ชีวิตคนในแง่อภิธรรม

ในจักรวาลนี้สิ่งที่พุทธสนใจมากสุดคือชีวิตคน คนมีกายกับจิต เช่นความฝันเป็นสิ่งออกมาจากจิตที่แสดงออก 2 ส่วนคือ

1.การกระทบกันของอายตนะที่สัมผัสกันมีเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รับรสและสัมผัส

2.การรู้สึกนึกคิดมี 3 กลุ่มคือ กลุ่มจินตนาการ กลุ่มความคิดเห็น กลุ่มอารมณ์ความรู้สึก ทั้ง 3 กลุ่มนั้นอาจมีกกกอมาจากสิ่งที่ตนเคยรับรู้มาจากข้อ 1 นั้น

การแก้ไขต้องสาวกลับไปหาต้นตอที่มานั้นว่าเกิดจากอะไร ใครคือตัวบงการหรือฆาตกรตัวจริงถ้าจับได้ก็แก้ไขปัญหาได้

ในทางวิทย์สายแพทย์และชีววิทยายุคนี้เชื่อว่า สมองคือสสารก้อนหนึ่งที่เกิดปรากฏการณ์ทางจิต แม้ในครูทั้งหกชื่ออชิตเกสกัมพลก็เชื่ออย่างนี้ ( น. 223 )

คำถามคือจริงรึที่สมองคือกกกอของปรากฏการณ์ทางจิตตน..?เพราะมีคำถามตามมามากเช่น ทำไมเราเห็นอีเป้มอยู่เทิงฟ้าพู้น ( ดวงจันทร์อยู่ฟากฟ้า)ไม่เห็นในสมองตน เราเหยียบหนามก็เจ็บที่ฝาตีนเรา เราได้กลิ่นหอมที่ปลายจมูกเรา เราเดินลัดทุ่งนานาน ๆ รู้สึกหิวน้ำ

หรือว่าจิตใจคนละเอียดเกินกว่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางสสารเช่น ด้านศิลปะก่อเกิดความงามไร้การวัดได้ ด้านศาสนาก่อเกิดความดีไร้การวัดได้

ด้วยเหตุผลอย่างนี้ก่อเกิดนักคิด 2 พวก พวก 1 เชื่อว่า ผู้คิดคือสมอง มีหลักฐานรับรองมากแต่อ่อนต่อเหตุผลมาอธิบายความละเอียดทางจิต อีกพวกเชื่อว่าผู้คิดคือจิต ( Mind ) ที่เชื่อว่าจิตเที่ยงแท้นิรันดร์หรืออาตมันหรือ Soul ในศาสนาสายเทวนิยม แต่อ่อนด้วยไม่มีหลักฐานรับรองข้อมูลเชิงประจักษ์ ( น. 227 )

..................................

บรรณานุกรม

สมภาร พรมทา. 2559. พุทธปรัชญาในอภิธรรมปิฎก. นนทบุรี : บริษัทปัญญฉัตร์ บุ๊คส์ บายดิ้ง จำกัด.