เมื่อวันที่ ๒๕-๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ดิฉัน คุณสุภาพรรณ ตันติภาสวศิน และคุณอาฬสา หุตะเจริญ ได้ไปทำหน้าที่วิทยากรในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ตลาดนัดความรู้-ความสำเร็จ” ให้กับคณาจารย์วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี หัวปลาของงานนี้คือการจัดการเรียนการสอน

วันเสาร์ที่ ๒๕ เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เกือบ ๐๖.๓๐ น. เพื่อให้ทันกำหนดการที่เราจะแนะนำบทบาทให้กับ “คุณอำนวย” และ “คุณลิขิต” ประจำกลุ่มในเวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น.

ดิฉันขับรถได้ แต่ไม่ค่อยรู้จักถนนและเส้นทาง อาจารย์ปิ่นนเรศ กาศอุดมที่เป็นผู้ประสานงานเขียนแผนที่มาให้ แต่ดิฉันก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ดี ต้องอาศัยคุณสุภาพรรณและคุณอาฬสาช่วยกันดู โดยมีสามีคุณอาฬสาผู้จดจำเส้นทางต่างๆ ได้อย่างแม่นยำคอยบอกทางให้ผ่านทางโทรศัพท์เป็นระยะๆ “คุณแอ็ค” บอกเส้นทางได้ชัดเจนเหมือนกับนั่งอยู่ในรถด้วยกัน

เราออกสตาร์ทได้ดี ขึ้นทางด่วนไปลงที่บางนา วิ่งเกาะป้ายชลบุรีไปเรื่อยๆ ตั้งใจจะไปทางมอเตอร์เวย์เพราะเส้นทางปกติมีรถค่อนข้างมาก เริ่มไปผิดทางเมื่อไปเจอป้ายขึ้นทางยกระดับไปชลบุรี-พัทยา ที่ กม.๒๙ เรารีบขึ้นไปเลย แถมพากันคิดว่า “คุณแอ็ค” จำผิดที่ว่าทางเข้ามอเตอร์เวย์ประมาณ กม.๓๙ (ดูเลขที่เสากลางถนน) สอบถาม “กุนซือแอ็ค” บอกว่าผิดทางแล้วให้ลงที่บางบัวแล้วออกทางซ้ายเพื่อไปเข้ามอเตอร์เวย์ ช่วงนี้ยังลงทันและเจอเส้นทางตามที่ “คุณแอ็ค” บอก

เสียท่าอีกครั้งเมื่อเจอป้ายเขียวที่มี ๓ ช่องว่ากรุงเทพ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา เราวิ่งตามลูกศรที่ชี้ลงช่องทางที่ถนน ปรากฏว่าช่องที่เราคิดว่าไปชลบุรีนั้นกลับเป็นเส้นทางกลับกรุงเทพ ไปอยุธยาและสระบุรี ไม่มีทางให้กลับรถได้เลยเพราะตรงกลางกำลังทำถนน ต้องวิ่งไปจนถึงด่านลาดกระบัง เสียเงิน ๓๐ บาทแล้วจึงมีทางให้กลับรถได้ เริ่มเกรงว่าจะไปถึงช้ากว่าที่คาดไว้ ดิฉันจึงให้คุณสุภาพรรณโทรศัพท์บอกอาจารย์ปิ่นนเรศให้รู้ปัญหาล่วงหน้า

เข้ามอเตอร์เวย์แล้ว วิ่งตามป้ายชลบุรี-บ้านบึงไปเรื่อยๆ เมื่อถึงบ้านบึงแล้วก็วิ่งไปตามทางสู่แกลง ช่วงนี้หลงเล็กๆ อีกครั้ง วิ่งเลยทางแยกขวาไปแกลงต้องกลับรถมาใหม่ จากจุดนี้แล้วขับตรงไปอย่างเดียวถึงสามแยกแกลงเลี้ยวซ้ายไปจันทบุรี ถนนไม่แน่น ขับรถได้เร็ว ก่อนเข้าเมืองจันทบุรีก็สอบถามเส้นทางจากอาจารย์ปิ่นนเรศเป็นระยะๆ เราถึงวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าเร็วกว่าที่คิดคือเวลา ๑๐.๐๐ น.เล็กน้อย อาจารย์ปิ่นนเรศพาไปเก็บข้าวเก็บของที่บ้านพัก ซึ่งเป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงหลังกะทัดรัด คุณสุภาพรรณชอบใจบ้านหลังนี้มาก

เริ่มเวทีแนะนำ “คุณอำนวย” “คุณลิขิต” เกือบ ๑๑.๐๐ น. ทุกคนมีความตั้งใจ บางคนดูกังวล เราให้คำแนะนำ ตอบคำถาม และจัดกลุ่มสาธิตให้ดูอีกเช่นเคย กว่าจะจบกิจกรรมก็เลยเวลา ๑๒.๐๐ น.ไปแล้ว เรารีบรับประทานอาหารเพื่อให้ทันการเปิดประชุมที่กำหนดไว้ในเวลา ๑๒.๓๐ น.

กลุ่มคุณอำนวยและคุณลิขิตของงานนี้

กลุ่มสาธิต

“คุณกิจ” ทั้งหลายค่อยๆ ทยอยกันมากว่าจะเกือบครบก็ประมาณ ๑๓ น.แล้ว ในวันนี้มีผู้เข้าประชุมนับได้๔๒ คนจากอาจารย์ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ๕๓ คน ผู้ที่มาไม่ได้มีทั้งที่ติดภารกิจราชการและภารกิจส่วนตัว บางคนป่วย บางคนไม่ได้แจ้งเหตุผลไว้ก็มี

เริ่มกิจกรรม “รู้จัก รู้ใจ” ให้อาจารย์ทุกคนเขียนชื่อและข้อดีของอาจารย์แต่ละคนที่ตนรู้จักในตาราง ๑๖ ช่อง ใครที่ใส่ชื่อของอาจารย์เรียงแถวตามแนวขวาง แนวนอน หรือทแยง ได้ตรงกับชื่อที่เราจับฉลากเรียกขึ้นมาก็ให้ร้อง “บิงโก” และได้รับรางวัลไป คนที่ทำงานได้เสร็จก่อนใคร (แต่ไม่บิงโก) คืออาจารย์วราภรณ์ จรเจริญ คุณสุภาพรรณสัมภาษณ์เคล็ดลับด้วยว่ามีวิธีการอย่างไร อาจารย์วราภรณ์หัวไวตาไว เห็นตรงไหนมุงกันเป็นกลุ่มก็เข้าไปดู จึงเอามาเขียนได้เร็ว

ขอดูบ้าง

แถวนี้เขียนข้อดีของเพื่อนอย่างตั้งใจมากๆ

ต่อจากนั้นเราให้ผู้เข้าประชุมดู VCD ของ รพ.บ้านตาก จบแล้วแบ่งกลุ่มย่อย ๕ กลุ่มตามที่จัดไว้ใช้เวลา ๓๐ นาทีช่วยกันหาคำตอบว่า KM คืออะไร ทำอย่างไร ดิฉันได้วิธีการมาจากงาน KM โรงเรียนและ สพท.ที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้บันทึกไว้ (อ่านที่นี่) กลุ่มสีฟ้าใช้เวลาเพียง ๑๐ นาทีก็ตอบคำถามได้แล้ว แต่ละกลุ่มผลัดกันออกมานำเสนอ พอจะมองเห็นได้ว่าเริ่มจะเข้าใจ KM บ้างแล้ว

ช่วยกันตอบคำถามว่า KM คืออะไร ทำอย่างไรบ้าง

หลังพัก รับประทานอาหารว่าง เราขอทำ BAR ที่ลืมไปตอนต้น อาจารย์นิภาวรรณ รัตนานนท์บอกความคาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้คงจะทำให้ได้ความรู้เรื่อง KM มากขึ้น อาจารย์ทุกคนก็คงได้รับความรู้ ได้เห็นกระบวนการ ซึ่งเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาของเราได้ ตนเองจะมีส่วนร่วมในทุก action ด้วยความตั้งใจ และต้องพยายามมาให้ได้ทั้ง ๒ วัน

อาจารย์วราภรณ์ จงเจริญ คาดว่าการประชุมจะทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจใน KM ให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ ตัวอาจารย์จะมาทำกิจกรรม และใช้ความพยายามอย่างมากในการคิด อาจารย์คนึงนิตย์ พงษ์สิทธิถาวร บอกว่าตนเองต้องการมีความรู้เรื่อง KM ให้มากขึ้น เรียนรู้ว่าจะนำไปใช้ปฏิบัติจริงต้องทำอะไรบ้าง จะอยู่ร่วมกิจกรรมและตั้งใจทำทุกกิจกรรมที่วิทยากรจัดให้ และพยายามทำความเข้าใจ KM ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาจารย์โสภา ลี้ศิริวัฒนกุล BAR เป็นคนสุดท้ายว่าตั้งแต่เข้ามา เห็นรูปแบบการจัดห้องประชุม ก็คิดว่าน่าสนใจ จะนำสิ่งที่ได้รับไปสอนนักศึกษาเพิ่มเติม และ Copy CD ไปสอนนักศึกษา

ดิฉันแนะนำกิจกรรมตลาดนัดความรู้ ใช้เวลาไปพอสมควร กว่าจะได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อผลัดกันเล่าเรื่องราวความสำเร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงประมาณ ๑๕.๔๕ น.แล้ว อาจารย์ทิพวรรณ ลิ้มประไพพงษ์ ยกประเด็นขึ้นมาว่าไม่ควรเลิกประชุมเกิน ๑๖.๓๐ น.เพราะหลายคนมีครอบครัว ที่ประชุมถกกันเล็กน้อยก่อนที่จะสรุปว่าในเมื่อตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ๑๖.๓๐ น.ก็ควรดำเนินการประชุมต่อไป

แปลกแต่จริงที่เมื่อทุกคนได้เข้ากลุ่มย่อยผลัดกันเล่าเรื่องความสำเร็จ ไม่มีใครสนใจเวลาหรือมองนาฬิกาเลย ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม บางคนที่บอกว่าตนไม่มีเรื่องความสำเร็จมาเล่า กลุ่มก็มีวิธีการกระตุ้นว่าอยากฟังเรื่องของเขาบ้าง ทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันเต็มไปด้วยบรรยากาศดีๆ เวลาผ่านไปจนเลย ๑๗.๐๐ น. กลุ่มที่มีอาจารย์ทิพวรรณ ลิ้มประไพพงษ์ ทำหน้าที่ “คุณอำนวย” เลิกประชุมเป็นกลุ่มสุดท้าย ตอนที่เสร็จงานอาจารย์ทิพวรรณมีสีหน้าและแววตาแจ่มใสมากทีเดียว

ฟังเพื่อนเล่าอย่างตั้งใจ

บางคนเอาลูกมาช่วยเล่าด้วย

เราไม่ได้ให้ทุกกลุ่มมานำเสนอขุมความรู้ แต่ขอให้ทุกคนบันทึกเรื่องเล่าของตนในบล็อกที่จะเรียนในวันพรุ่งนี้ ทีมงานรวบรวม card ขุมความรู้จากทุกกลุ่ม ช่วยกันตรวจทานและขอให้คุณอำนวยปรับแก้ภาษาเล็กๆ น้อยๆ ให้ตรงกับเรื่องเล่าอีกครั้ง

อาจารย์ปิ่นนเรศ อาจารย์ ดร.มัณฑนา เหมชะญาติ อาจารย์รัชสุรีย์ จันทเพชร และอาจารย์วรรณวิมล วิเชียรฉาย พาพวกเราไปรับประทานอาหารเย็นที่ท่าแฉลบ ร้านปูจ๋า อาหารมื้อนั้นประกอบด้วยแกงป่าเห็ดโคน พล่าปลา ผัดผัก น้ำพริกไข่ปู ไข่เจียวปู ปูทะเลนึ่ง ปลาหมึกย่าง ตบท้ายด้วยสละลอยแก้ว อาหารอร่อยมาก ปกติคุณสุภาพรรณไม่รับประทานอาหารเย็น วันนี้ยังอดไม่ได้เลย ปูนึ่งอร่อยมาก เนื้อแน่นและนึ่งสุกกำลังดี

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๙