ช่วงนี้ผู้เขียนไม่อยากเจอพี่เม่ย เลยค่ะ หลบได้เป็นหลบ กลัวอย่างไรไม่รู้บอกไม่ถูก แต่ไม่ถึงกับขนาดขนหัวลุก 

วันนี้ได้ยินเสียงพี่เขาในช่วงเย็นเล่นเอาผู้เขียนสะดุ้งเอาเป็นว่าเผ่นไม่ทันแล้ว เพราะพี่เขามาตามทวงการบ้านโดยเฉพาะ   เลยเผลอยอมรับความจริงกับพี่เม่ยว่าช่วงนี้กลัวพี่เป็นพิเศษและการบ้านที่ให้ไว้ถ้ายังไม่กำหนด Deadline วันสุดท้ายเลยยังไม่ได้จับอีกทั้งไม่คิดว่าพี่เม่ย เปลี่ยนเป็น "คุณครูพี่เม่ย"ก็แล้วกัน จะมาตามทวงการบ้านอย่างรวดเร็วและด้วยตัวเองอย่างงี้ ก็เลยตอบสด ๆ ไปในบางข้อตามความรู้สึก...

แต่ผู้เขียนรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกระหว่างกลับบ้านเลยนั่งทำการบ้านกับคนใกล้ตัว   

การบ้านอยู่ในแผ่น mind map


ตอนที่ 1 "มุมมอง"ผู้เขียนในบทบาท "คุณกิจ" (ระดับปฏิบัติการ) 

อันที่จริงก็ตัวหลวมอยู่แล้วไม่น่าหลวมตัวไปรับปากเลย เฮ้อ! ถอนหายใจดัง ๆ สักเฮือกใหญ่ว่าไงว่าตามกัน พี่เม่ยรับปากไว้แล้วว่าถ้าเห็นท่าไม่ดีทีเหลวก็ไม่้ต้องใช้ตัวช่วย... 

ผู้เขียนขอเรียบเรียงประเด็นตอบตามใจชอบ--

1. เปลี่ยนไปอะไร รู้สึกอย่างไร ชอบมั๊ย???

  • จากเดิมที่เช้ากะลังมังเย็นโคม หมดเวลาหมดงานก็กลับบ้านได้ มีแต่งานประจำ  ปัจจุบันเช้ากะละมังเย็นโคมเหมือนเดิม หมดเวลาก็กลับได้ถ้าอยากกลับ หรือถ้าไม่มีภาระครอบครัว ไม่มีกิจกรรม เช่น Sportday & nigth  แต่ไม่ใช่มีเพียงงานประจำเท่านั้นยังมีงานพัฒนาโดยเฉพาะช่วงส่งโครงการ (Deadline) หรือก่อนการนำเสนอ ดูเหมือนจะวุ่นวายและคึกคักกันเป็นพิเศษ กลับเย็นกลับค่ำ
  • ใกล้กัน ชั้นเดียวกัน ตัวใครตัวมัน เจอกันตอนเข้าห้องน้ำหรือธุระปะปังได้แต่ยิ้ม ๆ คุยกันก็เรื่องฝนฟ้าอากาศตามมารยาท ไม่รู้เขารู้แต่เรา ต่างชั้นกันก็ไม่รู้จัก อยู่ภาคเราด้วยเหรอ ? เปลี่ยนไปเป็นรู้จักกันทั่วเผลอ ๆ รู้จักไปยังรุ่นลูกและรุ่นหลานมากันทั้งครอบครัว (บางคนไม่แต่งงานก็พาหลาน ๆ มาร่วมกิจกรรมแทน) คุยเรื่องอื่นได้....ว่าไปเรื่อย...รู้งานเขา และเขาก็รู้งานเรามั่งแล้ว
  • งานพัฒนาทำต่อเมื่อต้องขอเลื่อนระดัีบ ทำจริงรึเปล่า ??? ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำเรื่องอะไรก็ยุ่งยาก มากเรื่อง  เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนคนเีดียว เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลื่อนระดับก็ทำผลงานพัฒนาได้ มีกิจกรรมหรือโครงการรองรับ  เป็นข้ออ้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการทำงาน เพราะเป็นการพัฒนาโดยรวม ได้ผลงานทั้งต่อตัวเอง เพื่อนร่วมงาน หน่วยงานก็มีผลงาน แบบ win -win และยังใช้เป็นภาระงานในการประเมินได้ด้วย
  • จากเดิมที่ไม่ต้องคิดอะไรทำอะไรเพราะงานประจำก็เหนื่อยแล้ว แต่ดีมั๊ย?? ไม่ดีแน่ เพราะไม่มีการพัฒนา  เหนื่อยยังไงก็เหนื่อยอย่างนั้นไม่มีใครช่วยมาคิดช่วยให้เราเหนื่อยน้อยลง เพราะเสียงคุณกิจเป็นเสียงที่เบามาก เสียงจึงไปไม่ถึง แต่ปัจจุบัน ไม่ชอบตอนที่คิดอะไรไม่ออก พอคิดออก แล้วทำให้ตัวเองเหนื่อยน้อยลง เพื่อนเหนื่อยน้อยลง หรือผู้ป่วยได้ผลประโยชน์ มีความสุข สนุกในการทำ รู้สึกมีคุณค่า เป็นที่ชื่นชมยอมรับ เสียงคุณกิจเริ่มมีพลัง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสกล้าส่งเสียงเรียกร้องขอ...จนชักเห็นใจคุณเอื้อ
  • แต่ก่อนซื้อคอมให้ลูกเล่นอย่างเดียว หรือซื้อมาเล่นเกมปัจจุบันแย่งลูกใช้ เผลอ ๆ ก็ใช้ให้ลูกทำ สุดท้ายก็ต้องทำเอง (เวลานำเสนอ) เลยเสริมทักษะการใช้คอมพิวเตอร์เป็นไปโดยปริยาย มีการปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว (social effect)
  • เมื่อก่อนคิดอะไรไปเรื่อย ไม่มีหลักการ ผ่านไปวัน ๆ สัพเพเหระ  ปัจจุบันจะพูดจะคิดอะไรระมัดระวัง มีเหตุมีผล ดูน่าเชื่อถือ หรือโอกาสที่จะเป็นไปได้ร้อยละเท่่าไร?  มีการคิดอย่างเป็นระบบระเบียบ บางครั้งต้องยก Refference มาอ้าง ดูเหมือนอาจจะยุ่งยากมากขึ้นแต่ก็เพื่อความถูกต้อง
  • เจอระดับหัวหน้า...กลัว  ๆ เกรง ๆ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอก ช่องทางการสื่อสารก็มีน้อยนอกจากจะไปเจอะเจอโดยเผอิ๊ญ เผอิญ หรือจงใจไปหา ปัจจุบันท่านคงจะกลัว  ๆ และเกรง ๆ พวกเราแทน อีกทั้งช่องทางสื่อก็มีแยะจะผ่าน blog ผ่าน website ผ่านวารสาร อีกอย่างโอกาสเจอกันโดยเผอิญมีเยอะ เพราะท่าน go & talk หรือจะไปดักพบตามกิจกรรมต่างๆ ก็ยังได้
  • เมื่อก่อนชีวิตการทำงานดูเหมือนไม่มีอนาคต ผ่านไปวันๆ รอแต่ว่าเมื่อไรเงินเดือนจะตัน คิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก แต่เดีี๋ยวนี้คุณกิจเริ่มวางแผนได้เอง...บางคนล่วงหน้าเป็นปี ๆ เริ่มทำวิจัย มีผลงานตีพิมพ์ เริ่มมองเห็นอนาคต...ที่สดใสในการทำงาน มีความสุขมากขึ้น

2. ความใผ่ฝัน (ชอบมากอยากตอบก่อนเลย แต่อดใจไว้)

  • ตอบแทนคุณกิจทุกคน เอาตัวเองเป็นหลักคำตอบน่าจะคล้าย ๆ  กันข้อแรกไม่ขอหรือฝันอะไรมากมาย แค่ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ไม่ต้องแจ๊กพ็อตก็ได้ (ไม่ถูกใจคุณกิจท่านอื่นไม่เป็นไร)  วันนี้ก็เพิ่งซื้อไป 1 ใบ ประมาณว่าคนจนเล่นหวยคนรวยเล่นหุ้น --อิ อิ
  •  แต่ที่สำคัญสุด ๆ น่าจะเป็นการที่ใครต่อใครได้เห็นคุณค่าในตัวตน ให้การยอมรับในผลงานและความสำเร็จ รวมทั้งคำชื่นชม ทั้งจากเพื่อนร่วมงาน ผบทบ หรือใครต่อใคร


    เป็นอย่างไรบ้างค๊ะ "คุณครูพี่เม่ย" ไม่แน่ใจจะสื่อได้ตรงประเด็นรึเปล่า ? ช่วงนี้ชักเบลอ  ๆแยกประเด็นไม่ค่อยออกแล้ว เอาเป็นว่าี้ตอนนี้นักเรียนคนนี้นึกได้เพียงแค่นี้  หากพี่เม่ยไหวตัวทันก็ไม่สายเกินไป  พรุ่งนี้จะมาต่อตอนสองค๊า   !!!