2. ความหลงในร่างกาย

2. ความหลงในร่างกาย


ถาม มหาราช ท่านนั่งอยู่ต่อหน้าผม และผมนั่งอยู่ที่นี่แทบเท้าท่าน

อะไรคือความแตกต่างระหว่างเรา?

ตอบ ไม่มีความแตกต่างระหว่างเรา


ถาม แต่มันต้องมีสิ ผมต้องเป็นฝ่ายมาหาท่าน ท่านไม่ได้ไปหาผม

ตอบ เพราะเธอคิดไปเองว่ามีความแตกต่าง เธอไปโน่นไปนี่เพื่อค้นหาคนที่ “สูงส่งมากกว่า”


ถาม ท่านก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ “สูงส่งมากกว่า”

ท่านกล่าวว่าท่านรู้ความจริงแท้ ในขณะที่ผมไม่รู้

ตอบ เราเคยได้บอกเธอหรือว่า เธอไม่รู้ ดังนั้นเธอจึง “ต่ำต้อยกว่า”?

ปล่อยให้ผู้ที่คิดคำเหล่านี้ขึ้นมาเป็นผู้อธิบายเถิด

เราไม่เคยกล่าวว่าเรารู้อะไรที่เธอไม่รู้

อันที่จริง เรารู้น้อยกว่าเธอมากมายนัก


ถาม คำพูดของท่านช่างชาญฉลาด พฤติกรรมของท่านช่างทรงภูมิ รัศมีของท่านเปล่งประกาย

ตอบ เราไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอก และเราไม่เห็นความแตกต่างใดๆระหว่างเราและเธอ

ชีวิตของเราคือการไหลเรื่อยของปรากฏการณ์เช่นเดียวกับเธอ

เพียงแค่เราเห็นว่า สิ่งที่ผ่านไปก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ผ่านไป แต่เธอยึดติดและไหลไปตามมัน


ถาม  อะไรทำให้ท่านไม่มีความยึดติด ไม่มีความยินดียินร้าย?

ตอบ ก็ไม่มีอะไรมาก มันเพียงแค่เราเชื่อในครูบาอาจารย์ของเรา ท่านบอกเราว่า เราไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น นอกจากเป็นความจริงแท้ และเราก็เชื่อท่าน

ด้วยความเชื่อในครูบาอาจารย์ เราปฏิบัติตามที่ท่านบอก และไม่ให้ความสำคัญต่อสิ่งที่ไม่ใช่เรา หรือของเรา


ถาม ทำไมท่านจึงโชคดีที่เชื่อในครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด แต่ความเชื่อของพวกผมช่างน้อยนิดและเชื่อแต่ปาก?

ตอบ ใครเลยจะตอบได้ฦ มันก็เป็นเช่นนั้นแหละ

สิ่งต่างๆเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ และคำอธิบาย สุดท้ายแล้ว มันสำคัญด้วยหรือว่าใครคือใคร?

ความยกย่องที่ท่านมีให้เรา ก็เป็นแค่ความคิดของท่านเท่านั้น

สักวันหนึ่งท่านอาจเปลี่ยนความคิด

ทำไมจึงต้องให้ความสำคัญกับความคิด แม้จะเป็นความคิดของเธอก็ตาม?


ถาม ถึงอย่างนั้น ท่านก็แตกต่างจากผมอยู่ดี

จิตใจของท่านดูจะเงียบสงบและเต็มไปด้วยความสุขอยู่เสมอ

และสิ่งมหัศจรรย์ทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นโดยรอบท่าน

ตอบ เราไม่รู้ะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ และเราก็สงสัยว่าธรรมชาติจะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือกฏเกณฑ์ของธรรมชาติหรือไม่ นอกเสียจากเราและเธอเห็นพ้องกันว่าทุกสิ่งล้วนคือสิ่งมหัศจรรย์

ตามความรู้สึกของเรา ไม่มีสิ่งมหัศจรรย์

มีพียงความว่างแห่งธรรมชาติรู้ซึ่งเป็นที่เกิดของทุกสิ่ง

นั่นเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง และทุกคนสามารถรับรู้ประสบการณ์นี้ได้

เธอเพียงแค่ไม่ได้มองอย่างระมัดระวังมากพอ

มองให้ดี และเห็นอย่างที่เราเห็น


ถาม ท่านเห็นอะไร?

ตอบ เราเห็นในสิ่งที่เธอก็สามารถเห็นได้ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ที่ไม่เห็นเพราะเธอสนใจผิดที่

เธอไม่ได้ให้ความสนใจแก่ธรรมชาติเดิมที่เป็นเธอแท้จริง

ใจของเธอวนเวียนอยู่กับสิ่งของ ผู้คน และความคิด แต่ไม่เคยสนใจตัวเอง

นำความสนใจไปยังสิ่งที่เป็นเธอ ตระหนักถึงการมีอยู่ของเธอที่แท้

สังเกตการทำหน้าที่ของเธอ เห็นสิ่งกระตุ้นและผลของการทำงานของเธอ

ศึกษาคุกที่เธอสร้างขึ้นรอบตัวเองด้วยความประมาท

เมื่อเธอศึกษาว่าอะไรที่ไม่ใช่เธอ เธอจึงจะพบตัวเอง

วิธีการกลับไปหาตัวเองคือการปฏิเสธและการปล่อยวาง

มีเพียงสิ่งเดียวที่แน่นอน – ความจริงแท้ไม่ใช่จินตนาการ มันไม่ใช่ผลผลิตของใจ

แม้ความรู้สึกว่า “ฉันเป็น” ก็ไม่สามารถมีอยู่ตลอดเวลา แม้ว่ามันจะเป็นการชี้ทางที่มีประโยชน์ มันช่วยชี้ว่าควรไปหาที่ไหน แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอมองหา

แค่มองดูมันให้ดี เมือใดที่เธอเชื่อมั่นว่าเธอไม่สามารถพูดถึงความเป็นเธอได้ ยกเว้นแค่คำว่า “ฉันเป็น” และสิ่งใดก็ตามที่เธอชี้ไปได้ล้วนไม่ใช่เธอ เมื่อนั้นคำว่า “ฉันเป็น” ก็หมดหน้าที่ – เธอหมดความตั้งใจหรือความพยายามที่จะอธิบายว่าเธอคืออะไร

ทั้งหมดที่เธอต้องการคือการทำลายความพยายามที่จะให้คำจำกัดความว่า เธอคืออะไร

ทุกคำจำกัดความทำได้แค่บอกถึงร่างกายและความรู้สึกของเธอ

เมื่อใดที่ความหลงยึดต่อร่างกายนี้หมดไป เธอจะหันกลับเข้าสู่ธรรมชาติเดิมแท้ของเธอ โดยทันทีและไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ

ความแตกต่างเพียงอย่างดียวระหว่างเราและเธอคือ เราตระหนักรู้ถึงธรรมชาติเดิมแท้ แต่เธอยังงงงวยสับสน

เฉกเช่นกับไม่มีความเหนือกว่าระหว่างผงทองคำกับเครื่องประดับทองคำ ยกเว้นใจคิดปรุงแต่งว่าอย่างหนึ่งเหนือกว่า

เราและเธอเป็นหนึ่งเดียวกันในความเป็นธรรมชาติเดิม – มีความแตกต่างกันเฉพาะในรูปลักษณ์ภายนอก

เธอจะค้นพบสิ่งนี้ได้โดยการเอาจริงเอาจังในการค้นหา สอบถาม ถามตัวเองทุกวัน ทุกชั่วโมง อุทิศชีวิตของเธอให้กับการค้นพบนี้




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน I am THAT 2



ความเห็น (0)