ชีวิตที่พอเพียง 2977. เที่ยวตลาดน้ำวัดตะเคียน วกเข้าหาโจทย์วิจัยวัด



ตลาดน้ำวัดตะเคียน ตั้งอยู่ริมคลองบางคูเวียง  ต. บางคูเวียง  อ. บางกรวย  จ. นนทุรี    เราไปกัน ๔ คน คือหมอแต้ว (คนขับรถ)  ป้าอี๊ด  สาวน้อย และผม    ออกจากบ้าน ๘.๓๐ น. วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ วันอาสาฬหะบูชา      ไปข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานพระราม ๕   แล้วแล่นรถตรงไปตามถนนนครอินทร์  จนไปชนถนนบรมราชชนนีก็เลี้ยวกลับ เพื่อจะเข้าถนนซอย 4032 เข้าไปอีกกิโลเมตรเศษๆ    รวมระยะทาง จากบ้านผมที่ปากเกร็ด ๒๖ กิโลเมตร    วันที่เราไปเป็น วันนักขัตฤกษ์ รถจึงมาก    พอเข้าซอยไปหน่อยก็มีรถ เป็นแถวยาว แต่ก็เคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ    พอข้ามสะพานสูง ข้ามคลองบางคูเวียงก็ถึงวัดเลย    รถมาก แต่ก็มีที่จอดเพียงพอ    และมีคนมาช่วยโบกบอกที่จอดรถให้ สะดวกมาก    ไม่มีการเก็บค่าที่จอดรถ    


ประทับใจแรกคือวัดกำลังสร้างโบสถ์ใหม่    มีลูกเล่นคือมีทางเดินลงไปลอดใต้โบสถ์    ให้คนที่ไปเที่ยวได้เดินลอดใต้โบสถ์เอาบุญ     ตรงใกล้ๆ โบสถ์มีจุดดึงดูดสายตาและถ่ายรูป    คือแถวหุ่นยนตร์หลากหลายแบบ สูงใหญ่ราวๆ สามเท่าคน    มีพ่อแม่พาลูกไปถ่ายรูปกับหุ่นยนตร์คับคั่ง  


ประทับใจที่สองคือห้องน้ำ     มีหลายที่ และที่ละหลายห้อง สะอาดสะอ้านมีการดูแลอย่างดีและไม่ เก็บเงิน    

ประทับใจที่สามคือความกว้างขวาง สะอาดเป็นระเบียบ   มีเก้าอี้นั่งอยู่ทั่วไป   หลังคาโปร่ง มีพัดลมเป่าระบายอากาศ     ซึ่งแม้จะจัดไว้อย่างดี พอแดดจ้าอากาศร้อน    ก็ยังรู้สึกร้อนอยู่ดี   


แน่นนอนว่า ประทับใจที่สี่   และเป็นสุดยอดความประทับใจคือของที่ขายในตลาด    มีสินค้าหลากหลาย   โดยเฉพาะของกิน    เป็นสินค้าที่ขายโดยชาวบ้านแถวนั้นเอง    ผักและผลไม้สดมาก    ของมีขายบนเรือในคลอง บ้าง     แต่ของส่วนใหญ่ขายบนบก    ของดี ราคาย่อมเยา     เราซื้อก๋วยจั๊บกลับมากินตอนเที่ยงที่บ้าน อร่อยใช้ได้    ของที่ซื้อมาแล้วผมประทับใจที่สุด คืออร่อยสุดๆ ได้แก่ฝอยทอง ซื้อจาก “บ้านขนมไทยคุณตาคุณยาย   เส้นนุ่ม ฝอย รสกำลังดีไม่หวานจัด    ได้เห็นกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่การตีไข่แดงและแป้งให้ฟูด้วยมือ กระแทกขดเหล็ก สปริง    การหยอดแป้งไข่ด้วยกรวยเล็กๆ ลงไปในน้ำเชื่อมร้อน    ผมมีข้อสังเกตว่าคุณยายและคุณตาทำขนม แบบช้าๆ ประณีต ไม่รีบร้อน    เดาว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ขนมอร่อยเป็นพิเศษ


อีกอย่างหนึ่งที่ซื้อกลับมากิน พบว่าอร่อยมากคือหมูสะเต๊ะ    ลูกสาวซื้อมาให้ ผมคิดว่าหนึ่งร้อยบาท    แต่ราคาจริงคือ ๖๐ บาท    และของดีที่เราเคยกินแล้วเพราะป้าอี๊ดเคยซื้อมาฝากและติดใจ คือข้าวหลามพูลแสง  สามกระบอกร้อย กินกันเหนื่อย  


ประทับใจที่ห้าคือนโยบายของวัด    ที่ท่านเจ้าอาวาสต้องการให้ชาวบ้านโดยรอบมีรายได้จากการขายของ     ไม่เก็บค่าเช่าที่    ให้ช่วยกันบริจาคเป็นค่าไฟค่าน้ำและค่าทำความสะอาด    ชาวบ้านที่ขายของในตลาดนี้มีอัธยาศัย แบบไทยแท้    ไม่แปดเปื้อนกิเลสธุรกิจเหมือนที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่ผมเคยเล่า ที่นี่ 


ทำให้ผมเกิดความคิดหัวข้อวิจัยการเงินของวัด    โดยเลือกชวนเฉพาะวัดที่มีเค้าว่าปลอดผลประโยชน์ แอบแฝง    รวมสัก ๑๐ - ๒๐ วัด    ร่วมกันจัดทำบัญชีที่โปร่งใส  ชวนสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต แห่งประเทศไทย และหรือสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์  ให้คำแนะนำการทำบัญชี  และร่วมให้บริการ สอบบัญชี     ทำเว็บไซต์และประกาศรายรับรายจ่ายเป็นรายปี  คล้ายๆ บริษัทมหาชน    แล้วค่อยๆ ขยายรูปแบบ ไปยังวัดที่พร้อมเป็น เครือข่ายวัดโปร่งใส    เป็นยุทธศาสตร์ใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย ในเรื่องผลประโยชน์ของวัด    จึงนำมาเสนอไว้ เผื่อจะมีแหล่งทุนวิจัยสนใจ



วิจารณ์ พานิช

๙ ก.ค. ๖๐




1 ป้ายตรงทางเข้า



2 ตลาดสะอาดและกว้างขวางอย่างนี้



3 ทิวหุ่นยนตร์



4 เสือกับแม่เสือ



5 โบสถ์ที่กำลังสร้าง



6 ข้างโบสถ์



 7 ถ่ายให้เห็นความกว้างขวางเป็นระเบียบและสะอาดของตลาด



8 ข้าวหลามพูลแสง



9 การหยอดฝอยทอง



10 ถ่ายให้เห็นตลาดน้ำ



11 เรือก๋วยจั๊บและไก่ต้มน้ำปลา



12 บ้านขนมไทยคุณตาคุณยาย


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)