๕๗๑..ศาสตร์พระราชา..สู่การพัฒนาแบบยั่งยืน

ท่านนายกฯก็จะพูดทิ้งท้ายว่า “ชีวิตของผมเดินมาถึงจุดสูงสุดได้ขนาดนี้ ประสบความสำเร็จในชีวิต ได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี..ผมจะหวังอะไรอีก”

ผมกำลังพูดถึง..รายการนายกตู่..พบประชาชน ทุกคืนวันศุกร์ พาดหัวรายการว่า”ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาแบบยั่งยืน” ชื่อรายการชวนติดตามยิ่งนัก ผมจึงไม่พลาดเลยสักวัน..ศุกร์ไหนไม่ได้ดู คืนนั้น..นอนไม่หลับ..

ผมชอบเนื้อหาที่ท่านพูดนะ..เยอะดี ละเอียด ครอบคลุมทุกเรื่อง ไม่ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะที่นี่มีครบทุกรส การเมือง สังคม การศึกษาและกีฬา

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า..ท่านพูดเร็ว..จริงๆท่านก็ลดลงเยอะแล้วนะ มันก็เป็นแบบฉบับของท่าน รวดเร็ว ขึงขัง เสียงดัง ฟังชัด..ก็ท่านเป็นทหาร..ก็ถือว่าบุคลิกกับตำแหน่ง และเรื่องราวที่ท่านเล่าสู่กันฟัง..ไปด้วยกันได้ดีทีเดียว..

ความที่เป็น..แฟนคลับ..เลยอยากจับบางประเด็นที่เห็นว่าท่านควรปรับปรุงรายการ เพื่อให้เรตติ้งพุ่งกระฉูดกว่านี้ มี ๒ จุดที่ผมมองเห็น ขอโฟกัสไปที่ภาพลักษณ์หน้าจอ กับเนื้อหาบางส่วนที่ท่านนายกฯยังเข้าไปไม่ถึง...

อันนี้ที่ปรึกษารายการฯคงช่วยท่านได้ โดยแนะนำให้ยกโพเดี้ยมไปอยู่มุมขวา แล้วให้ท่านอ่านข้อความในจอให้น้อยที่สุด..จากนั้น..ก็ฉายภาพและข้อความสั้นๆขึ้นตรงกลาง ด้านหลังที่เยื้องตัวท่านเล็กน้อย..

ยกตัวอย่างเช่น..ข่าว/ภาพ ยางพารา..ตกต่ำ..ท่านนายกเพียงแค่เกริ่นนำก็พอ..จากนั้น..ให้ท่านเดินไปที่ภาพที่กำลังเคลื่อนไหว หลายท่านชอบการเดินที่งามสง่าของท่านอยู่แล้ว รายการก็จะดูมีชีวิตชีวาขึ้น..ท่านนายกฯก็จะพูดช้าลง..

เพียงแค่ท่านชี้เปรียบเทียบภาพยางพาราทางภาคใต้ ภาคอีสาน และที่ลักลอบปลูกในป่าสงวน..ว่ามันมากมายขนาดไหน..พร้อมข้อความที่ระบุปัญหาและวิธีการแก้ไขสั้นๆ..ผมว่าแค่นี้เอง จะดูน่าสนใจกว่ากันเยอะเลย..

ทุกคืนวันศุกร์ ท่านนายกฯมักจะเปรยๆอยู่เสมอว่า..หลายฝักหลายฝ่ายไม่เข้าใจท่าน..ทั้งที่ท่านทำงานหนัก และเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ มีปัญหามากมายที่รอการแก้ไข..ผมเข้าใจท่านนายกฯและอยากให้ท่านอดทน แต่ตอนนี้..ผมรู้สึกสงสาร..

อยากแนะนำท่านว่า เอางี้..เล่นไม้ตายเลย..รับรองปิดปากฝ่ายตรงข้ามได้สนิท โดยประกาศเป็นข้อความผ่านจอ ความว่า..”ผมไม่ขอสืบทอดอำนาจใดๆ เพราะชีวิตผม..มีพร้อมทุกอย่างแล้ว”

จากนั้น..ให้ท่านเดินไปหน้าเวที..มีภาพ..บ้านนายกฯ..ที่สวยงามสมฐานะ ลอยออกมา..ภาพต่อมา..เป็นภาพรถยนต์ทุกคัน เข้ามาแทนที่บ้าน..จากนั้นเป็นภาพของท่านแต่งเต็มยศพลเอก ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก..ภาพสุดท้าย เป็นภาพผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..ผู้ทรงเกียรติ..

แล้วท่านนายกฯก็จะพูดทิ้งท้ายว่า “ชีวิตของผมเดินมาถึงจุดสูงสุดได้ขนาดนี้ ประสบความสำเร็จในชีวิต ได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี..ผมจะหวังอะไรอีก”

ผมอยากให้ท่านพูดถึงความเคลื่อนไหวทางการศึกษาเยอะๆ..เช่น..”ผมคิดว่า.เป็นยุคที่ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง..น่าเห็นใจกระทรวงศึกษาที่ทำงานกันหนักกว่าทุกยุคทุกสมัย...แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยนัก ที่เอาเงินไปให้ครูอบรมคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท...”

นายกฯพูดแค่นี้..แล้วเดินไปชี้ภาพโรงเรียนทางภาคใต้ ที่มีทหารถือปืนยืนคุมเชิง..ภาพต่อมา..โรงเรียนขนาดเล็กบนดอย..มีครู ๒ – ๓ คน..พร้อมภาพอาคารห้องสมุดและมุมหนังสือเก่าๆ...

แล้วท่านนายกฯก็พูดว่า..”ผมคิดว่าน่าจะเอาจำนวนนี้ ไปปรับปรุงห้องสมุด ไปพัฒนามุมหนังสือ ไปซื้อหนังสือให้เด็กอ่าน..เป็นการส่งเสริมการอ่านให้เด็กอ่านคล่อง เขียนคล่อง มากขึ้น..เดี๋ยวผมจะดูเรื่องนี้อีกที..ว่าแล้วท่านก็เดินมาที่โพเดี้ยม..อีกครั้ง

ผมคิดว่า..ภาพนี้จะติดตาตรึงใจท่านผู้ชมและครูทั่วประเทศ..ไปอีกนานเท่านาน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๘  กรกฎาคม  ๒๕๖๐

 








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)