ตั้งใจจะบันทึกเรื่องราวที่เป็นความรู้สึกที่ดีนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้พอจะบันทึกลงในอนุทินกลับกลายเป็นได้บทกวีมาอีก หลังบันทึกบทกวีไปเรียบร้อยจึงไม่รอช้ารีบเขียนบันทึกนี้ก่อนเวลาจะผ่านไปและทำลายความทรงจำความรู้สึกดีๆนี้ไปเสียก่อน
ความรู้สึกดีๆที่ว่านี้จะเรียกว่า "ความสุข" ก็ว่าได้คงไม่เป็นการเข้าข้างตัวเองมากเกินไป มันเป็นความสุขที่เกิดขึ้นโดยที่เราสร้างมันขึ้นมาเอง เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนตีห้าครึ่ง ความคิดที่ย้ำเตือนว่าจะไปทำงานหากไม่ขี้เกียจ แต่ใจหนึ่งก็บอกว่าไม่น่าจะเรียกว่าความขี้เกียจหรอก เพราะงานมันน้อยมาก น้อยพอที่เด็กๆก็น่าจะทำกันได้ เอาอยู่ มีคนไปมากพอและมีหัวหน้างานไปดูแลแล้วหนึ่งคน จึงคิดว่าใจที่ถกเถียงกันมันมาจากใจหนึ่งคือความรับผิดชอบใจหนึ่งคือความอยาก เพราะการไปทำวันเสาร์เป็นรายได้พิเศษที่เบิกได้นั่นเอง
เมื่อชั่งใจได้ดังนั้น ก็ยังไม่ตัดสินใจเด็ดขาดเสียทีเดียว แต่ออกวิ่งให้ได้เหงื่อตามรอบการวิ่งในแต่ละวัน ปล่อยให้เวลามันหมุนผ่านไปเลยเวลาที่จะต้องไปทำงาน เมื่อเวลามันผ่านเลยแปดโมงไปก็ตกลงใจไปเองว่าไม่ไปทำงานแล้ว ไม่ต้องมานั่งชั่งใจคิดโน่นนี่นั่นให้เกิดความกังวลให้รำคาญใจทำไม
เปิดทีวีดูรายการเปิดตำนานของอาจารยฺเผ่าทอง ทองเจือ ดูสาระความรู้เพลินจนกระทั่งแม่บ้านตื่นขึ้นมาซักผ้า ทำกับข้าว ผู้เขียนนั่งถอนหญ้าแห้วหมูและหญ้าอื่นๆที่เกิดแซมกรวดที่เทสวนน้อยหน้าบ้าน ดึงไปถอนไปคุยเรื่องราวต่างๆกับคุณแม่บ้าน ขณะที่ลูกสาวยังนอนอยู่บนห้อง ส่วนเจ้าทอฟฟี่ก็วิ่งเข้าออกตามประสาหมา มันคงดีใจที่วันนี้ไม่มีใครออกไปทำงาน ผู้เขียนถอดเสื้อที่ชุ่มเหงือ่ออก ลมตอนเช้าพัดผ่านให้รู้สึกเย็นดีนัก เมือ่ถอนหญ้าหมดแล้วก็พอดีที่แม่บ้านซักผ้าที่ต้องใช้มือซักเสร็จก็เป็นหน้าที่ผู้เขียนที่จะต้องใช้น้ำในกะละมังสำหรับถูบ้านต่อ
"ขออนุญาตเก็บกวาดนิดหนึ่งนะคร้าบ" ผู้เขียนหยอกลูกสาวที่นอนเล่นสมาร์ทโฟนอยู่ "อ้าวหนูกวาดไปแล้วนะคะพ่อ เมื่อวาน" ลูกสาวตอบโดยไม่หันหน้ามามอง "อ้าวเหรอ ถึงว่าทำไมวันนี้ดูเส้นผม ผงขยะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ อืม..นะ"
"ไม่น่าเชื่อว่า ลูกสาวจะเก็บกวาดบ้าน" ผู้เขียนเดินลงมาพูดกับคุณแม่บ้าน "เหรอ เอ้อ..."คุณแม่บ้านตอบแบบไม่อยากเชื่อเช่นกัน "ฮ่า ฮ่า ฮ่า"ผู้เขียนหัวเราะแบบทำให้ขำๆ
หลังถูบ้านเสร็จผู้เขียนก็อาบน้ำ ส่วนคุณแม่บ้านยังขลุกอยู่ในครัว ทำกับข้าว มีแกงเลียง หมูทอด นึ่งปลา ดูเธอมีความสุขที่ได้ทำกับข้าว หลังอาบน้ำเสร็จให้รู้สึกสบายตัวที่ไม่เหนียวเหนอะหนะ คุณแม่บ้านทำกับข้าวเสร็จก็ถามว่าจะกินกันเลยมั๊ย ลูกสาวบอกว่าขออาบน้ำก่อน
หลายสัปดาห์แล้วล่ะที่เราไม่ได้กินข้าวเช้าวันเสาร์พร้อมหน้ากัน ทั้งตอนเช้าวันเสาร์ที่ต่างก็ไปทำงาน ตอนเย็นที่ต่างก็เลิกงานไม่ตรงกันผู้เขียนรู้สึกคุ้มมากที่หยุดงานในวันนี้ รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆ ส่วนคุณแม่บ้านก็เหมือนเธอจะมีความสุขเช่นกันที่ได้ทำกับข้าวให้พวกเราได้กิน เธอฮัมเพลงเบาๆระหว่างทำกับข้าว พวกเราพ่อแมาลูกได้นั่งร่วมโต๊ะอาหาร ได้ชิมรสชาติอาหารที่แม้นผู้เขียนจะเล่าให้ลูกสาวฟังว่า เจออาหารที่เค็มกว่าฝีมือแม่อีก ไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนที่ทำอาหารที่เค็มกว่าแม่ได้ ซึ่งทำให้คุณแม่บ้านค้อนแล้วค้อนอีก ผู้เขียนเคยแหย่เรื่องความเค็มของอาหารบ่อยๆ แต่เธอก็ไม่โกรธ ดูเธอจะภูมิใจ้สียอีกที่มีคนคอยติและก็กินจนหมดทุกๆครั้งเช่นกัน
หลังอาหารชวนลูกสาวให้พาเจ้าทอฟฟี่ไปฉีดยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจประจำเดือน ไปถึงโรงพยาบาลสัตว์ระหว่างรอในห้องทีวีจอใหญ่ชัดมากแต่ฟังเสียงไม่รู้เรื่องด้วยมีป้าคนหนึ่งเปิดสมาร์ทโฟนเสียงดังมากจนกลบทุกๆเสียงในห้องนั้นโดยมนุษย์ป้าเองไม่สนใจเลยว่าใครเขาจะว่าไง ผู้เขียนจึงเดินออกมานอกห้องไปเดินเลินหน้าดรงพยาบาลระหว่างนั้นมีเจ้าของหมาตัวหนึ่งพามาหาหมอ บอกว่ามันไอมาสามสี่วันแล้ว แกปล่อยให้เจ้าตูบเดินลงจากรถเอง ก่อนแกจะเรียกให้เดินตามเข้าโรงพยาบาลไป ดูลุงแกคุ้นเคยโรงพยาบาลแห่งนี้มาก เจ้าหมาก็เดินตามอย่างว่าง่าย พอมาถึงเคาน์เตอร์พนักงานก็ถามว่าชื่ออะไร ลุงตอบกลับไปว่าชื่อแป็บซี่ พนักงานถามต่อว่าบ้านเลขที่เท่าไหร่ ลุงลังเลนิดหนึ่งก่อนจะตอบกลับไปว่า บ้านเลขที่เดียวกันกลับเจ้า โคล่า นั้นล่ะ ที่เคยมาบ่อยๆน่ะ ผู้เขียนอดยิ้มไม่ได้ลุงเข้าใจตั้งชื่อหมานะ ชื่อ แป็บซี่-โคล่า แต่จำบ้านเลขที่ตัวเองไม่ได้ 555
ผู้เขียนไปกระซิบเล่าให้ลูกสาวฟังลูกสาวหัวเราะขำใหญ่ 555
เป็นเช้าวันเสาร์ เช้าวันหยุดที่มีความสุข และเป็นความสุขที่ผู้เขียนคิดว่าเราหาได้มาไม่ยาก ไม่ต้องซื้อหรือลงทุนอะไรมาก
เป็นความสุขที่เราสร้างขึ้นมาเองได้
ผู้อ่านคิดเช่นนั้นไหมครับ
...................

ครอบครัวอบอุ่น อ่านแล้วมีความสุขไปด้วยค่ะ
ขอบคุณครับพี่แก้ว
-สวัสดีครับ
-ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเรานะครับ
-อบอุ่นทุกครั้งที่ได้อ่านบันทึกดีๆ เช่นนี้ขอรับ
มีข้าวผัด จานด่วน มาฝาก ..ขอให้กินอย่างมีความสุข..นะเจ้าคะ...