เมื่อวานนี้ ได้ไปสอนหนังสือที่ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิชา Business Assessment Tools and Techniques ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาภายใต้หลักสูตร Mini MBA

พอได้คุย กับนักศึกษา เรื่อง KPI - Key Performance Indicator

ทำให้นึกถึงหลายๆ เคสที่ได้ไปเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกค้า

พบว่า ลูกค้า หลายๆ ราย ยังสับสน ในเรื่อง KPI กันอยู่เยอะ เช่น

ลูกค้า พูดถึงเรื่อง KPI ว่า บริษัทเราต้องมี KPI จะได้ เหมือนบริษัทต่างประเทศเขา (เชื่อว่ามีแล้ว จะทัดเทียมกับเขา แต่ยังงง ว่ามีแล้ว ดีอย่างไร)

บางลูกค้าบอกว่า เราต้องยกระดับมาตรฐานของบริษัท ด้วยการมี KPI (อืม ยกระดับได้ ก็ต่อเมื่อ ทำให้ได้ตาม KPI นะครับ)

บ้างก็คิดว่า ผู้บริหาร สร้าง KPI มาเพื่อจับผิดพนักงาน

บ้างก็คิดว่า KPI ทำมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริหาร

และ ก็มีหลายคนพูดถึง KPI กันอีกเยอะ แต่โดยมากจะเป็นทางลบ

[แสดงว่า หลายคนอาจจะยังขาดความเข้าใจ]

………

แต่จะมีกี่คนที่เข้าใจ ว่าจริงๆ แล้ว KPI คืออะไร?

มีประโยชน์ต่อองค์กร และ ต่อพนักงานอย่างไร?

จากประสบการณ์ จากการที่เป็นที่ปรึกษาหลายแห่งพบว่า

#ไม่ชัดเจน มีหลายบริษัท ที่ไม่มีความชัดเจน ในการวัดผล

(ยังไม่รู้เลยว่า ควรใช้อะไรวัดดี นอกเหนือจาก ยอดขายและ กำไร ตัววัดผลมีเยอะ แต่จะเลือกตัวไหนดีล่ะ ที่เหมาะสมกับหน่วยงาน และ องค์กรแบบเรา)

#เป้าไม่เคลียร์ บางบริษัท ยังไม่มีเป้าหมายขององค์กรที่ชัดเจนเลย

(แค่บอกว่าอยากจะเติบโตบริษัท แต่ ไม่ระบุเลยว่าจะเติบโตเท่าไร ขนาดไหน หรือ อย่างไร)

#KPIเยอะแยะมากมาย มีบางบริษัทที่ มี KPI มากมายหลายตัวเหลือเกิน

(ไม่รู้เหมือนกันว่าจะวัดอะไรกันมากมาย วัดไปเพื่ออะไรกันรึ ยิ่งมีมาก ยิ่งเปลืองเวลา เปลืองพลังงานในการเก็บข้อมูล ในการวิเคราะห์ ในการประเมินผล และ ที่หนักว่านั้นอาจจะยิ่งสร้างความสัปสนให้กับทีมงานได้)

………

อยากจะมี KPI ....

เรามี KPI เพื่อ?

เราวัดผลในแต่ละเรื่อง เพื่อ?

เมื่อได้ผลลัพธ์แล้ว จะเอาไปทำอะไรต่อล่ะ?

ถ้าวัดผลได้ ได้ผลมาแล้ว ไม่ได้เอาไปใช้ต่อ การมี KPI ตัวนี้ ก็ไม่มีประโยชน์

………

หลักการที่ดี ที่ควรมี KPI ก็คือ เป็นการวัดความสามารถขององค์กร ว่าสามารถ Implement Strategies & Plans ของบริษัท เป็นอย่างไรบ้าง (ได้ตามแผน สูงกว่าแผน หรือ ต่ำกว่าแผน)

ก็เปรียบเสมือนกับการที่เราไปตรวจร่างกาย หมอ เขาก็จะมีรายการ การตรวจวัดสุขภาพของเรา

KPI ก็คือ สิ่งที่หมอต้องการตรวจสอบ (รายการ การตรวจวัดสุขภาพ) หรือ ตรวจวัด เช่น ความดัน ระดับไขมัน นำ้ตาล เม็ดเลือดในเลือด หรือ อื่นๆ

โดยข้อมูลที่วัดได้เหล่านี้ ก็มาจากสุขภาพของเรา เกิดจากวิถีชีวิต และ ความเป็นอยู่ของเรา (สุขภาพจะดีหรือไม่ ส่วนนึงก็มาจากการใช้ชีวิต การดำเนินชีวิต และการกินอยู่ของเรานี่แหละครับ)

ผลของการตรวจร่างการของเราออกมา ก็จะเอาไป เปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานของคนสุขภาพดี

ผลลัพธ์ของเราเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานแล้ว จะออกมาดี หรือ ไม่ ก็ต้องไปหามาตรการ และ แผนรองรับต่อไป กับการปรับปรุงนี้

………

อีกอย่างหนึ่งก็คือ จำนวนของ KPI ไม่ควรมีมาก หรือ น้อยจนเกินไป

และ จำนวน KPI ก็ไม่ได้บ่งบอกความสำเร็จ หรือ การมีน้อย หรือ เยอะ ก็ไม่ได้ช่วยให้เรา หรือ องค์กร ประสบความสำเร็จได้

ควรเลือก KPI เฉพาะตัวที่ต้องเอาไปใช้ และ ต้องเป็นตัวที่วัดแล้วมีประโยชน์จริงๆ ทั้งต่อพนักงาน และต่อองค์กร

และที่สำคัญ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการ Implement Strategies & Plans ต้องทราบและ เข้าใจ KPI ที่องค์กรใช้ในการวัดผล และ ประเมินผลพวกเขา

ถ้าทำได้แบบนี้ การมี KPI ก็จะเป็นการมีสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรจริงๆ

เราเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นพนักงาน แค่คนคนนึง เราก็ต้องเข้าใจ KPI ที่เขาใช้วัดผลเราด้วยนะครับ

เพราะเมื่อเข้าใจ เราก็จะหาวิธี Implement Strategies & Plans ที่อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เหมาะสม และได้ง่ายขึ้น

………