4. โลกที่แท้จริงนั้นอยู่เหนือใจ

4. โลกที่แท้จริงนั้นอยู่เหนือใจ


ถาม หลายครั้งมีผู้ถามว่าจักรวาลอยู่ภายใต้กฏของเหตุปัจจัยหรือเปล่า หรือมันมีอยู่เหนือกฏเกณฑ์ใดๆ ดูเหมือนท่านจะมีความเห็นว่าจักรวาลนั้นไร้เหตุปัจจัย ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเล็กเพียงใด ก็ไร้เหตุปัจจัย เกิดขึ้นและดับไปโดยไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

ตอบ เหตุปัจจัยหมายถึงการสืบเนื่องของกาลเวลาที่เหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นในความว่าง ไม่ว่าจะเป็นความว่างทางกายภาพหรือความว่างในความรู้สึกทางใจ เวลา ความว่าง เหตุปัจจัย ล้วนเป็นสิ่งเกิดขึ้นและดับไปในใจ


ถาม ตราบใดที่ใจทำงาน เหตุปัจจัยเป็นกฏที่เป็นจริงเสมอ

ตอบ เช่นเดียวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นทางใจ กฏแห่งเหตุปัจจัยจะขัดแย้งกับตัวมันเอง

ไม่มีอะไรที่ดำรงอยู่โดยมีเหตุอย่างเดียว จักรวาลทั้งหมดล้วนมีส่วนต่อการมีอยู่ของสิ่งที่แม้มีขนาดเล็กที่สุด ไม่มีอะไรที่จะดำรงอยู่ได้อย่างที่มันเป็นโดยปราศจากการดำรงอยู่ของจักรวาลอย่างที่มันเป็น

เมื่อแหล่งกำเนิดและพื้นฐานของสรรพสิ่งเป็นเหตุปัจจัยเพียงอย่างเดียวต่อการมีอยู่ของสรรพสิ่ง กฏของเหตุปัจจัยก็ไม่สามารถใช้ได้กับจักรวาล

จักรวาลไม่สามารถตกอยู่ภายในขอบเขตของสิ่งที่มีอยู่ภายในจักรวาล เพราะศักยภาพของจักรวาลนั้นเป็นอนันต์ นอกจากนี้ จักรวาลคือการสำแดง หรือการแสดงออก ของหลักการซึ่งมีความอิสระเป็นพื้นฐาน


ถาม ครับ เป็นที่เข้าใจได้ว่าท้ายที่สุดแล้ว การจะบอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวของสิ่งอื่นนั้น ผิด

แต่ในชีวิตจริง เรามักทำอะไรบางอย่างโดยคาดหว้งให้เกิดผลตามมา


ตอบ ใช่ มีกิจกรรมแบบนั้นเกิดขึ้นมากมาย เนื่องจากความไม่รู้

ถ้าผู้คนทั้งหลายรู้ว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นได้ นอกจากจักรวาลทั้งหมดทำให้มันเกิดขึ้น เขาจะสามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง


ถาม ถ้าทุกอย่างคือการแสดงออกของจำนวนทั้งสิ้นของเหตุ แล้วเราจะพูดถึงการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีเป้าหมายให้เกิดผลสำเร็จที่คาดหวังได้อย่างไร

ตอบ แรงกระตุ้นให้บรรลุเป้าหมาย ก็เป็นการแสดงออกของจักรวาลทั้งหมดเช่นกัน

มันแค่แสดงให้เห็นว่า ศักยภาพของพลังงานได้เกิดขึ้นที่จุดๆหนึ่ง

มันเป็นมายาภาพของเวลาที่ทำให้เธอพูดถึงเหตุปัจจัย

เมื่อเราเห็นอดีตและอนาคตอยู่ภายใน “ปัจจุบันขณะที่ไร้กาลเวลา” ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบทั่วไป ความเชื่อถือได้ของความคิดเกี่ยวกับ “เหตุและผล” จะสูญสิ้นไป และอิสรภาพจะเข้ามาแทนที่


ถาม แต่ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่เกิดขึ้นได้โดยปราศจากเหตุ

ตอบ เมื่อเราพูดว่า “สิ่งที่เกืดโดยปราศจากเหตุ” เราหมายความว่ามันเกิดโดยปราศจากเหตุเพียงอย่างเดียว

เธอต้องมีแม่ที่คลอดเธอออกมา แต่เธอจะไม่สามารถเกิดได้หากไม่มีพระอาทิตย์ และโลก

แม้สองสิ่งนั้นก็ไม่สามารถทำให้เธอเกิดได้หากไม่มีความต้องการเกิดของเธอ

มันคือความต้องการที่ทำให้มีการเกิด มีรูป มีชื่อ

สิ่งที่น่าพอใจถูกจินตนาการขึ้น กลายเป็นที่ต้องการ และปรากฏขึ้นในรูปลักษณะที่จับต้องได้และเป็นไปได้

ดังนั้น จึงเกิดเป็นโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกส่วนตัวของเรา

โลกที่แท้จริงอยู่เหนือกรงแคบๆของใจ เรามองเห็นมันผ่านตาข่ายของความต้องการของเรา ซ่งถูกแบ่งออกเป็นความสุขและความทุกข์ ถูกและผิด ภายในและภายนอก

การจะมองเห็นจักรวาลอย่างที่มันเป็น เธอต้องก้าวออกนอกตาข่าย

มันไม่ยากที่จะทำ เพราะตาข่ายมีรูเต็มไปหมด


ถาม คำว่า “รู” ของตาข่ายหมายถึงอะไร? และจะหามันพบได้อย่างไร?

ตอบ มองดูที่ตาข่าย และความขัดแย้งมากมายของมัน

เธอได้แต่ทำแล้วแก้ ในทุกสิ่งทุกอย่าง

เธอต้องการสันติภาพ ความรัก ความสุข และทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้เกิดความเจ็บปวด ความเกลียด และสงคราม

เธอต้องการให้อายุยืนและเธอกินมากกินต้องการ เธอต้องการมิตรภาพและเธอเอาเปรียบ

จงมองดูตาข่ายของเธอว่ามันถูกถักทอด้วยความขัดแย้งเหล่านี้ และเอามันออกไป – แค่เธอเห็น มันก็จะไปเอง


ถาม ถ้าการที่ผมมองเห็นความขัดแย้งแล้วทำให้มันไป นั่นไม่ใช่ปรากฏการณ์ของเหตุและผลดอกหรือ?

ตอบ เหตุปัจจัย แม้ในเชิงมโนทัศน์ ไม่สามารถใช้ได้กับความสับสนวุ่นวาย


ถาม ความต้องการ มีความเป็นเหตุปัจจัยมากน้อยแค่ไหน?

ตอบ มันเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุ

สรรพสิ่งมีเหตุปัจจัยจำนวนมหาศาล

แต่ต้นกำเนิดของทั้งหมดที่มีคือ “โอกาส” “ความเป็นจริงสูงสุด” ซึ่งมีอยู่แล้วภายในเธอ และกระจายพลังงานและแสงสว่างและความรักออกมาต่อทุกประสบการณ์

แต่ต้นกำเนิดนี้ไม่ใช่เหตุปัจจัย และไม่มีเหตุปัจจัยใดๆที่เป็นต้นกำเนิด

ด้วยสิ่งที่กล่าวมานี้ เราจึงบอกเธอว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีเหตุ

เธออาจลองสืบค้นดูว่าสิ่งต่างๆเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เธอจะไม่สามารถหาพบว่า ทำไมสิ่งหนึ่งจึงเป็นอย่างที่มันเป็น

สิ่งหนึ่งเป็นอย่างที่มันเป็น เพราะจักรวาลเป็นอย่างที่มันเป็น




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน I am THAT



ความเห็น (0)