วันอาทิตย์ที่ 26 พย. 2549

9.00-12.00 ดร. วรภัทร์ แสดงธรรมที่ รพ ทหารเรือ ท่านให้ดูหนัง อืม... จะเรียกว่า หนังก็ไม่ถูก เป็นเรื่องของครูสมพรสอนลิง เพื่อเอาเก็บมะพร้าว ครูสมพรจบแค่ ป. 4 แต่การสอนลิงที่ท่านนำสอน อยู่บนพื้นฐานของธรรมะที่ท่านได้จาก ท่านพุทธทาสโดยแท้ แม้แต่สัตว์เดรัจฉานอย่างลิง ยังสั่งสอนได้ แล้วนับประสาอะไรกับมนุษย์สุดประเสริฐอย่างเรา (อย่าให้อายลิงแล้วกัน)

เนื้อหาที่อาจารย์สอน มีดังนี้

การฟังธรรมที่ดีจะต้องไม่ได้ยินเสียงคนสอนธรรมะ แต่จะต้องได้ยินเสียงจากข้างในตัวเรา การที่เราสุข เราทุกข์อยู่ทุกวันนี้ เพราะตัวความคิด เห็นตัวเพ่งโทษคนอื่นไหม เวลาใครทำอะไรผิดจากกติกา จากกฎเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ มันผิด มันไม่ดี มันชั่ว มันเลว เห็นหรือป่าว ไอ้ตัวนี้เนี่ยต้องดูให้ทัน คนเป็นพ่อเป็นแม่เองก็หลงตัวนี้ หลงว่า ข้าคือพ่อ ข้าคือแม่ แกต้องเป็นแบบนี้ แกต้องเป็นอย่างนี้ แกต้องทำอย่างที่ชั้นสั่ง เพราะฉะนั้น เวลาเราจะสอนลูก เราต้องค่อย ๆ สอนลูกไปนะ ธรรมะที่แท้จริง อยู่ที่ไหนครับ....อยู่ที่ใจนะ หากจิตใจเราสงบอยู่ แล้วมีสิ่งมากระทบทำให้เราคิด นั่นแหละ ตัวความคิด เช่น เสียงแม่บ่นมากระทบ เราเกิดความคิดว่า กูจะ 40 แล้ว ยังจะด่ากูอีกหรือ นี่.... คือความคิดที่ไปกระแทกใจ จิตจะเกิดอาการ และผลิตความคิดบ้า ๆ บอ ๆ ออกมาอีกมาก เพราะฉะนั้น อย่าไปอิน (in) กับสิ่งที่มากระทบใจเรา แต่ให้เฝ้าดูเฉย ๆ อย่างส่งจิตออกนอก หรืออย่าวิตก วิจารณ์ กังวล อย่าหลงในคำชม อย่าติดดี เพราะไอ้ตัวติดดี นี่ก็น่ากลัวนะ ให้เราดูไปเรื่อย ๆ ดูให้ทัน ดูบ่อย ๆ จนพัฒนา กลายเป็นมหาสติ ตัวความคิดเนี่ย มีทั้งดีและร้าย เช่น เด็กที่เติบโตมาโดนพ่อแม่ใส่แต่เรื่องร้าย ๆ ไว้ และต่อมาเจอสิ่งเร้าไม่ดีดังนั้น เค้าจึงมีโอกาสที่จิตจะเกิดสูงมาก เพราะฉะนั้น อย่านะครับ อย่าทะเลาะต่อหน้าลูก แต่ให้จดเอาไว้ ส่งโน๊ตให้แล้ว หลังข่าวค่อยเจอกัน                 โทรทัศน์ทุกวันนี้เป็นอย่างไรครับ วัน ๆ มีแต่เรื่องร้าย ๆ ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น มือใหม่หัดขับอย่างเรา ต้องดูหนังที่ดี ๆ ให้เยอะ ๆ นะ และเวลาดูหนัง ต้องดูหนังในตัวเรานะ คืออะไร ดูตัวดี ตัวร้าย ตัวเฉย ๆ และตัวที่เฝ้าดู เห็นหรือป่าว ตัวเหล่านี้ ที่มีอยู่ในตัวเราอ่ะ เราต้องดูให้เห็นตัวนี้ ที่เกิดในใจ                 คนที่สติยังอ่อนอยู่ ต้องเดินจงกรมเยอ ๆ นะ และวันนี้เราจะมาดูหนังกัน  เคยดูไหม เรื่อง ครูสมพรสอนลิง เคยดูแล้วก็ดูอีกนะ ดูหนัง 20 รอบ ได้ความคิด 20 แบบ และการดูหนังจะซึมซาบได้ดีกว่าการอ่าน เวลาดูก็ให้ดูกายด้วย ดูการเปลี่ยนแปลง เหตุที่ผมเอาเรื่องนี้มาสอน เพราะเห็นว่า ส่วนใหญ่เป็นฆารวาสกัน เวลาดูหนัง ดูอารมณ์เราด้วยนะ เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ 1) ครูคนที่ 1            คือ พ่อแม่                เปรียบเสมือน รากแก้ว คือ อย่าปล่อยลูกให้ไปอยู่ในมือคนอื่น        ครูคนที่ 2            คือ ครูที่โรงเรียน     เปรียบเสมือน รากฝอย ตอนนี้ โรคทางอารมณ์กลายเป็นโรคระบาดแล้ว เวลาครูอารมณ์เสียมาจากบ้าน ตัวอารมณ์เกิดจากความคิด เพราะฉะนั้น ครูต้องควบคุมอารมณ์ และธรรมะเป็นวัคซีนที่ดีเป็นตัวควบคุมความคิด และอย่าสนใจกับธรรมะนอกกาย แต่ให้สนใจธรรมะในกาย ครูสมพรเป็นคนสอนลิง ไม่ใช่คนเลี้ยงลิง คือ ไม่ได้ป้อนข้าวป้อนน้ำ เพราะนั่นเป็นหน้าที่พ่อแม่ ดังนั้น ไม่ควรพรากลูกไปจากอกแม่ 2) สร้างเงื่อนไข โดยให้ลิงเห็นแต่มะพร้าวสีน้ำตาล แล้วการสร้างเงื่อนไขให้ลูกล่ะ ก็ให้ลูกเป็นคนดีไง การสร้างเงื่อนไขให้ลูก แต่อย่ากระตุ้นกิเลสลูก โดยเอากิเลสไปล่อ เช่น ลูกทำงานบ้านนะแล้วจะพาไปสยามพารากอน แต่เราต้องให้รางวัลแก่ลูก เช่น เดี๋ยวคืนนี้ แม่จะเล่านิทานให้ฟัง แล้วสอดแทรกธรรมะลงไป 3) ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่าไปบังคับเด็กว่า ต้องสวดมนต์ ต้องนั่งสมาธิ ต้องไปวัดนะ แต่เราต้องทำให้ลูกดูก่อน อย่าสอนโดยการบอกให้ทำ แต่ให้สอนโดยการทำให้ดู ถึงเวลาแล้วเค๊าอยากลองทำเอง เหมือนพ่อแม่เป็นดาวยั่ว คือยั่วให้เค๊าอยากทำ เวลาลูกดื้อถือว่าเค๊าเป็นครูสอบอารมณ์เรานะ ลูกจะได้บุญด้วย 4) ให้ความรักก่อนให้ความรู้ ให้เค๊าศรัทธาในตัวเราก่อน แล้วเค๊าจะทำตามเอง อย่าข่มขืนบังคับให้เค๊าทำปรัชญาของครูสมพรคือ เดินที่ละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง ครูอารมณ์เสีย ก็ต้องให้อภัยครู เพราะว่าครูไม่ใช่พระอรหันต์ และเมื่อครูอารมณ์เสียต้องเดินหนีไปก่อน อย่างสอนตอนอารมณ์เสีย หนีไปเดินจงกรมก่อนก็ได้นะ แต่หากนักเรียนอารมณ์ ครูอย่าเสียตาม ความรักขั้นที่ 1 คือ บุพเพสันนิวาส คือเคยผูกพันกันมาก่อน อย่างเช่น ลูกน้องเรา หากมันดี แสดงว่า เคยทำบุญร่วมกันมา แต่หากมันเลว แสดงว่ามันเป็นเจ้ากรรมนายเวรเรา ให้ถือว่า มันเป็นอาจารย์สอนกรรมฐานเรา ดีเสียอีกไม่ต้องไปวัดหาพระกรรมฐานมาสอน                 ความรักขั้นที่ 2 คือ ความใกล้ชิด ของดีอยู่ที่ตัวเค๊าเราต้องหาให้เจอ อย่ามองว่าเค๊าต่ำกว่าเรา หากมองแบบนี้ เมตตาจะหายไปทันที แต่ให้ดึงแต่สิ่ง ดี ๆ ที่อยู่ในตัวเค๊าออกมา เด็กบางคนฉลาดกว่าพ่อแม่เสียอีก เพราะว่าลูกมันเกิดมาหลายชาติกว่าเรา เพราะฉะนั้น เราต้องเคารพในความคิดของเค๊า เคารพในความคิดคนอื่นก่อน และต้องไม่เห็นใครสูงกว่า ต่ำกว่าเรา จนท้ายที่สุดไม่เห็นในความต่ำหรือสูงของใคร พระบางองค์เห็นโจรเหมือนเห็นพระ เพราะพระอรหันต์ไม่เคยเปรียบเทียบเพราะความเป็นพระอยู่ที่ใจ ไม่ได้อยู่ที่ผ้าเหลืองนะ 5) อย่ายัดความดีและไม่โลภสอน ให้เด็กจิตสงบก่อนแล้วค่อยสอนแล้วดูใจ หากจิตสงบแล้วจะวาดรูปออกมาสวย6) ดูพฤติกรรมไม่ดูเวลา อย่ากำหนดว่าต้องได้อย่างนั้นอย่างนี้ในเวลาเท่านั้น เท่านี้ สอนให้ลูกมีภูมิต้านทาน คือให้มีสตินั่นเอง คือให้เค๊าเผชิญและประสบด้วยตนเอง อย่าปกป้องมากเกินไป ต้องค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป7) ประเมินผล เวลาประเมินต้องดูว่า ทั้งหมดเนี่ยเรามีเหตุผลในการทำอย่างไร เกิดมาทำไม ไปวัดทำไม ส่งผลอย่างไรต่อการเกิดของเรา เช่น แม่ครัวไปวัดทำไม มาเพื่อทดสอบอารมณ์ และบางคนเกิดมาเพื่อร่ำรวยอย่างเดียว และก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร

8) การเรียนรู้ใช่อยู่แต่ในโรงเรียนเท่านั้น แต่ของจริงอยู่นอกโรงเรียนต่างหาก การปฏิบัติธรรมในวัด เป็นการเก็บกระบวนท่าและความคิด แต่สนามที่แท้จริง คือ บ้านและที่ทำงานต่างหาก หลังจากนั้น เรามานั่งล้อมวงเล่าสู่กันฟังเป็นการ show and share  การทำแบบนี้ มีมาแต่สมัยพุทธกาลแล้ว เคยอ่านเจอไหมในพระไตรปิฎกที่ว่า แล้วเหล่าภิกษุก็ล้อมวงกันเข้ามา .....

9) ถ้าใส่วินัยให้เด็กต้องใส่ความรักลงไปด้วย ให้ความรักแก่เค๊าก่อนที่จะให้วินัย อาจารย์ยก

10) ให้ความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าใช้อย่างเดียว ต้องมีสวัสดิการให้ด้วย เพราะลิงหลายตัวเชือกพันทางมะพร้าวตายบนต้น ดังนั้น ต้องสอนให้เค๊าเอาตัวรอดได้ด้วย สอนเด็กก็เหมือนกัน11) ผู้นำต้องทำตัวอย่าง สร้างโจทย์ให้เค๊า อย่าเฉลยให้เค๊ารู้แต่ให้เค๊าค้นพบด้วยตัวเค๊าเอง อย่าไปบอกอย่างนั้น อย่างนี้นะ สอนให้ลูกผิดหวังบ่อย ๆ หักอารมณ์ลูกบ่อย ๆ แล้วให้ลูกดูจิตไว้ บอกลูกเอามือจับที่อกเห็นไหมรู้สึกไหม ดูออกไหม ความคิด จิตเป็นอย่างไร หากไม่หายก็ให้จับลูกเดินจงกลม เป็นการเปลี่ยนความคิด เวลาเด็กตื่นมามาอยากไปโรงเรียนไหม เพราะฉะนั้น  ต้องสร้างความคิดดี ๆ เช่น ไปโรงเรียนแล้วจะพูดอะไร จะทำอะไร อะไรที่ทำให้อยากไป 12) สอนให้ทำอย่างเดียวปัญญาไม่เกิด เพราะฉะนั้น ต้องสอนให้คิดด้วย อย่าปากมากบอกทุกอย่าง อย่าเบื่อที่จะพูด อย่าเบื่อที่จะทำ อย่าเบื่อที่จะสอน หากเด็กทำผิดอย่าด่าเด็ก เพราะว่าเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุม เวลาเด็กเรียนแย่ลงหรือเวลาเด็กสอบตก พ่อแม่และครูมักโทษใคร โทษเด็กไง แต่ครูสมพรบอกว่า คนที่ผิดคือครู สอนยังไงให้เด็กสอบตก ครูต้องไปวางแผนการสอนใหม่ พ่อแม่ ครู ต้องไม่ตบตีเด็ก ไม่รบกัน สอนให้เด็กมีวินัย มีน้ำใจ แบ่งบัน มีความรับผิดชอบ ครูสมพรได้มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อพุทธทาสและได้ฟังธรรมะจากท่าน และท่านได้สั่งสอนไว้ว่า อย่าเห็นแก่สมบัติรอบข้าง แต่เราต้องใช้เป็นสิ่งท่องไป จงขยัน แต่อย่าอยู่ที่เดิม คือต้องพัฒนา รู้จักแยกแยะ อ่อนน้อมถ่อมตน สิ่งรอบข้างทุกอย่างเป็นครูสอนตน                 การสอนลิง ความยากไม่ได้อยู่ที่ลิง แต่อยู่ที่คนสอน ตัวเราเองเป็นสำคัญ มนุษย์มักแสวงหาสิ่งที่ไม่มี อยู่กับสิ่งที่ไม่มี แล้วทำไมไม่อยู่กับสิ่งที่มี ก็เพราะมันไม่มีแล้วแล้วจะอยู่กับอะไร คนเราต้องรู้ 3 อย่าง คือ รู้เกิด รู้ตั้งอยู่ รู้ดับไป อาจารย์สอนว่า น้ำ 1 แก้วเนี่ยกระดกแก้วก็กินได้แล้ว ทำไมต้องมีหลอดด้วย ต้องเสียเงินไปขุดแร่ธาตุใต้ดินมาทำหลอด ทำไมต้องใส่สูทรผูกไท้ เคยถามตัวเองหรือป่าวว่า การใส่สูทรมีผลต่อการเกิดของเราหรือป่าว                 ดอกไม้ในแจกันบนโต๊ะเนี่ย ความจริงไม่ต้องมีก็ได้ และรู้ป่าวว่า แคบหมูเนี่ยมีอะไรเป็นของเราบ้าง เตาก็เป็นของจีนแดง  แก็สก็ต่างชาติถือหุ้นอยู่ แคปหมูก็มาจากอเมริกา เพราะบ้านเราคุณภาพไม่ถึง                การเกิดเป็นมนุษย์ดีกว่าการเกิดเป็นเทวดานะ เพราะว่ามีโอกาสบรรลุธรรมมากกว่า เพราะว่าเทวดาไม่มีกาย และเวทนา ในการเจริญวิปัสสนา เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลาให้เกิดประโยชน์เต็มที่ กับการเกิดเป็นมนุษย์ การตายไม่น่ากลัวหรอก เปรียบเสมือนดั่งปุยนุ่น แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ การไปเกิดเป็นตัวอะไรต่างหาก อันนี้ซิที่น่ากลัวกว่า                 พุทธแท้ต้องใจกว้าง ยอมรับในความเป็นปัจเจกของศาสนานั้น การยอมรับเป็นสิ่งสวยงาม และสุดท้ายคือความว่าง ไม่มีอะไร มีแต่สติอย่างเดียว เราอย่าไปคุยข่มศาสนาอื่น ๆ สำหรับศาสนาพุทธแล้ว เราสืบทอดกันด้วยใจถึงใจ ไม่ใช่อักษรสู่อักษร หรือ text book สู่ text book พระธรรมวินัย คือ การจัดวินัยของธรรมในตัวเรา พุทธแท้ ๆ ไม่เห็นใครสูงกว่า ต่ำกว่า  จำไว้ว่า ของดีไม่ต้องขาย ไม่ต้องโชว์ใคร                 เมื่อตอนที่ หนังสือ พลังชีวิตของศาสนาคริสต์ออกมาแจก นักข่าวบอกผมว่า อาจารย์ศาสนาคริสต์กำลังบุกใหญ่แล้ว ผมตอบกลับไปว่า ทำไมพวกคุณใจแคบจัง หากคนที่คิดจะฆ่าตัวตายแล้วได้อ่านพลังชีวิตแล้วเปลี่ยนใจเนี่ย แสดงว่า หนังสือเล่มนั้นก็เป็นบุญแล้ว แต่พอผมไปเล่าให้หลวงพ่อกล้วยท่านฟังเรื่องนี้ ท่านบอกว่า หากอาตมาเป็นโยมวรภัทร์ อาตมาจะพูดว่า เงินพอไหม ยังขาดอีกเท่าไร หากไม่พอให้มาเอาที่อาตมาไปพิมพ์ได้          ตอนจิตเกิดเชื่อความคิดตัวเองไม่ได้เลย และคนที่เราเห็นว่าสำรวมมาก ๆ อาจไม่บรรลุพระโสดาบันเลยก็ได้ แต่กับพระบางองค์ที่ไม่สำรวม ท่านอาจจะเป็นพระอรหันต์ก็ได้ แต่ก็ไม่แน่ บางองค์ไม่สำรวมด้วยแล้วก็เป็นเปรตด้วยก็มี เพราะฉะนั้น อย่าไปดูคนอื่นให้ดูที่ตัวเรา                เดิมผมนับถือคาทอลิค แล้วมาเปลี่ยนเป็นคริสเตียน ผมว่าเป็น higher thinking ขึ้นมาหน่อย แต่สำหรับคาทอลิคแล้วผมว่า fake ไปหน่อย คือมีแต่ศรัทธาอย่างเดียว ก่อนเปลี่ยนเป็นพุทธก็กลัว ๆ เหมือนกัน เพราะในไบเบิลบอกว่า หากเปลี่ยนศาสนา เจ้าจะตกนรกหมกไหม้ แต่ศาสนาพุทธบอกว่า จงอย่าเชื่อเราตถาคตเป็นคนบอก ยิ่งทำให้ผมอยากศึกษามากขึ้นไปอีก ผมเห็นว่า คนไทยอ่านพระไตรปิฏกน้อย แต่การอ่านมากก็โง่มาก ทำให้เพ่งโทษคนอื่นมากขึ้น สุดท้าย ผมเลยบวช เลือกวัดสายหลวงปู่มั่น โดยไปที่วัดหลวงปู่จันทรา ถาวโร ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ขาว บวชมาก็เจอทุกวัน มาทั้งเสียง ทั้งภาพ ผมเป็นคนขยันนะ อ้อ..เดินจงกรมเนี่ย ต้องแบ่งเดินกับนั่งให้เท่า ๆ กัน เดิน 1 ชม แล้วยืนสัก 15 นาที เพื่อเป็นการลด pressure แล้วจึงนั่น 1 ชม.                 การบวชเนี่ย จะหนีลูกหนีเมียมาบวชไม่ได้นะ หากบวชได้ก็ไปไม่ถึงไหน ไม่สำเร็จหรอก เพราะว่ามรรค 8 ไม่สมบูรณ์ ต้องให้ลูกเมียเราอนุญาตก่อน                 เวลา 4 ทุม ถึงตี                        จะมีอีกจำพวก คือพวกตัวใส ๆ อ่ะนะ มาฟังธรรมจากหลวงพ่อ                 ตี2 ถึง ตี 4                                พระอาจารย์ ครูบาอาจารย์ จะออกตรวจสอบลูกศิษย์ลูกหา                 ตี 4 ถึง 6โมงเช้า                      ช่วงของผี เปรต ช่วงนี้ผีจะดุหน่อย ดังนั้นเนี่ย 10 โมงเช้าเห็นพระจำวัดอย่างคิดตำหนิท่านนะ ต้องให้ท่านพักผ่อนบ้าง                 วิธีการผ่องถ่ายบุญ หรือการ transfer จาก bank หนึ่งไปอีก bank หนึ่ง เช่น หากอดีตชาติข้าพเจ้าได้เคยทำบุญไว้ก้อนใหญ่ขนาดนี้ แล้วบุญนี้จะทำให้ข้าพเจ้าร่ำรวย มีตำแหน่ง หรือมีลาภยศแล้ว ข้าพเจ้าขอตัดและขอนำมาใช้เพื่อให้บรรลุธรรมแล้วเข้าถึงพระนิพพาน ผมลองทำแล้วตอน 10 โมงเช้าเสนอชื่อ ดร. วรภัทร์เป็นคณะบดี ตอน 12.00 แต่งตั้งคนอื่นเป็นแทนเลย นี่เป็นการโยนบุญทางโลก ไปทางธรรม ผมไม่อยากขนเรือลำใหญ่แล้ว วิธีการสอนของผมไม่สำรวมเท่าไรนะ เพราะว่ามันเป็นสันดานผมเอง จิตอย่าเกิดนะ                 สุดท้ายแล้ว ไม่มีศาสนานะ คิดสะดู จู๊สะลาม ไม่มีแล้วนะ เทคนิคการอนุโมทนาให้ได้บุญใหญ่ ๆ นะ คือให้นึกว่า บุญใดที่ทำให้พระพุทธเจ้าได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าขออนุโมทนาในบุญนั้น ๆ ให้ทำบ่อย ๆ นะ พอทำบ่อย ๆ จิตจะฟู แล้วเราก็ผ่องถ่ายบุญนั้นมาทางธรรม ให้เกิดมรรค ผล นิพพานในชาติปัจจุบันนี้เถอด ในบทสวดมนต์ สัมพุทเธ เป็นภาษบาลี ที่สรรเสริญพระพุทธเจ้า พวกที่สวดมนต์เก่ง ๆ เนี่ย จะอยู่ชั้นยามานะ                 จิตใจเราแข็งแรงไม่พอ ต้องร่างกายแข็งแรงด้วยนะเพราะว่าต้องไปด้วยกัน คำถาม  1) ทำไมจึงกลัวผี ตอบ         แสดงว่า สติไม่พอ ต้องติดแบบ positive กับเค๊า คือเวลามา ต้องถามเค๊าว่า May I help you ? แต่เนื่องจากเรามีสัญญาไม่ค่อยดีเกี่ยวกับผี เพราะว่าโดนปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก   คำถาม     2) สวดมนต์ผิดอักขระ ตอบ         2) สวดผิดไม่เป็นไร แต่ถ้ากังวลว่าสวดผิดเนี่ยไม่ดีแน่  คำถาม     3) ลืมกรวดน้ำ ตอบ         3) กรวดได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องสวดแบบ instant ก็ได้ แต่ถ้า instant ได้ก็ดี  คำถาม     4) กำลังฝึกสติอยู่ แต่บางช่วงก็หาย ตอบ         4) เวลาดู อย่างเพ่งมากเกินไป อย่าตั้งใจมากเกินไป แต่ให้มีตัวรู้อยู่เรื่อย ๆ สติหลุดแล้วเริ่มใหม่ บางคนจิตว่าง แต่สติตามไม่ทัน ไม่ยอมตามมา เวลาดูให้ดู กาย เวทนา จิต ธรรม สลับกันบ้างก็ได้นะ อย่างเพ่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เวลาเรากลัวอะไรให้ไปตรงนั้น เกลียดอะไรให้ไปตรงนั้น                  คนที่ทำบุญมาก ๆ จนบุญล้นให้ระวัง ควรทำบุญภายในแล้วให้ล้นออกมาภายนอกดีกว่า  

 13.00 น. แสดงธรรมโดยหลวงปู่พุทธอิสระ (จะนำมาเล่าภายหลัง)

15.00 น. แจกล็อกเก็ตรูปนายหลวงทรงผนวช

16.00 น. จบงาน