เปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์


คนหนอคน หรือ เฉพาะเราหนอเรา ที่ไม่สามารถเอาชนะใจตัวเอง ทั้งทีรู้เต็มอกถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จากวันและเวลาที่ผ่านมา คงต้องเป็นไปอย่างคำเขาว่ากระมัง เกิด แก่ เจ็บ ตาย การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ ชีวิตคนเรานั้น ”ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว”จริงๆ

ถึงวัยหนึ่ง วันหนึ่ง เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจตัวเอง ชัดเจน.. 

เริ่มที่ร่างกายก่อน จากที่ไม่เคยเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวหรือเจ็บกล้ามเนื้อต่างๆไปทั่ว โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่และแขน แต่สี่ห้าปีแล้วที่มีอาการอย่างนี้ ยิ่งนอนไม่หลับ ซึ่งเป็นถี่ขึ้น จะยิ่งปวดเมื่อย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณน่อง อาการนอนไม่หลับ หรือกว่าจะหลับได้ จากความรู้ในเว็บไซต์ต่างๆบอก เกิดจากอาการเครียด ทั้งที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกว่าเครียด แต่ถ้าพิจารณารายละเอียดตาม ใช่เลย! มักจะคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้เสมอๆ โดยเฉพาะยามที่ล้มตัวลงนอน

ตรงข้ามกับความง่วงในช่วงเวลาหลังอาหาร ยิ่งเป็นพักเที่ยง เมื่อก่อนขับรถไกลๆ ง่วงเพียงใดก็ไหว ไม่ได้รู้สึกว่าง่วงเป็นความทรมาน แต่เดี๋ยวนี้มื้อกลางวัน แค่ออกไปหาอะไรกินนอกโรงเรียน พออิ่มเข้าเท่านั้น ระยะ 4-5 กิโลเมตร ซึ่งจะต้องขับรถกลับก็แย่แล้ว และที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนต้องประหลาดใจก็คือ ง่วงมากจนรู้สึกว่าทรมาน(ฮา)

เด็กๆของเปรี้ยวเป็นที่โปรดปราน มะขามอ่อนจิ้มเกลือ จิ้มกะปิ มะยมเก็บกินที่ใต้ต้นเลย มะม่วงยิ่งเปรี้ยวยิ่งดี กินเท่าไหร่ก็ไม่เป็นอะไร อย่างเก่งก็ท้องเสีย กว่าจะเข็ดฟันท้องก็อิ่มก่อนแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ แม้จะยังชอบของเปรี้ยวไม่ต่างจากเดิม ก็ไม่สามารถจะกินเช่นนั้นได้  เพียงไม่กี่ชิ้น ไม่กี่คำ เสียวฟันเสียแล้ว ฟันฟาง สารเคลือบอะไรต่างๆไม่ได้แข็งแรงปกป้องเราได้ดังแต่ก่อน

จิตใจด้วยที่ไม่รู้สึกเหมือนเมื่อตอนเป็นเด็กๆ วัยรุ่น หรือช่วงเป็นครูใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เมื่อสักสี่ห้าปีที่แล้วนั่นเอง ความฮึกเหิม ความกระชุ่มกระชวย ไม่รู้จางหายไปไหน

บางคนว่า เราไม่มีความหวังเฉพาะหน้า หรือช่วงเวลาใกล้ๆ ซึ่งกำลังจะมาถึง หรืออาจมีน้อยเกินไป ก็ทำให้ขาดความแช่มชื่นหรือคึกคักในจิตใจได้ แม้จะมีความหวังระยะยาวหรือเป้าหมายสำคัญในชีวิตมากมายสักเพียงใด รางวัลระหว่างทางยังคงมีความจำเป็น

บางครั้งนึกไปเรื่อยเปื่อย หรือจะโดนโรคซึมเศร้าเล่นงานเสียแล้ว คงยังไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง(ฮา) ความสำเร็จที่ผ่านมาทั้งชีวิต หน้าที่การงาน และครอบครัว ยังคงพอมี ความล้มเหลว ความผิดพลาด คนเราทุกๆคนคงมีกันบ้างแหละน่า ฉะนั้นไม่น่าใช่ประเด็น นึกตัวอย่างตัวเองไม่ค่อยออกด้วยในเรื่องเหล่านี้

อาทิตย์ก่อนไปหาหมอที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เพื่อตรวจร่างกาย จริงๆอยากรู้ระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด เจ้าหน้าที่พยาบาลสอบถามพฤติกรรมการกินการอยู่ในเรื่องตามที่กล่าวๆมา จึงได้ทบทวน เรื่องนอนไม่หลับ เรื่องสมาธิ ตอบพยาบาลไปว่า ช่วงสี่ห้าปีมานี้ ตัวเองไม่ค่อยมีสมาธิ นี่ก็อีกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน “ผมไม่สามารถใจจดใจจ่อทำอะไรได้นานๆเหมือนเดิม” ตอบพยาบาลไปอย่างนั้น เมื่อถูกซัก รู้ได้อย่างไรว่าสมาธิไม่ค่อยมี

อีกคำถามหนึ่งในแบบสอบถามถึงกับสะดุด เผลอคิดไปถึงโรคซึมเศร้าอย่างว่า มีความรู้สึกไม่อยากพบปะผู้คน? ทำเครื่องหมายถูกเป็นคำตอบไปว่า อยู่ในระดับกลางๆ คือ บางครั้งตัวเองรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง เป็นแค่บางอารมณ์ ทุกวันนี้ยังไปมาหาสู่ผู้คนอยู่นะครับ แม้จะไม่มากมายก็ตาม(ฮา)

ตัวเองกินยาไขมัน เพื่อลดคลอเรสเทอรอลมานานหลายปีแล้ว ต้องพบแพทย์เจาะเลือดตรวจประจำ แต่ก็ยังสูงเกินเกณฑ์เล็กน้อย ส่วนน้ำตาลสูงปริ่มมานานแล้ว(110-120 mg.กว่าๆ) หมอบอกจะให้กินยาเบาหวานที ก็เข้มงวดกับการกินอาหารของตัวเองที พอตัวเลขลดลงหรือดีขึ้นก็ตามใจปากอีก วนอยู่อย่างนี้มาหลายงวดแล้ว

เล่าประวัติให้หมอฟัง พ่อและอาหลายคนเป็นเบาหวาน หมอบางท่านเห็นตัวเลขน้ำตาลของเรา ก็ยืนยัน คุณเป็นเบาหวานแน่..เคยถามหมอ เมื่อเรารู้มีพ่อและญาติพี่น้องเป็นเบาหวานอยู่ จึงดูแลตัวเองเป็นอย่างดี อย่างนี้จะไม่เป็นโรคได้มั้ย? หมอบอกถ้ากรรมพันธุ์อย่างไรก็ไม่รอด(ฮา) ถ้าดูแลตัวเองดีก็เป็นช้าหน่อย ดูแลตัวเองไม่ดีก็เร็วเลย..ชีวิตที่เลือกไม่ได้ อีกสัจธรรมหนึ่ง(ฮา)

ล่าสุดคำสั่งหมอเมื่อเห็นน้ำตาลขึ้นไปถึง 140 mg. ไปควบคุม ลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ฯลฯ รวมทั้งออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง อีกหนึ่งเดือนกลับมาเจาะเลือดอีกที ถ้าไม่ดีขึ้นต้องกินยาเบาหวาน และต้องตรวจตา ตรวจไต ตรวจทั้งหมดชุดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นผลจากอาการเบาหวาน

หลายวันแล้วครับ จึงเข้มงวดตัวเองมากขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ได้เฉพาะอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล ส่วนอาหารอื่นๆ และการออกกำลังกาย ยังไม่สามารถทำให้ดีกว่าเดิมได้ คนหนอคน หรือ เฉพาะเราหนอเรา ที่ไม่สามารถเอาชนะใจตัวเอง ทั้งทีรู้เต็มอกถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ จากวันและเวลาที่ผ่านมา

คงต้องเป็นไปอย่างคำเขาว่ากระมัง เกิด แก่ เจ็บ ตาย การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์

ชีวิตคนเรานั้น ”ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว”จริงๆ

หมายเลขบันทึก: 639422เขียนเมื่อ 19 ตุลาคม 2017 17:54 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2018 12:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (8)

มาให้กำลังใจ

ให้ชนะใจตัวเองได้

สมัยก่อนผมอ้วนไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

เป็นวิทยากร กินแต่ของอ้วนๆ

ได้ความคิดใหม่ว่า ก็ออกกำลังกายในการเป็นวิทยากรเสียเลย

มวยไทยโบราณเลยมาใช้สอนและออกกำลังกายไปด้วย


อาหารที่กินสำคัญเลยครับ พี่ครูมีที่ดินปลูกผักกินเลย



ห้ามตามใจปากครับ

ไม่อย่างนั้นแย่แน่ๆ

สู้ๆครับ

ฝากความระลึกถึงพี่ครูกาญจนด้วยครับ 


เรื่องจริงยิ่งกว่าเรื่องอิงนิยาย..คือ..เรื่อง ชนะใจตน..สู้ความอยาก...ปาก ตา ลิ้นจมูก..

ให้อยู่กับ..ความพอดี..(ฮา)..ถ้ายังต้องการอยู่แบบปรกติๆ..ใจกับกาย..จริงๆแล้ว..แยกจากกันได้..ก่อน..ตาย..ไม่ต้องรอ..แต่ต้องฝึก..อิอิ..

เลิกกินยา..หาหมอ..แล้วฝึก..ดูใจ..ตัวเอง...หายใจ..ทางเท้าให้ได้...เริ่มเดินก้าวแรก...




มีดอกไม้มาฝากมาฝาก..เจ้าค่ะ..ดอกหนึ่งบานอยู่ในหน้าต่างบ้าน..อีก..ดอก..บานอยู่ในสวนสารธารณะ...

  • ตามใจปากไม่ได้จริงๆครับ ซึ่งตัวเองมักแพ้ใจอยู่เรื่อย..
  • ขอบคุณอ.ขจิตมากครับ
  • "เลิกกินยาหาหมอ แล้วฝึกดูใจตัวเอง หายใจทางเท้าให้ได้..เริ่มเดินก้าวแรก" ชอบคำ ชอบความคิด ได้กำลังใจเยอะเลยครับ!
  • ขอบคุณยายธีมากครับ

-สวัสดีครับครู

-ตามมาเยี่ยมเยียนครับ

-เห็นครูมาเช็คอินแถวๆ กำแพงเพชรเมื่อวันก่อน

-ผมไปธุระที่เชียงใหม่ ก็เลยไม่ได้ทักทายกัน

-รอวัน เวลา และสถานที่เหมาะสม แล้วคงได้มีโอกาสพบกันนะครับ

-ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

-ขอบคุณครับ

ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์อีกคนนะคะ รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเหมือนกันค่ะ เลยเริ่มปรับเปลี่ยนตัวเองมาได้พักหนึ่งแล้ว ดีขึ้นค่ะ อาจารย์ทำได้แน่นอนค่ะ

  • ไปเยี่ยมลูกสาว เลยได้ถ่ายปอเทืองสวยๆแถวนั้นครับ
  • ขอบคุณเพชรน้ำหนึ่งครับ
  • ไม่พ้นปรับใจปรับกายนะครับ!
  • ขอบคุณคุณปริมครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี