ความว่างหรือสุญตา หนึ่งในลักษณะพื้นฐาน พุทธศาสนาสี่ประการ..(อีกสามลักษณะคือ ความไม่เที่ยง
สรรพสิ่งพึ่งพิงอาศัยกันและกัน และ ทุกข์)..สุญตาเป็นลักษณะที่มีความลึกลับที่สุด...และยากแก่การเข้าใจ..
อะไรเป็นโครงร่างใหญ่สุด นี้..โครงร่างของประสบการณ์และ ความคิด ซึ่งท้ายสุดแล้ว ..เพียงเปิดขึ้น ด้วยการ..ไม่มีอยู่ ของแก่นสาร..เท่านั้น..
อะไรเป็นพื้นฐาน ของโครงร่างนั้น และของจิต ที่สร้างมัน..
หากว่า "ความว่าง"เป็นแต่สภาพ ความจริง ที่ไม่ลวง..ใครกัน ที่จะหลีกหนีไปจาก ตาข่ายแห่งมายาทั้งปวงได้.. แล้ว ใครเล่าล่ะเป็นคนเหวี่ยงตาข่ายนี้
บุคคลสามารถมีชีวิตอยู่ ใน"ความว่าง "..ระดับสูง จริงๆ ได้ละ...หรือ..
เราจะสามารถจินตนาการความฝัน..โดยไม่มีผู้ฝันได้หรือไม่..ความว่างเป็นความคิดทางวิทยาศาตร์..เราไม่เป็นสาระและตัวตน..
พูดได้ว่า..สสารที่ประกอบ กันเป็นตัวเรา ไม่เป็นสาระตัวตน..
(ข้อความนี้..จาก หนังสือ.."คิด" ด้วยจิต ด้านบวก กับ องค์ทะไลลามะ..สุภาพร พงศ์พฤกษ์ ผู้แปล)..
..ความ"ว่าง".."จิต"..และ.."พื้นที่"...ในแกลลอลี่ชีวิต วันนี้..

ขอบคุณมากนะครับ ยายธีสบายดีนะครับ ด้วยความระลึกถึงครับ
'Sunyatā' (emptyness) in acariyavāda (mahāyāna school) is a new and later concept for 'anattā' (non-self-ness : no focus on human activities and wills?). But because Thai cultures had been through both schools -- many times, most of us are confused.
Anyway, there are good news in Thai cultures today:
ตั้งเป้าปลูกป่าปลูกต้นไม้ "10ล้านกล้า"ทั่วประเทศ [เดลินิวส์]
ปลูกป่าประชารัฐฟื้นฟูน้ำยมปีที่2 [แนวหน้า]
If we can fill our 'empty' spaces with 'unselfish' things, we should be in good dhamma ;-)
สาธุ
ภาพสวยมากๆครับ
ปรัชญาทั้งภาพและอรรถาธิบาย ลึกซึ้งในความว่างค่ะ
..."ด้วย คาระวะ..กับท่านที่ให้ความสนใจ..อย่างจริงใจ..กับ..บันทึกนี้.."
ยายธี..มีอีก บทความหนึ่งในหนังสือเล่มนี้.ที่บังเอฺิญ.เปิดขึ้น..มาเจอพอดี...นั้น..มีความว่า..
"สิ่งหนึ่ง ที่การทำสมาธิ สอน เรา..."...เมื่อเราเคลื่อนเข้าสู่ธรรมชาติตัวเราเอง อย่างเนิบช้า..
ก็คือความรู้สึก สงบสุข นั้นมีอยู่ในตัวเรา..เราล้วนปรารถนาลึกๆที่จะมีความสงบสุข.. แม้ว่าบางครั้ง ความสงบสุขนั้นจะซ่อนเร้นอยู่ ถูกแปลงโฉมไว้หรือถูกปิดกั้น...
หากเราได้ ตรวจสอบธรรมชาติ ของมนุษย์อย่างถ้วนถี่..ก็จะเป็นการดี เป็นแนวโน้มที่ดี และเป็นการเกื้อกูล..
สำหรับ ข้าพเจ้า(องค์ทะไลลามะ)..แล้ว...ดูเหมือนว่าทุกวันนี้.. จิตวิญญาณของการ..สมานฉันท์ได้มีมากขึ้น..
ความปรารถนาของเราที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ..นับวัน จะเติบกล้า แผ่ขยาย กว้างไกล ขึ้นทุกที.......
(ยายธี....คิดว่า..ตนเป็น..คน..โชคดี..ที่ได้เกิดมาร่วมสมัย..กับพระ..องค์นี้..และได้มีโอกาศ..ได้..ชมโฉม..ท่านในครั้งคราวที่ท่าน.ได้.มาสัมมนาในเยอรมัน..)..และได้มีโอกาศได้ศึกษา..จากหนังสือแปลเล่มนี้..ขอบพระคุณผู้แปลมาณ.ที่นี้..
บุญรักษาทุกๆท่าน..นะเจ้าคะ..และขอให้..ประสบความสงบที่เกิดขึ้น..จากใจ...
ภาพสวยมากๆ ค่ะ .... ชอบจัง