5. สิ่งใดเกิดต้องดับ

5. สิ่งใดเกิดต้องดับ


ถาม สติที่เป็นผู้รู้ผู้ดูเกิดดับหรือไม่?

ตอบ เกิดดับ ผู้รู้เกิดขึ้นและดับไปพร้อมกับสิ่งถูกรู้

ทั้งผู้รู้และสิ่งถูกรู้เกิดขึ้นและดับไปในสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่เหนือเวลา

ในสถานที่นั้น คำว่าถาวร หรือนิรันดร์ จะไม่สามารถใช้ได้


ถาม ในขณะที่เราหลับ ไม่มีทั้งผู้รู้และสิ่งถูกรู้

แล้วอะไรทำให้ร่างกายไวต่อความรู้สึกและเปิดกว้าง

ตอบ ขณะหลับ เราไม่สามารถพูดได้ว่าไม่มีผู้รู้

ประสบการณ์ของสิ่งต่างๆและความคิดต่างหากที่ไม่มีขณะหลับ แค่นั้นเอง

แต่การไม่มีประสบการณ์ก็นับว่าเป็นประสบการณ์เช่นกัน

มันเหมือนกับที่เราเดินเข้าไปในห้องมืด แล้วพูดว่า “ไม่เห็นมีอะไรเลย”

คนที่ตาบอดแต่กำเนิดจะไม่รู้ว่าความมืดคืออะไร

ในทำนองเดียวกัน มีเพียงผู้รู้เท่านั้นที่รู้ว่าเขาไม่รู้

การหลับเป็นเพียงแค่การขาดช่วงของความจำ

ชีวิตดำเนินต่อไป


ถาม แล้วความตายคืออะไร?

ตอบ คือการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการแห่งชีวิตของร่างกายหนึ่ง

บูรณาการสิ้นสุดลง และการสลายตัวเริ่มขึ้น


ถาม แล้วผู้รู้ล่ะ เมื่อร่างกายสลายไป ผู้รู้สลายตัวไปด้วยหรือเปล่า?

ตอบ เช่นเดียวกับการที่ผู้รู้ก่อตัวขึ้นเมื่อเราเกิด เมื่อตาย ผู้รู้ก็สลายไป


ถาม แล้วไม่มีอะไรเหลืออยู่เลยหรือ?

ตอบ ชีวิตเหลืออยู่

สติจำเป็นต้องมีพาหนะและเครื่องมือสำหรับการสำแดงของมัน

เมื่อชีวิตทำให้เกิดร่างกายใหม่ ผู้รู้ใหม่ก็จะเกิดขึ้น


ถาม ระหว่างผู้รู้ร่างกาย หรือกาย-ใจ ที่เกิดตามมา มีความเชื่อมโยงที่เป็นเหตุปัจจัยกันหรือเปล่า?

ตอบ มี มันมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า กายที่เกี่ยวกับความจำ หรือ กายที่เกี่ยวกับเหตุ และผู้บันทึกสิ่งเหล่านั้นคือ ความคิด ความต้องการ และสิ้นสุดการทำ

มันเหมือนเมฆหมอกของรูปภาพต่างๆที่ยึดอยู่ด้วยกัน


ถาม ความรู้สึกว่ามีอัตตาตัวตนคืออะร์

ตอบ มันคือภาพสะท้อนในร่างกายที่แยกตัวของความเป็นจริงที่เป็นหนึ่งเดียว

ในภาพสะท้อนนี้ มีความสับสนระหว่างสิ่งที่ไม่มีสิ้นสุดกับสิ่งที่มีขอบเขตจำกัด และคิดว่าทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งเดียวกัน

การแก้ไขความสับสนนี้คือเป้าหมายของโยคะ


ถาม ความตายไม่ใช่หรือที่จะแก้ไขความสับสนนี้?

ตอบ ในความตาย มีเพียงร่างกายเท่านั้นที่ตาย

ชีวิตไม่ตาย สติไม่ตาย ความจริงไม่ตาย

และหลังจากความตาย ชีวิตจะเข้าถึงความมีชีวิตอย่างที่สุด


ถาม แล้วเราจะเกิดใหม่หรือเปล่า?

ตอบ สิ่งที่เกิดต้องตาย

มีเพียงสิ่งไม่เกิดเท่านั้นที่ไม่มีความตาย

จงค้นหาสิ่งที่ไม่เคยหลับและไม่เคยตื่น และภาพสะท้อนจางๆของมันคือความรู้สึกว่า “ฉัน”


ถาม แล้วผมจะค้นหามันได้อย่างไร?

ตอบ เวลาเธอจะหาอะไรสักอย่าง เธอทำอย่างไรเล่า?

ก็โดยการทุ่มเทความคิดและจิตใจให้กับมัน

ต้องมีความสนใจ และต้องนึกถึงมันไว้เสมอ

การจำว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องจำ นั่นคือเคล็ดลับของความสำเร็จ

เธอจะสำเร็จได้ด้วยความมุ่งมั่น


ถาม ท่านหมายความว่าแค่ความต้องการอย่างเดียวก็พอแล้วอย่างนั้นหรือ?

แน่นอนว่าทั้งคุณสมบัติและโอกาสก็น่าจะจำเป็นเช่นกัน

ตอบ ทั้งสองอย่างนี้รวมอยู่ในความมุ่งมั่น

สิ่งสำคัญอย่างที่สุดคือการเป็นอิสระจากความขัดแย้งในตัวเอง

เป้าหมายและวีถีทางต้องอยู่ในระดับเดียวกัน

ชีวิตและแสงสว่างต้องไม่ทะเลาะกัน

พฤติกรรมต้องไม่ทรยศต่อความเชื่อ

เธออาจเรียกมันว่าความซื่อสัตย์ ความสมบูรณ์ ความเป็นทั้งหมด

เธอต้องไม่ย้อนกลับ แก้ ถอนราก ละทิ้งสิ่งที่เธอเอาชนะได้แล้ว

การยืนหยัดต่อวัตถุประสงค์และความซื่อสัตย์จะนำเธอไปสู่เป้าหมาย


ถาม แน่นอนว่าการยืนหยัดและความซื่อสัตย์คือพลัง

แต่ผมไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย

ตอบ ทั้งหมดจะเข้ามาหาเธอเมื่อเธอก้าวไป

ขอให้เริ่มจากก้าวแรกก่อน

พรทั้งหมดจะมาจากภายใน

หันเข้าไปหาสิ่งที่เรียกว่า “ฉันเป็น” ที่เธอรู้จัก

อยู่กับมันตลอดเวลาเท่าที่เธอจะทำได้ จนกระทั่งเธอกลับเข้าไปหามันโดยอัตโนมัติ

มันไม่มีวิธีใดที่จะเรียบง่ายไปกว่านี้แล้ว


ศรี นิสาร์กะทัตตะ มหาราช

“I AM THAT”



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i am that 5



ความเห็น (0)