กลับมาตามหัวใจที่เคยคิดว่าสูญหาย..เมื่อพบแล้วแต่ถ้าไม่รู้จักวิธีทนุถนอมก็จะเหมือนกับหาไม่เคยเจอ
- พี่ที่สนิทคนหนึ่งซึ่งเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไปเมื่อปีที่แล้ว..ปรารภเบาอย่างเศร้าๆว่าปีนี้วังเวงใจมากเลยเพราะไม่มีคุณพ่ออยู่อีกแล้ว
- ไปเดินห้างพบประกาศหน้าลิฟท์เชิญชวนให้ร่วมกันซื้อสินค้ารณรงค์การทำความดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน..
- เตรียมงานด้านการแสดงมีการเสนออยากให้มีเพลงเกี่ยวกับ"พ่อ"เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเพลงซึ่งเลือกว่าจะนำเพลงของขวัญจากก้อนดินมาร้องในวันนั้น
- กลับไปรื้อของที่บ้านพบเสื้อเชิ้ร์ตผู้ชายสองตัวมีจดหมายเล็กเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อปีสี่เจ็ดว่าจะซื้อฝากพี่ชายต่างแม่ส่งไปให้พ่อ..แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เจอหรือพบพี่คนนี้เลย
- วันพ่อสำหรับตัวเองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนคือไม่เคยมีพ่อมาอยู่ร่วมงานด้วย..ไม่ใช่ว่าไม่มีท่านอยู่ที่ในโลกนี้แต่เหมือนใจค้นหาตัวตนและความหมายของพ่อไม่พบเสียล่ะมากกว่า...
- นึกย้อนไปถึงตอนเด็กวัยเรียนประถมต้นครูสั่งให้เขียนบทความวันพ่อ..เขียนไม่ได้เขียนไม่ออก..ถูกครูตีและดุว่าเธอเป็นอะไรทำไมทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา..ทำไมถึงไม่เขียนบทความเรื่องนี้มาส่ง...ตอนนั้นมันอธิบายไม่ได้ยอมให้ครูมองว่าเราขี้เกียจไม่รับผิดชอบงานดีกว่าฝืนใจเขียนในสิ่งที่ไม่ได้รู้สึกหรือเป็นอยู่..แต่เมื่อได้ยินเพลงของRSช่วงวันแม่ที่ให้น้องๆบ้านเด็กกำพร้าร่วมร้องด้วยมันก็ได้คำตอบในใจว่าเรื่องพ่อนี่มันเป็นUnfinish Businessอย่างหนึ่งของตัวเรา..ขอบคุณเวลาที่ทำให้เราเติบโตขึ้นและมองเห็นมุมที่ต่างจากมุมที่เคยเห็นยามเด็กๆ
- เคยได้ไปตามหาพ่อตัวจริงเมื่อสี่ปีก่อนไปปิดบัญชีใจในด้านลบที่มีกับพ่อ..ได้อยู่ดูแลพ่อแม้เพียงช่วงสั้นๆแต่มันก็มีความจำที่ดีมาก..พ่อชวนให้มาอยู่ใกล้แต่ไม่ได้รับปากเพราะปัญหาคือแม่คงไม่ยอมให้มาแน่นอน.
- .พ่อที่เป็นจริงกับพ่อในความคิดคำนึงนั้นต่างกันอยู่ไม่น้อย..พ่อที่ได้มาเจอยามเติบโตเป็นพ่อในวัยสูงอายุแม้จะดูแข็งแรงแต่ก็เชื่องช้าดูไม่ปราดเปรียวเจ้าสำราญเหมือนอย่างภาพที่แม่บอก..ความสุขอย่างหนึ่งของพ่อในวันนี้คือการไปวัดป่าข้างบ้านใส่บาตรและฟังธรรมในทุกวันพระ..พ่อบอกคิดถึงพวกเราเสมอแต่พ่อไม่กล้าไปติดต่อเพราะกลัวเราจะไม่ต้อนรับหรือจำพ่อไม่ได้ก็คงเหมือนกันกับเราที่ไม่กล้าไปหาพ่อในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมาเพราะเราเองก็กลัวว่าพ่อคงลืมเราไปแล้วและครอบครัวใหม่ของพ่อจะอึดอัดหรือเกิดปัญหาหรือเปล่าหากเราไปหา..
- การหาพ่อตัวจริงพบทำให้ฉันสามารถเขียนและพูดเรื่อง"พ่อ"ได้มากขึ้น..อยากส่งการบ้านให้คุณครูชั้นประถมท่านนั้นใหม่อยากบอกคุณครูว่าที่เขียนไม่ได้ตอนนั้นเพราะหนูคิดอย่างไรอยากบอกว่าก่อนจะลงโทษเด็กที่ไม่สามารถเขียนหรือเล่าเรื่องครอบครัวของตัวเขาได้นั่นเป็นเพราะเขาสับสนและมีความเจ็บปวดที่จะพูดถึงมันออกมาได้อย่างปกติ..คุณครูอาจจะต้องช่วยแนะแนวที่เด็กสามารถคิดและสื่อสารถึงความรู้สึกในใจไม่ว่าเขาคิดเห็นหรือรู้สึกต่างจากเด็กอื่นๆแต่มันก็คือบทเรียนชีวิตบทหนึ่ง..การเอาเรียงความวันพ่อวันแม่ของเด็กมาประกวดกันในชั้นเรียนบางทีมันก็เหมือนดาบสองคมด้านหนึ่งมองเป็นการส่งเสริมและปลูกฝังความกตัญญูแต่ในอีกด้านสำหรับเด็กที่มีปัญหาแล้วอาจมอง/รู้สึกว่าโจทย์เรียงความวันพ่อวันแม่ของคุณครูเหมือนมีดกรีดแผลที่ยังปิดไม่สนิทของเขาทุกปีปีละสองหนเลยก็เป็นไปได้..
- วันพ่อปีนี้ไม่ได้อยู่กับแม่และพ่อ..เพราะติดราชการไปประชุมที่เชียงใหม่..คิดว่าช่วงปีใหม่ถ้าแม่สุขภาพดีขึ้นไม่มีอาการเป็นไข้หรือปวดเข่ามากๆจะขอแวบไปหาพ่อสักสองสามวันอยู่ฉลองคริสต์มาสกับพ่ออีกสักหน..งวดนี้รู้แล้วว่าพ่อชอบกินกับข้าวรสชาติออกไปทางหวานนิดๆก็จะเตรียมหมี่กรอบกับปลาตะเพียนต้มส้มเจ้าอร่อยติดไปฝาก..เขียนไปด้วยใจที่มีความหวังอยากจะได้กราบและทำกับข้าวให้พ่ออีก...
อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณ seanqia
อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณกฤษณา
อ่านแล้วเพิ่งรู้ว่าคุณกฤษณามีลูกโตเป็นวัยรุ่นแล้ว..นึกว่ายังเพิ่งแต่งงานหรือเป็นโสด(แซวนิดๆ)เพราะดูแอคทีฟมีไฟใฝ่การเรียนมากๆ..
ขอบคุณที่มาลปรร.ด้วยกันค่ะ
ทักทายกับสมาชิกในครอบครัวคุณกฤษณาเผื่อSEANGJAด้วยค่ะ..ขอให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงดีทุกคนค่ะ
สวัสดีค่ะ บันทึกนี้กรีดมาถึงหัวใจดิฉันด้วย…โจทย์เรียงความวันพ่อของคุณครูเหมือนมีดกรีดแผลที่เลือดพร้อมจะไหลของดิฉันและพี่ ๆ ทุกปี …..ถ่ายทอดเยี่ยม จริงๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ ….คุณพ่อของดิฉันท่านเสียไปแล้ว…..เมื่อ 4 ปีก่อน….
เรียน คุณ seanqia ค่ะ
คุณเมตตาคะ
เวลาและการเข้าใจซึ่งความเป็นปุถุชนคนหนึ่งของตัวเราและพ่อแม่เป็นเหมือนกับยาสมานแผลที่สำคัญ...ในความเข้าใจของseangjaที่มองปัญหาแผลใจเกี่ยวกับพ่อของตัวเองในวันนี้ มองว่า..อาจเป็นเพราะเรามักจะลืมคิดไปว่าพ่อแม่เราท่านก็เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่งมีคิดผิดคิดถูกหรือปฏิบัติต่อตัวเราไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกใจได้เช่นเดียวกันกับบุคคลอื่นๆที่ในชีวิตเราได้เจอ/เกี่ยวข้อง..แต่เป็นความคาดหวังและยึดติดที่ไม่เป็นจริงมันจึงเหมือนอาวุธที่ทำร้ายใจของตัวเราให้เป็นทุกข์และติดลบในใจคะ..
ขอบคุณที่ได้ร่วมลปรร.ด้วยกันค่ะ
เรียน คุณ seanqia ค่ะ
คุณกฤษณาคะ
อ่านเรื่องเล่าล่าสุดของคุณกฤษณาแล้ว..สดชื่นและอิ่มเอมใจตามไปด้วย..ดิฉันเองตอนนี้รอชาร์ตแบตโทรศัพท์ให้เสร็จก่อนแล้วจะโทรไปคุยกับประธานบอร์ดในบ้าน(แม่กับน้า)..กับพ่อใช้วิธีการเขียนจดหมายค่ะ..เหตุเป็นเพราะเบอร์มือถือพ่อหายไปพร้อมกับโทรศัพท์เครื่องเดิม..ขอบคุณที่เยี่ยมเยียนค่ะ...
ขอให้แบต.เต็มไวๆนะคะ
อ่านบันทึกนี้แล้ว ก็คิดถึงพ่อให้มุมที่เราไม่เคยมองท่าน อย่างไรก็ตามในวันพ่อปีนี้เป็นวันเกิดแม่ด้วยก็จะกลับบ้านไปเยี่ยมท่านและเป็นเด็กดีของท่านค่ะ
คุณปวีณา
มาช้าดีกว่าไม่มาค่ะ..ขอบคุณล่วงหน้าไว้ก่อนก็แล้วกันนะคะ..(สำหรับเรื่องทัวร์สุพรรณ..ใครจะไปด้วยกันยกมือขึ้น..)
ขอโทษที่เข้ามาตอบกลับช้าเช่นกันค่ะ..เมื่อวานก่อนกลับไปดูแลญาติผู้ใหญ่(น้า)มาเช่นกันค่ะ
อ่านวิธีการสืบค้นปัญหาของอจ.ปวีณาแล้วรู้สึกดีใจแทนเด็กๆลูกศิษย์ของอจ.เช่นกันค่ะ.
.ที่จริงบันทึกนี้ลังเลใจอยู่มากที่จะเล่าเพราะค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัวและอาจถูกมองได้หลายแง่มุม..แต่เหตุผลหลักที่บันทึกเพราะ๑.อยากกลับไปหาพ่อในวันพ่อสักครั้งนึงแต่ติดราชการไปไม่ได้ก็เลยขออนุญาตบอกความในใจที่มีต่อพ่อผ่านทางบันทึกนี้ ๒.แม้จะเลยวัยเรียนมานานแต่เพราะยังมีการบ้านที่ค้างใจกับคุณครูท่านหนึ่ง..อยากปิดบัญชีใจของตนเองค่ะและก็ไม่อยากให้เด็กหรือคนอื่นๆที่มีUnfinnish Business คล้ายๆกันกับเราได้ปิดเรื่อง/งานที่ค้างใจด้วย ๓.ทดสอบตนเองที่ว่าแผลหายไปแล้วหายสนิทมากน้อยแค่ไหน..ผลทดสอบก็โอเคดีแล้วค่ะ..๔.เหมือนเป็นพันธะสัญญาไม่ให้ละเลยการดูแลบุพการีของตนแม้ท่านอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันกับเรา
ขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ร่วมลปรร.ค่ะ
คุณnutim
ขอโทษที่เข้ามาตอบช้าค่ะ..ขอบคุณในกำลังใจที่ให้..ถึงจะไม่มีร่างกายของพ่อแล้วแต่ภาพในใจที่ดีเกี่ยวกับพ่อก็ยังคงอยู่..ดิฉันเชื่อว่าแม้เราจะแก้ไขอดีตที่ผ่านไปแล้วไม่ได้แต่เราสร้างวันนี้และชดเชยให้แก่อนาคตได้อยู่เสมอค่ะ..Let it go!