพระซนนิ่งมาก ไม่มีความกลัวในจิต แม้แต่นิดเดียว 

ด้วยอานิสงค์การฝึกสติที่ท่านคิดว่าไม่เป็นโล้เป็นพายนั่นแหละครับ 

เวลาสถานการณ์คับขันจริงๆ สติทำงานเองอัตโนมัติ จิตนิ่งสุดๆ ไม่มีความคิดวิตกหวาดหวั่นอะไรในจิตเลย 

สติปรากฏตัวมาช่วยในเวลาคับขัน ตื่นขึ้นเต็มที่ ความกลัวแทรกไม่ได้เลย 

ตอนนี้พระซนพร้อมที่จะตกเหวแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวินาทีต่อไป  

ท่านพร้อมแล้ว ...ตกก็คือตก ตายก็คือตาย

.

เดชะบุญพอมีอยู่ พอลื่นไปถึงขอบเหว พลันเท้าไปติดตึ่ก! กับท่อน้ำที่ชาวบ้านทำไว้ที่ใช้ลำเลียงน้ำไปที่กุฏิน่ะครับ 

ติดหยุดได้พอดีกับขอบเหวเป๊ะเลยครับ รอดตาย มองลงไปดูที่เหว ลึกมาก ตกลงไปคงไม่รอดมาเล่าให้ฟังแน่ 

แต่อย่างไรจิตใจก็ยังคงเหมือนเดิม รอดตายกับจะตกเหว ไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย 

ไม่มีแม้การถอนใจ โล่งอก อะไรเลย... 

จิตปกติอย่างน่าประหลาด  เหตุการณ์ในจิตปกติมาก และตอนนั้นก็ไม่ได้ประหลาดใจด้วย

ท่านก็ปืนเขากลับขึ้นไปรวมกลุ่มเดินต่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

.

พระซนท่านฝากกำชับมาว่าให้ฝึกสติกันไว้นะโยม 

ฝึกให้มากๆ สติจะเป็นสิ่งสุดท้าย เป็นเพื่อนแท้

ในเวลาที่คุณอยู่ในเหตุการณ์คับขัน ในขณะที่ไม่มีใคร ไม่มีอะไรมาช่วยคุณได้แล้ว 

นายสติจะปรากฏตัวแว้บมาช่วย ราวกับปาฏิหารย์

เหตุการณ์อาจทำให้ชีวิตไม่รอด แต่เชื่อเหอะว่าจิตคุณรอดแน่ๆ  ไม่ตกนรกชัวส์

คนจะตายหากกลัว วิตก กังวล ดีดดิ้น ทรมาณ จิตติดลบ รับรองว่ามีนรกเป็นปลายทางแน่ๆ ครับ

.

ฝึกสติกันเถิดครับ คุณจะมีเพื่อนแท้ และเพื่อนตายตัวจริง 

และสติก็จำเป็นทุกสถานที่ และทุกกาลเวลา

ท่านฝากกำชับมาอย่างนี้นะครับ
.

........  (^_*)

ต่อตอน 2  http://www.gotoknow.org/posts/643236

.

หมายเลขบันทึก: 643234เขียนเมื่อ 12 ธันวาคม 2017 09:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 ธันวาคม 2017 12:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

อ่านสนุกครับ ไม่คิดว่าพระป่าจะวิบากขนาดนี้

ครับ ลำบาก แต่สงบดีมากเลย

และอยู่ป่าก็ได้ฝึกอะไรมากมาย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี