8. เธอที่แท้อยู่เหนือใจ

8. เธอที่แท้อยู่เหนือใจ


ถาม ตอนที่ยังเด็ก ผมมักจะเกิดสภาวะความสุขอย่างยิ่ง ปิติยินดีมากๆ ต่อมามันก็หายไป ตั้งแต่ผมมาอินเดีย สภาวะนี้กลับมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้พบท่าน

แต่สภาวะเหล่านี้ ไม่ว่าจะวิเศษเพียงใด มันคงอยู่ไม่นาน

มันเกิดและดับ และไม่รู้ว่ามันจะเกิดอีกตอนไหน

ตอบ ในเมื่อใจเองเป็นสิ่งเกิดดับ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นในใจจะไม่เกิดดับได้อย่างไร?


ถาม ผมจะทำให้ใจนิ่งคงที่ได้อย่างไร?

ตอบ ใจที่ไม่นิ่งจะทำให้ตัวมันเองนิ่งได้อย่างไร?

แน่นอน มันทำไม่ได้หรอก

ธรรมชาติของใจคือการไม่อยู่นิ่ง

ที่เธอจะทำได้คือเปลี่ยนจุดสนใจของความรู้ตัวให้ไปอยู่เหนือใจ


ถาม ทำอย่างไรครับ?

ตอบ ปฏิเสธความคิดทั้งหมด ยกเว้นความคิดว่า “ฉันเป็น”

ใจจะต่อต้านในตอนแรกๆ แต่ด้วยความอดทนและความเพียร มันจะยอมแพ้และนิ่งเงียบ

เมื่อเธอเงียบ สิ่งต่างๆจะเริ่มเกิดขึ้นด้วยตัวของมันเอง อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีเธอเข้าไปแทรกแซง


ถาม ผมจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ยืดเยื้อกับใจของผมได้ไหม?

ตอบ ได้ เพียงแค่ยอมรับชีวิตอย่างที่มันเป็น ด้วยความเตรียมพร้อม คุมเชิงไว้ แล้วปล่อยให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างที่มันเกิดขึ้น ทำสิ่งที่เป็นธรรมชาติอย่างเป็นธรรมชาติ ความทุกข์ ความสุข – ให้มันเกิดตามที่ชีวิตพามันมา

นี่ก็เป็นวิธีหนึ่งเช่นกัน


ถาม ถ้าอย่างนั้น ผมก็สามารถแต่งงาน มีลูก ทำธุรกิจ ... มีความสุขได้

ตอบ แน่นอน เธออาจมีหรืออาจไม่มีความสุข ยอมรับมันในก้าวย่างแห่งชีวิตเธอ


ถาม แต่ผมก็ยังต้องการความสุขอยู่ดี

ตอบ เธอไม่มีวันจะหาพบความสุขที่แท้จริงในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและเกิดดับ

ความสุขและความเจ็บปวด จะผลัดกันเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ

ความสุขมาจากเธอที่แท้และจะพบได้ภายในเธอที่แท้เท่านั้น

หาความเป็นเธอที่แท้ให้พบ แล้วทุกอย่างจะตามมาเอง


ถาม ถ้าความเป็นผมที่แท้คือความสงบและความรัก ทำไมมันจึงไม่นิ่งเลย

ตอบ สิ่งที่ไม่นิ่งนั้นไม่ใช่เธอที่แท้ มันเป็นภาพสะท้อนในใจซึ่งดูเหมือนไม่นิ่งเพราะใจเองนั้นไม่นิ่ง

เหมือนภาพสะท้อนของดวงจันทร์บนผิวน้ำที่กระเพื่อมด้วยแรงลม

ลมแห่งความอยากกวนใจและความเป็น “ฉัน” ซึ่งเป็นแค่ภาพสะท้อนในใจของความเป็นเธอที่แท้ ทำให้มองดูเหมือนมันเปลี่ยนแปร

แต่ความคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ความไม่นิ่ง ความสุขหรือความเจ็บปวด ล้วนอยู่ภายในใจ

เธอที่แท้อยู่เหนือใจ รับรู้ แต่ไม่ยุ่งเกี่ยว


ถาม ผมจะเข้าถึงความเป็นผมที่แท้นี้ได้อย่างไร?

ตอบ เธอคือเธอที่แท้อยู่แล้ว ที่นี่ และเดี๋ยวนี้

ปล่อยใจไปตามเรื่องของมัน แค่รับรู้ และไม่ยุ่งเกี่ยว แล้วเธอจะตระหนักว่าการเฝ้ามองแต่ไม่ยุ่งเกี่ยว สังเกตเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นแล้วดับไป นั่นคือแง่มุมหนึ่งของธรรมชาติเดิมแท้ของเธอ


ถาม แล้วแง่มุมอื่นคืออะไร?

ตอบ แง่มุมทั้งหลายมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน

แค่ตระหนักรู้เพียงแง่มุมเดียว แล้วเธอจะรู้ทุกแง่มุม


ถาม กรุณาบอกบางอย่างที่จะช่วยผมได้

ตอบ เธอรู้ดีที่สุดว่าเธอจะต้องการอะไร!


ถาม ผมเต็มไปด้วยความไม่สงบ แล้วผมจะสงบได้อย่างไร?

ตอบ แล้วเธอจะต้องการความสงบไปทำไม?


ถาม เพื่อมีความสุข

ตอบ แล้วขณะนี้เธอไม่มีความสุขหรือ?


ถาม ไม่มีครับ

ตอบ อะไรล่ะที่ทำให้เธอไม่มีความสุข?


ถาม ผมมีในสิ่งที่ผมไม่ต้องการ และต้องการในสิ่งที่ผมไม่มี

ตอบ ทำไมเธอไม่สลับมันเสียเล่า – ต้องการในสิ่งที่เธอมีและไม่ต้องไปแคร์ในสิ่งที่เธอไม่มี


ถาม ผมต้องการสิ่งที่ทำให้มีความสุข และไม่ต้องการสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์

ตอบ เธอรู้ได้อย่างไรว่าอะไรทำให้มีความสุข อะไรทำให้มีความทุกข์?


ถาม จากประสบการณ์ที่ผ่านมาครับ

ตอบ ดังนั้น เธอให้ความทรงจำนำทางชีวิตเพื่อแสวงหาสิ่งที่ทำให้เกิดความสุขและผลักไสสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์

แล้วเธอทำได้สำเร็จไหม?


ถาม ไม่ครับ สิ่งที่ทำให้เกิดความสุขก็อยู่ไม่นาน แล้วความทุกข์ก็เข้ามาอีก

ตอบ ความทุกข์ชนิดไหน?


ถาม ความต้องการความสุข ความกลัวความทุกข์ ทั้งสองเป็นสถานะของความหม่นหมอง

มันจะมีไหมครับ สถานะที่เป็นสุขบริสุทธิ์ไม่มีทุกข์เจือปน?

ตอบ ความสุขทุกชนิด ไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์

อุปกรณ์ทั้งทางกายและทางใจ ล้วนเป็นวัสดุ มันล้าและเสื่อมไป

ความสุขที่ได้จึงมีความเข้มและระยะเวลาจำกัด

ความเจ็บปวดหรือความทุกข์ คือพื้นหลังของความสุขทั้งมวลของเธอ

เธอต้องการความสุขเพราะเธอมีความทุกข์

ในทางกลับกัน การค้นหาความสุขนั่นแหละที่ทำให้เธอมีความทุกข์

มันเป็นวัฏจักรที่โหดร้าย


ถาม ผมเริ่มเห็นแล้วครับว่ากลไกความสับสนของผมเป็นอย่างไร แต่ผมก็ยังไม่เห็นทางออกอยู่ดี

ตอบ การที่เธอสังเกตเห็นกลไกของมันนั่นแหละคือทางออก

ความสับสนของเธอเกิดขึ้นในใจเท่านั้น ซึ่งใจไม่เคยต่อต้านความสับสนและไม่เคยจับได้ไล่ทันมัน

ใจจะต่อต้านเฉพาะความทุกข์หรือความเจ็บปวดเท่านั้น


ถาม ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ผมทำได้คือสับสนต่อไปหรือครับ?

ตอบ จงตื่นตัว ตั้งคำถาม สังเกต สืบค้น เรียนรู้ทั้งหมดที่ทำได้เกี่ยวกับความสับสน มันทำงานอย่างไร มันทำให้เกิดผลอย่างไรต่อเธอและคนอื่น

เมื่อเธอเข้าใจความสับสนอย่างชัดเจน เธอก็จะเป็นอิสระจากความสับสน


ถาม เมือผมมองดูตัวเอง ผมพบว่าสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดคือการสร้างอนุสาวรีย์ สร้างบางสิ่งซึ่งยังอยู่แม้เมื่อผมตายไป

แม้เมื่อผมคิดเกี่ยวกับบ้าน ภรรยาและลูก นั่นก็เป็นเพราะมันเป็นพยานหลักฐานถึงการมีอยู่ของผมซึ่งเป็นรูปธรรมและยืนยาว

ตอบ ถูกต้อง สร้างอนุสาวรีย์ให้ตัวเอง

แล้วเธอคิดว่าจะทำอย่างไร?


ถาม มันไม่สำคัญว่าผมจะสร้างอะไร ขอให้มันถาวรเป็นพอ

ตอบ แน่นอน เธอก็เห็นด้วยตัวเธอเองแล้วว่าไม่มีอะไรที่ถาวร

ทุกอย่างเสื่อมโทรม แตกสลาย มลายหายไป

พื้นที่รองรับสิ่งที่เธอสร้างพังทลาย

แล้วเธอจะสร้างอะไรที่คงอยู่เหนือทุกสิ่ง?


ถาม ผมรู้ว่าทุกอย่างเป็นของชั่วคราว ผมเข้าใจ ผมพูดถึงมันได้

แต่อย่างไรก็ดี หัวใจของผมต้องการความคงทน

ผมต้องการสร้างบางสิ่งที่คงอยู่ตลอดกาล

ตอบ ถ้าอย่างนั้นเธอต้องสร้างบางอย่างที่คงอยู่ตลอดกาล

แล้วเธอมีอะไรบ้างที่คงอยู่ตลอดกาล?

ร่างกายของเธอ ใจของเธอ ล้วนไม่คงอยู่ตลอดกาล

เธอต้องมองหาที่อื่นแล้วหละ


ถาม ผมปรารถนาความคงอยู่ตลอดกาล แต่ผมหาไม่พบในที่ใดๆเลย

ตอบ แล้วเธอที่แท้จริงไม่ใช่การคงอยู่ตลอดกาลหรอกหรือ?


ถาม ผมเกิดขึ้น ผมก็ต้องตาย

ตอบ แล้วเธอจะพูดอย่างจริงๆได้ไหมว่า ก่อนที่เธอเกิด เธอไม่ได้มีอยู่ และเมื่อตายไป เธอจะพูดได้ไหมว่า “ตอนนี้ไม่มีฉันอีกต่อไป”

เธอไม่สามารถพูดได้จากประสบการณ์ของเธอว้าเธอไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เธอพูดได้เพียงแค่ “ฉันเป็น”

แม้คนอื่นๆก็ไม่สามารถบอกเธอได้ว่า “เธอไม่ได้เป็น”


ถาม ขณะหลับ “ฉันเป็น” ไม่มี

ตอบ ก่อนที่เธอจะพูดกราดไปอย่างนั้น จงสังเกตสภาวะตื่นของเธอให้ละเอียด

เธอจะพบว่าขณะตื่น มันเต็มไปด้วยช่องว่าง ซึ่งเป็นช่วงที่ใจว่างเปล่า

สังเกตว่าแม้ขณะรู้ตัวตื่น เธอจำอะไรต่างๆได้น้อยแค่ไหน

มันจำไม่ได้จริงๆ

ช่องว่างในความทรงจำ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นช่องว่างในความรู้ตัว


ถาม ผมจะทำให้ตัวเองจำสภาวะตอนหลับลึกได้ไหม?

ตอบ ได้ โดยการขจัดช่องว่างที่เกิดจากความไม่สนใจในระหว่างที่เธอตื่น เธจะค่อยๆขจัดช่องว่างขนาดใหญ่ที่เกิดจากความเลื่อนลอย ที่เธอเรียกว่า การหลับ

แล้วเธอจะตระหนักรู้ว่าเธอกำลังหลับ


ถาม แต่นั่นไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความคงอยู่ตลอดกาล และความต่อเนื่องของการมีอยู่

ตอบ ความคงอยู่ตลอดกาลเป็นเพียงแค่ความคิด เกิดขึ้นจากการทำงานของเวลา

เวลาก็เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับความทรงจำ

เมื่อพูดถึงความคงอยู่ตลอดกาล เธอหมายถึงความทรงจำที่ไม่มีขาดหายระหว่างกาลเวลาที่ไม่สิ้นสุด

เธอต้องการทำให้ใจเป็นนิรันดร์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้


ถาม ถ้าอย่างนั้น อะไรเล่าที่เป็นนิรันดร์?

ตอบ สิ่งหนึ่งซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา

เธอไม่สามารถทำให้สิ่งไม่เที่ยงเป็นสิ่งเที่ยง – มีเพียงสิ่งเที่ยงเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์


ถาม ผมคุ้นเคยกับความหมายของสิ่งที่ท่านพูด

ผมไม่ได้ต้องการความรู้เพิ่มขึ้น

ผมต้องการแค่ความสงบเท่านั้น

ตอบ เธอต้องถาม แล้วเธอจะได้ความสงบทั้งหมดที่เธอต้องการ


ถาม ผมกำลังถาม

ตอบ เธอต้องถามด้วยหัวใจที่ไร้การแบ่งแยก และมีชีวิตที่เป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง


ถาม ทำอย่างไรครับ?

ตอบ แยกตัวเธอออกจากทุกสิ่งที่ทำให้ใจของเธอไม่อยู่นิ่ง

ละทิ้งทุกอย่างที่รบกวนความสงบของใจ

ถ้าเธอต้องการความสงบ เธอต้องทำตัวเองให้สมควรที่จะได้มัน


ถาม แน่นอนว่าทุกคนสมควรที่จะได้ความสงบ

ตอบ มีเพียงผู้ไม่รบกวนความสงบเท่านั้น ที่สมควรได้ความสงบ


ถาม ผมทำอะไรที่เรียกว่ารบกวนความสงบ?

ตอบ เธอปล่อยตัวเองให้เป็นทาสของความต้องการและความกลัว


ถาม แม้ว่ามันจะมีเหตุอันสมควรอย่างนั้นหรือ?

ตอบ ปฏิกิริยาทางอารมณ์ เกิดขึ้นจากความโง่เขลาหรือเลินเล่อ ล้วนไม่เรียกว่ามีเหตุอันสมควร

จงแสวงหาใจที่ใส และหัวใจที่สะอาด

ทั้งหมดที่เธอต้องทำคือ ตื่นตัวอย่างเงียบๆ สืบค้นเข้าไปในธรรมชาติเดิมแท้ของเธอ

นี่เป็นเพียงวิถีทางเดียวสู่ความสงบ


ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช

“I AM THAT”



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i am that 8



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

อ่าน..ทุกๆถ้อย..ร้อยรส...เพิ่อ ..อยู่เหนือ..ใจ