คุณผู้อ่าน..คงคิดว่าผมจะพูดถึงบทเพลงลูกทุ่งที่อมตะ เมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่..ผมร้องไห้จริงๆ และร้องไห้กับลูกศิษย์ของผม..
เดือน..นักเรียนหญิงชั้น ป.๔ ทำไมเธอเข้มแข็งนัก?..เธอบอกผมหมดทุกอย่าง ทุกคำถามของผม เดือนมีคำตอบให้ชัดเจน ไม่มีปิดบัง..เธอเดินกลับไปห้องเรียนแล้ว แต่ผมยังนั่งน้ำตาซึม สงสารเธอขึ้นมาอย่างจับใจ..
“ตอนนี้..เป็นไงบ้าง” ผมเรียกเธอมาถาม
“หนูรู้สึกเหนื่อยค่ะ..บางวันก็ไม่ค่อยมีแรง”
เดือนมีปอดเพียงข้างเดียว..ร่างกายเธอไม่แข็งแรงมาตั้งแต่อายุ ๒ ขวบ เธอไม่เคยพบความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ..พ่อเสพยาบ้า..ถูกตำรวจจับ ไปบำบัดที่ค่ายทหารลาดหญ้า แม่ไปมีสามีใหม่..เดือนอยู่กับดาว ผู้เป็นพี่สาวที่จบ ป.๖ได้สามปี ไม่ได้เรียนต่อ ทั้งสองคนอยู่กับปู่และย่า ในบ้านที่เก่าซอมซ่อ ท้ายหมู่บ้าน....
เดือน..มีชีวิตประจำวันที่ขาดทั้งพ่อและแม่ ..ดาว..ก็ต้องดิ้นรนไปทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ เช่าบ้านอยู่กับย่า ทิ้งให้เดือนอยู่กับปู่..ที่ขาพิการทั้งสองข้าง ต้องนั่งรถเข็ญตลอดเวลา
“นอกจากปู่แล้ว..ในบ้านมีใครอีก” ผมถามเดือน
“มีอาทร..ค่ะ เป็นน้องของพ่อ ทำงานร้านน้ำแข็ง” เดือนคงหมายถึงอาผู้ชาย มีอาชีพรับจ้าง ที่คอยดูแลทั้งพ่อและหลานสาว..
อาทร..เป็นคนพาเดือนไปโรงพยาบาลที่เมืองกาญจน์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นการไปตามที่หมอนัด ครั้งที่ ๒...
ผมยังจำภาพวันนั้นได้..วันที่เดือนไปนอนโรงพยาบาลเลาขวัญ เมื่อต้นเดือนมีนาคม ในสภาพซูบผอม หน้าตาซีดเซียว ..เดือนบอกผมว่า..อาเจียน เหนื่อยหอบและปวดหัวมาก
หมอส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด..จากนั้นก็ปิดเทอม..ได้ข่าวว่าดาว..มารับเดือนไปอยู่ด้วย พอเปิดเทอม เดือนก็มาเรียนตามปกติ..แต่ปีนี้ เดือนไม่แจ่มใสเลย พูดน้อยลง เรียนและเล่นดนตรีแบบไม่มีสมาธิ..ที่เหมือนเดิมก็คือ..ดวงตาและใบหน้าซีดเซียว
“เดือน..ตอนที่ไปโรงพยาบาลที่เมืองกาญจน์ครั้งแรก หมอเอ็กซเรย์..หมอบอกเดือนหรือเปล่าว่าเดือนเป็นอะไรกันแน่..”
“บอกค่ะ..หมอบอกว่า..หนูเป็นเนื้องอกในปอดค่ะ” เดือนตอบอย่างมั่นใจ
“หนูเป็นมานานหรือยัง”
“ตั้งแต่อายุ ๒ ขวบค่ะ”
ผมนึกถึงสภาพครอบครัวของเดือนขึ้นมาทันที..ทั้งปู่และพ่อของเดือน สูบบุหรี่หนักมาก..แต่มันจะใช่สาเหตุหรือเปล่า..ช่างเถอะ..ตอนนี้ผมไม่อยากสนใจแล้ว ดูแลเดือนที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า..
“เดือน..แล้วที่หนูขาดเรียน ไปหาหมอครั้งหลังสุดนี้ล่ะ หมอว่าไรบ้าง..”
“หมอไม่ได้ว่าไรค่ะ ให้ยาอย่างเดียว..หมอบอกยังทำไรให้ไม่ได้ ต้องไปเอาประวัติที่โรงพยาบาลศิริราชค่ะ”
ผมงุนงงไปพักนึง..เดือน..มีปัญหาที่ปอดอย่างรุนแรง..เวลาผ่านไปเกือบ ๑๐ ปี ที่ทำให้เธอทุกข์ทรมาน..วันนี้คุณหมอพบก้อนเนื้อแล้ว..แต่ยังจะขอดูประวัติของคนไข้อนาถา..ที่ขาดทั้งพ่อและแม่..
“แล้วอาทร..ของเดือน..เขาจะไปเอาประวัติที่ศิริราชเมื่อไหร่” ผมถาม
“ยังไม่รู้เลยค่ะ อาทรยังไม่มีเงินและไม่ค่อยมีเวลาด้วยค่ะ” เดือนตอบผม ด้วยใบหน้าเรียบเฉย..เหมือนเด็กที่รอคอย..อย่างไร้ความหวัง..
ผมส่งถุงกับข้าวให้เดือน พร้อมถุงเห็ดนางฟ้า ให้เดือนไปทำกับข้าวมื้อเย็น..บอกเดือนว่า มีอะไรก็บอกครู แล้วครูจะไปเยี่ยมบ้าน..
“เดือน..เด็กหญิงอริตา วงศ์สุวรรณ..หนูต้องอดทนนะ ต้องเข้มแข็ง ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บให้ได้ หนูต้องก้าวต่อไป อย่าท้อ..ครูจะอยู่เคียงข้างหนู..ถึงแม้นามสกุลที่ยิ่งใหญ่ของหนู.. จะช่วยอะไรหนูไม่ได้..ครูนี่แหละ..จะช่วยหนูเอง..”
เดือน..ไม่ได้ยินที่ผมพูด..เพราะความรู้สึกของผม..ทำให้พูดอะไรไม่ออก แต่ผมคิดเช่นนั้นจริงๆ..ฉับพลันน้ำตาผมก็ร่วงหล่น..สงสารเดือนขึ้นมาอย่างจับใจ...
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐
-สวัสดีครับท่าน ผอ.
-อ่านเรื่องของเดือนแล้วสงสารจับใจ
-ขอเป็นกำลังใจให้กับเดือนนะครับ
-น้ำตาซึมไปกับเรื่องเล่าของเดือนขอรับ..