7. ใจ

7. ใจ


ถาม มีหนังสือที่น่าสนใจมาก เขียนโดยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ เน้นเรื่องการปฏิเสธมายาของโลก (แต่ไม่ปฏิเสธว่ามันมีอยู่เพียงชั่วขณะของมัน)

ตามความเห็นของพวกเขา มีภพภูมิต่างๆจากชั้นต่ำสุดถึงชั้นสูงสุด ความซับซ้อนของชีวิตในแต่ละภพภูมิสะท้อนให้เห็นถึงความลึก ความกว้าง และความเข้มของวิญญาณรู้ซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด

ทุกภพภูมิอยู่ภายใต้กฏสูงสุดเพียงกฏเดียว – วิวัฒนาการของรูปเพื่อการเติบโตและการเพิ่มคุณค่าของความรู้ตัว และการสำแดงของศักยภาพที่เป็นอนันต์ของความรู้ตัว

ตอบ อาจเป็นหรืออาจไม่เป็นเช่นนั้น

แม้มันเป็นเช่นนั้นจริง มันก็เป็นตามความคิดเห็นของใจ  แต่อันที่จริงแล้ว จักวาลทั้งหมดมีอยู่ในรูปของความรู้ตัวเท่านั้น เราเชื่อในเรื่องของความจริงสูงสุด

ความรู้ตัวเกิดขึ้นในสรรพสิ่งที่บริสุทธิ์ โลกก่อตัวขึ้นและดับหายไปภายในความรู้ตัว

สรรพสิ่งที่มีอยู่คือ “ฉัน” สรรพสิ่งที่มีอยู่คือ “ของฉัน”

ก่อนที่สรรพสิ่งจะเกิดขึ้น หลังจากสรรพสิ่งดับลง – “ฉันเป็น”

สรรพสิ่งปรากฏอยู่ในฉัน อยู่ใน “ฉันเป็น” ซึ่งส่องสว่างอยู่ภายในทุกชีวิต

แม้การไม่เป็นก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีฉัน

สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้น ฉันต้องอยู่ที่นั่นเพื่อรับรู้มัน


ถาม ทำไมท่านจึงปฏิเสธความมีอยู่ต่อโลก?

ตอบ ฉันไม่ได้ปฏิเสธโลก

ฉันเห็นมันเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นในวิญญาณรู้ ซึ่งเป็นทั้งหมดของสิ่งถูกรู้ภายในความไม่มีขอบเขตของสิ่งที่ไม่สามารถรู้ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงเป็นแค่การปรากฏ

กล่าวได้ว่า โลก เป็นได้แค่ปรากฏ ไม่ได้ให้เป็น

การปรากฏอาจมีอยู่อย่างยาวนานในบางสเกลของเวลา และสั้นมากในสเกลอื่น แต่ท้ายที่สุด มันไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน

สิ่งใดๆที่ขึ้นกับเวลา มีความปรากฏเพียงชั่วขณะ และไม่มีอยู่จริง


ถาม แน่นอนว่าท่านเห็นความเป็นจริงของโลกแม้มันมีอยู่รอบตัวท่าน

แต่ท่านก็ดูจะประพฤติตนตามปกติธรรมดา

ตอบ นั่นเป็นสิ่งที่เธอมองเห็น

สิ่งที่เธอคิดว่าครอบครองสนามทั้งหมดของความรู้ตัว เป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองเล็กๆในความรู้ตัวของฉัน

โลกมีอยู่ แต่เพียงชั่วขณะ

ความทรงจำของเธอทำให้เธอคิดว่าโลกดำเนินไป

สำหรับตัวฉัน ฉันไม่ได้อยู่ด้วยความทรงจำ

ฉันเห็นโลกอย่างที่มันเป็น – สิ่งปรากฏเพียงชั่วขณะในความรู้ตัว


ถาม ในความรู้ตัว “ของท่าน” หรือ?

ตอบ ความคิดว่า “ฉัน” และ “ของฉัน” หรือแม้แต่ “ฉันเป็น” ล้วนอยู่ภายในความรู้ตัว


ถาม ถ้าอย่างนั้น “ความมีอยู่ที่แท้จริง” ของท่าน ก็เรียกว่าเป็น “สิ่งที่ไม่ใช่ความรู้ตัว” ใช่หรือไม่?

ตอบ ความคิดเกี่ยวกับ “สิ่งที่ไม่ใช่ความรู้ตัว” ก็มีอยู่ในความรู้ตัวเท่านั้น


ถาม ถ้าอย่างนั้น ท่านรู้ได้อย่างไรว่าท่านอยู่ในสภาวะสูงสุด

ตอบ เพราะฉันอยู่ในสภาวะนั้น

มันเป็นสถานะตามธรรมชาติเพียงสภาวะเดียวเท่านั้น


ถาม ท่านจะอธิบายได้ไหมว่ามันเป็นอย่างไร

ตอบ การอธิบายทำได้แค่เพียงการบรรยายเชิงปฏิเสธ มันไม่มีสาเหตุ มันเป็นอิสระ มันไม่สัมพันธ์กับสิ่งใด มันไม่มีการแบ่งแยก มันไม่มีองค์ประกอบ มันไม่สั่นคลอน มันไม่มีคำถาม ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยความพยายาม

ทุกคำบรรยายเชิงบวกล้วนมาจากความทรงจำ ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ได้

แม้เช่นนั้น สภาวะของฉันเป็นจริงอย่างสูงสุด จึงเป็นไปได้ เข้าถึงได้ บรรลุได้


ถาม แล้วท่านไม่ได้แช่อยู่อย่างไร้กาลเวลาในสิ่งที่เป็นนามธรรมนี้หรือ?

ตอบ นามธรรมมีอยู่ทางใจและทางคำพูดและดับลงในเมื่อหลับ หรือเมื่อสลบ มันจะปรากฏขึ้นใหม่ในกาลเวลา แต่ฉันอยู่ในสภาวะของฉัน ไม่มีกาลเวลา อยู่ในปัจุบัน

อดีตและอนาคตเป็นแค่ความคิดของใจ – ฉันคือ “ปัจจุบัน”


ถาม โลกก็เป็น “ปัจจุบัน” เช่นกัน

ตอบ โลกไหนหรือ?


ถาม  โลกที่อยู่รอบตัวเรา

ตอบ นั่นเป็นโลกของเธอที่เธอมีอยู่ในใจ ไม่ใช่โลกของฉัน

เธอจะรู้อะไรเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อสิ่งที่ฉันพูดกับเธอถูกตีความอยู่ในโลกของเธอเท่านั้น?

เธอไม่มีเหตุผลใดที่จะเชื่อว่าโลกของฉันเหมือนกันทุกประการกับโลกของเธอ

โลกของฉันเป็นจริง ถูกต้อง ตามการรับรู้ แต่โลกของเธอเกิดขึ้นและดับไป ตามสภาวะของใจของเธอ

โลกของเธอเป็นสิ่งประหลาด และเธอกลัวมัน

โลกของฉันคือตัวฉันเอง

ฉันอยู่ที่บ้าน


ถาม ถ้าท่านคือโลก แล้วท่านจะรู้มันได้อย่างไร?

ผู้รู้ควรจะต้องแตกต่างจากสิ่งที่ถูกรู้มิใช่หรือ?

ตอบ ความรู้ตัวและโลก เกิดขึ้นและดับไปด้วยกัน ดังนั้นมันจึงเป็นสองลักษณะของสภาวะเดียวกัน


ถาม ขณะหลับ ผมไม่มีอยู่ และโลกก็ดำเนินไป

ตอบ เธอรู้ได้อย่างไร?


ถาม เมื่อผมตื่นขึ้น ผมเริ่มรับรู้ ความทรงจำบอกผม

ตอบ ความทรงจำอยู่ในใจ ใจยังคงทำงานแม้ขณะหลับ


ถาม ส่วนหนึ่งของใจหยุดทำงานชั่วคราว

ตอบ แต่ภาพของโลกในใจไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

ตราบใดที่ใจยังมีอยู่ ร่างกายของเธอและโลกก็มีอยู่

โลกของเธอสร้างขึ้นด้วยใจ จับต้องได้ ล้อมรอบไว้ด้วยใจ แบ่งแยกเป็นส่วนๆ มีอยู่ชั่วคราว เต็มไปด้วยอ้ตตา แขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆของความทรงจำ


ถาม โลกของท่านเป็นเช่นนี้เหมือนกันหรือเปล่า?

ตอบ ไม่เลย ฉันอยู่ในโลกของความเป็นจริง ในขณะที่โลกของเธอเป็นเพียงจินตนาการ

โลกของเธอเต็มไปด้วยอัตตาตัวตน เป็นส่วนตัว ไม่สามารถแบ่งปันกับใคร เป็นของเธออย่างแนบแน่น

ไม่มีใครสามารถเข้าไปในโลกของเธอ มองเห็นอย่างที่เธอเห็น ได้ยินอย่างที่เธอได้ยิน รู้สึกอย่างที่เธอรู้สึก และคิดอย่างที่เธอคิด

ในโลกของเธอ เธอโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง ปิดล้อมอยู่ในความฝันของเธอที่เปลี่ยนแปลงไปไม่สิ้นสุด ซึ่งเธอเชื่อมั่นไปตลอดชีวิต

โลกของฉันเปิดกว้าง เป็นส่วนกลางสำหรับทุกคน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ในโลกของฉันมีชุมชน มีความเห็นแจ้ง มีความรัก มีคุณภาพอย่างแท้จริง ปัจเจกคือทั้งหมด ทั้งหมด – มีอยู่ในปัจเจก

ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว และความเป็นหนึ่งเดียวคือทั้งหมด


ถาม โลกของท่านเต็มไปด้วยผู้คนและสิ่งของเหมือนของผมหรือเปล่า?

ตอบ ไม่ มันเต็มไปด้วยตัวฉันเอง


ถาม แต่ท่านเห็นและได้ยินเหมือนพวกเราไหม?

ตอบ เหมือนกัน เมื่อมองจากภายนอก จะดูเหมือนว่าฉันได้ยิน และเห็น และพูด และกระทำ แต่สำหรับฉัน มันเป็นสิ่งที่เพียงแค่เกิดขึ้น เหมือนกับการย่อยอาหาร หรือการมีเหงื่อของเธอ ที่ก็เพียงแค่เกิดขึ้น

กลไก กาย-ใจ ดูแลมัน แต่ไม่มีฉันเข้าไปเกี่ยวข้อง

เหมือนกับที่เธอไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับผมที่งอกยาว ฉันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับคำพูดและการกระทำ

มันแค่เกิดขึ้นและไม่เกี่ยวข้องกับฉัน เพราะในโลกของฉัน ไม่มีสิ่งใดที่ผิดพลาด


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน i am that 6



ความเห็น (0)