นี่คือเรื่องจริงของเช้าวันนี้ที่ผมเองตื่นขึ้นมาตอนตีห้าครึ่ง เป็นเวลาประจำที่ผมจะต้องออกไปวิ่ง แต่เช้าวันนี้ฝนดันมาตกทีแรกก็เพียงเป็นฝอยๆน่าจะพอออกไปวิ่งได้ สักพักเริ่มปรอยๆ จนหยดกระทบหลังคาดังเปาะแปะๆ เลยยกเลิกความตั้งใจที่จะออกไปวิ่ง

   กลับมานั่งที่โซฟาเพื่อจะเปิดทีวีดู  พลันได้ยินเสียงกุกกักในห้องครัว ฟังเสียงแล้วคิดว่าต้องเป็นหนูที่ติดกับดักแน่ๆ และคงเป็นหนูตัวแสบที่แอบเข้ามาขโมยอาหารหมาเจ้าทอฟฟี่ไปกินเมื่อวาน หลังเห็นเศษถุงเป็นชิ้นเล็กๆวางอยู่บนโต๊ะส่วนถุงอาหารหายไป เจออีกทีอยู่ใต้โต๊ะ มันแสบมากที่ลากเข้าไปซ่อนไว้ ตอนนั้นคิดว่าต้องเป็นหนูที่ตัวใหญ่พอควรล่ะ

   และวันนี้เราก็ได้เจอหน้ากัน ทอฟฟี่เห่าขู่ระหว่างผมนำกับดักพร้อมหนูตัวใหญ่พอควรออกมา ผมบอกทอฟฟี่ไม่ต้องมายุ่งเดี๋ยวจัดการเอง เช่นเคยผมนำถุงพลาสติกมาคุมกับดักแล้วนำไปที่ซอยข้างหมู่บ้านเพื่อจับหนูออกจากกับดัก ผมกดหว่งเพื่อเปิดฝากับดักให้หนูวิ่งออกมาเข้าถุงที่คลุมไว้และพยายามจับตัวหนูจากด้านนอกถุง เจ้าตัวแสบไม่ยอมให้จับวิ่งไปมาจนวิ่งหลุดออกไปได้

   ทุกครั้งที่ผมจับเจ้าหนูตัวแสบได้ไม่ว่าตัวเล็กใหญ่ก็จะถูกมัดด้วยถุงพลาสติกโยนลงถังขยะเพื่อว่าสายหน่อยคนเก็บขยะก็คงจะนำขึ้นรถไปด้วย หรือบางครั้งก็แขวนไว้บนกิ่งไม้รอให้เจ้าเหมียวที่ชอบเดินป้วนเปี้ยนแถวนั้นนำไปเป็นอาหาร

   เปล่านะ ผมไม่ใช่คนใจร้ายคิดฆ่าเจ้าหนูหรอก หรือจริงๆผมไม่กล้าพอที่จะทุบตีให้ตายไปเลย เพียงแต่อยากให้มันออกไปจากบ้าน ไปอยู่ที่อื่น เท่านั้นเอง และครั้งก่อนผมไปสำรวจหนูน้อยที่ถูกมัดด้วยถุงพลาสติกแขวนอยู่บนกิ่งไม้ว่าเจ้าเหมียวจัดการไปหรือยัง ปรากฏว่าเจอเพียงถุงพลาสติกปลิวตามลมอยู่บนนั้น ก็รู้สึกโล่งอกที่มันไม่ได้ถูกแมวจับได้เพราะวิธีของผม

   และเจ้าหนูตัวแสบตัวนั้น อาจจะเป็นตัวที่ดักได้ในวันนี้ก็เป็นได้

  หรือเจ้าตัวแสบในวันนี้ที่วิ่งหนีไป จะเป็นเหยื่อของเจ้าเหมียวหรือเปล่า ไม่อาจคาดเดาได้

   และหากมันกลับมาอีกครั้ง ผมจะจัดการกับมันยังไงดี

........................